ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 376
ในวินาทีที่อีกฝ่ายออกแรง ลั่วชิงยวนกัดฟันแน่น
พริบตาก่อนที่ความเจ็บปวดจะมาถึง จู่ ๆ ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าร้อนรนส่ง
มา
ตามด้วยเสียงตะลึง ใต้เท้าฟางคุกเข่าลงบนพื้นอย่างแรง และตะโกนเรียก
จักรพรรดิอย่างกังวล
ร่างที่เต็มไปด้วยไอสังหารตกสู่สายตา
เขาเตะไปบนร่างขันทีที่กำลังจะดึงเล็บอย่างแรงจนกระเด็น
วินาทีที่ถูกปล่อยออก ลั่วชิงยวนถอนหายใจโล่งอก จากนั้นหน้ามืดและ
สลบไปในทันที
เมื่อฟู่เฉินหวนเห็นมือทั้งสองของลั่วชิงยวน ดวงตาของเขาแดงก่ำขึ้นมา
และเอ่ยเกรี้ยวกราด “ฟางจื่อจี้! ผู้ใดเป็นคนสั่งเจ้ากัน!”
ใต้เท้าฟางคุกเข่าอยู่บนพื้น พูดด้วยน้ำเสียงสั่นคลอน “ไท่ซ่างหวงทรง
พระบัญชา ให้พระชายาร่วมมือกับการสืบสวน แต่พระชายามิร่วมมือ
กระหม่อมจึง…”
ฟู่เฉินหวนที่เห็นฉากนี้ก็เดือดดาล ใช้ทัณฑ์โดยพลการ หนำซ้ำยังยกเสด็จ
พ่อออกมาอ้างอีก
นี่มิใช่คำสั่งของเสด็จพ่อแม้แต่นิด!
“มิให้ความร่วมมือแล้วสามารถใช้ทัณฑ์โดยพลการในวังงั้นหรือ? เหลว
ไหล!” ฟู่เฉินหวนตะคอกเกรี้ยวโกรธ
ฟางจื่อจี้พูดแก้ตัวต่อ “กระหม่อมเองก็มิมีทางเลือก! เรื่องนี้ต้องมีผลสรุป
เพราะเกี่ยวโยงไปถึงท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ จำต้องตรวจสอบอย่างละเอียด
นี่
ผู้
นี่เป็นพระราชโองการจากไท่ซ่างหวงพ่ะย่ะค่ะ!”
ฟู่เฉินหวนฟังคำแก้ตัวของฟางจื่อจี้ ในใจกุ่นโกรธเหลือทน จึงเตะเข้าที่
หน้าอกของฟางจื่อจี้
ทั้งร่างฟางจื่อจี้ถูกเตะจนปลิวกระเด็น
ในเสียงของฟู่เฉินหวนเต็มไปด้วยไอสังหาร “เสด็จพ่อสั่งเพียงให้ตรวจสอบ
เรื่องนี้ พระองค์ตรัสให้ใช้บทลงโทษแต่เมื่อใด? ข้าว่าเจ้าเสียมากกว่าที่ตัดสิน
โดยพลการ! จงคุมขังฟางจื่อจี้และรอคำสั่ง!”
สิ้นประโยค ฟางจื่อจี้ตะลึงอย่างแรง “ท่านอ๋อง นี่เป็นคำสั่งท่านไท่ซ่างหวง
พ่ะย่ะค่ะ!”
น้ำเสียงฟู่เฉินหวนดุดัน “จับตัวไป!”
จากนั้น ฟู่เฉินหวนอุ้มลั่วชิงยวนที่อยู่บนพื้นขึ้นอย่างระมัดระวัง
วินาทีนั้น เขาขมวดคิ้วอย่างแรง
เหตุใดจึงเบาเช่นนี้?
หว่างคิ้วของเขามีความฉงนแวบผ่าน
“พี่สาม ข้าเชิญหมอหลวงให้”
ฟู่เฉินหวนก้าวเท้าไปด้านนอกเร็วรี่ “มิเป็นไร ข้าจักพานางกลับตำหนัก”
เส้นทางออกจากวังยาวนานมากกว่าปกติ ฤดูเหมันต์ลมหนาวกระโชก
คนในอ้อมกอดเบาหวิว ราวกับสามารถปลิวไปพร้อมกับสายลมทุกเมื่อ
ระหว่างทางที่ฟู่เฉินหวนอุ้มลั่วชิงยวนออกจากวังอย่างร้อนรน มีหลาย ๆ
คนเห็นเข้า
เห็นเพียงชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยไอสังหาร ก้าวฝีเท้าร้อนใจ สีหน้าลนลาน
ราวกับเสียสิ่งของบางอย่างที่สำคัญยิ่งไป
มื่
เมื่อตอนออกจากวัง ด้านนอกหิมะตกหนัก
เกล็ดหิมะเย็น ๆ ร่วงโรยบนหน้ากากสีทองของลั่วชิงยวน ละลายเป็นน้ำ
และซึมเข้าคอเสื้อของนาง
ความเหน็บหนาวปลุกนาง
เมื่อลืมตา ก็พบกับสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของฟู่เฉินหวน
ความอบอุ่นของอ้อมกอดทำลั่วชิงยวนอาลัยครู่หนึ่ง
แต่สติก็ทำนางสงบลงอย่างรวดเร็ว
นางเอ่ยปากอย่างอ่อนแอ “ท่านอ๋อง หม่อมฉันช่วยท่านอย่างสุดชีวิต หลัง
เหตุการณ์ครั้งนี้ ตัวหม่อมฉันต้องตกอยู่กลางความพายุอันตรายแน่”
“หากท่านปกป้องหม่อมฉันมิได้ ก็ปล่อยหม่อมฉันไปเถิด”
เสียงนางอ่อนแอเสียจนจะสลายกลางสายลม
แต่น้ำเสียงหนักแน่นนั้น กลับวนเวียนในหัวของฟู่เฉินหวนอยู่เนิ่นนาน
เมื่อลั่วชิงยวนได้รับบทลงโทษ นางมิได้เอ่ยสิ่งส่งผลเสียต่อฟู่เฉินหวนแต่
นิด เพราะนางต้องการแลกกับความอิสระในภายหน้า
เรื่องที่เกิดขึ้นหอบรรพบุรุษครั้งนี้ มิรู้ว่าจะซัดเป็นคลื่นลูกใหญ่เพียงไหนใน
เมืองหลวง และพระชายากำมะลออย่างนาง มิรู้จะถูกผู้คนเท่าไรจดจ้อง
นางหาเรื่องคนที่นางต่อกรไม่ไหว
มีเพียงอำนาจของฟู่เฉินหวนเท่านั้นที่จะปกป้องนางได้ แต่นางกลับมิกล้า
ฝากความหวังที่เขา
บทลงโทษเช่นนี้แลกกับอิสระชีวิตที่เหลือ คงมิเกินไปใช่หรือไม่
คิ้
ซึ้
คิ้วของฟู่เฉินหวนขมวดแน่น แววตาของเขาลึกซึ้ง เสียงเย็น ๆ ค่อย ๆ ดัง
ขึ้น “นี่มิใช่หนทางที่เจ้าเลือกเองรึ?”
นางเลือกที่จะแต่งเข้ามาเองมิใช่หรือ?
เหตุใดตอนนี้จึงมุ่งมั่นที่จะจากไปเช่นนี้
หลังขึ้นรถม้า ลั่วชิงยวนพิงอยู่ตรงมุมอย่างอ่อนแอ และมองเขาอย่างเหลือ
เชื่อ
“หนังสือหย่าฉบับหนึ่ง สำหรับท่านอ๋องแล้วมันยากเช่นนั้นเลยหรือ? มิว่า
แค้นหนักหนาเพียงไหน ก็ควรจะหายแล้วมิใช่หรือ?“
นางคิดว่านางไม่ผิดต่อฟู่เฉินหวน พิธีการครั้งนี้อย่างไรก็ถือว่านางช่วยฟู่
เฉินหวนไปครั้งหนึ่ง
ฟู่เฉินหวนกำมือแน่น ในใจเขารู้สึกสับสนอย่างมาก
บนรถม้า เงียบเสียจนเหลือเพียงแต่เสียงลมหายใจ