ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 381
“ท่านอัครมหาเสนาบดี ดึกเพียงนี้แล ท่านจักทูลเรื่องใดหรือ?“ ฟู่จิ่งหาน
ก้าวเท้าเข้าตำหนัก
ลั่วไห่ผิงตามเข้าไป พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฝ่าบาท เรื่องของท่านอ๋อง
ผู้สำเร็จราชการมีความคืบหน้าหรือไม่ขอรับ?”
“การร่วงหล่นของลูกแก้วหงส์เพลิงอาจเป็นเพียงความบังเอิญ ผิดที่
กระหม่อมมิทันเห็นว่ามันหละหลวมเมื่อตอนตรวจสอบเอง กระหม่อมมารับ
โทษพ่ะย่ะค่ะ!”
ได้ยินดังนี้ ฟู่จิ่งหานถอนหายใจทีหนึ่ง “เรื่องนี้ข้าได้สั่งคนไปตรวจสอบ
แล้ว ท่านอัครมหาเสนาบดีกลับเถิด”
หัวใจลั่วไห่ผิงสั่นคลอน สั่งคนไปตรวจสอบแล้วหรือ?
จะตรวจพบว่าลูกแก้วหงส์เพลิงถูกขโมยหรือไม่?
แม้ผู้ขโมยลูกแก้วหงส์เพลิงจะมิใช่เขา แต่เขามิได้รายงานแก่เบื้องบนใน
คราแรก กลับหาจี้กิเลนมาปลอมแปลงแทน ก็ถือเป็นโทษหนักเช่นกัน
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากไป ในใจลั่วไห่ผิงกระตุกขึ้นลง
ไม่ได้!
เขาต้องหาลูกแก้วหงส์เพลิงให้เจอก่อนที่เรื่องจะแดง!
หลังออกจากวัง ลั่วไห่ผิงจึงรีบสั่งคนไปเยี่ยมเยียนเจ้ากรมธรรมการทันที
การสูญหายของลูกแก้วหงส์เพลิง เขาเองก็มีส่วนผิด!
จะให้ตนแบกรับคนเดียวมิได้เด็ดขาด!
ทั้
ลั่
การคำนวณทั้งคืน ทำลั่วชิงยวนสูญเสียพลังไปมาก
สิ่งที่ยิ่งทำนางรู้สึกเหนื่อยล้าคือ ตำแหน่งการคำนวณในครึ่งหลังของคืน
นั้นเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง จนทำให้นางเกิดความสงสัยในตนเอง เพราะ
คำนวณผิดถี่เกินไป
ไม่ทันรู้ตัวฟ้าก็ได้สว่างขึ้นแล้ว
ลั่วชิงยวนรู้ดีว่าเวลามีไม่มากแล้ว ในสมองของนางมีตำแหน่งคร่าว ๆ
นางลองเป็นครั้งสุดท้าย!
นางรวบรวมสติ ใช้เข็มทิศคำนวณอีกครั้ง
ครึ่งชั่วยามผ่านไป แววตาของนางประกาย!
ในสมองมีฉากสถานที่แวบผ่าน
หอมหาสมบัติ!
นางเก็บเข็มทิศเข้าไปในแขนอาภรณ์ วิ่งไปด้านนอกในทันที
ไม่มีเวลามาสนใจความเจ็บปวดที่นิ้วมือแล้ว
ในใจของนางร้อนดุจไฟเผา เรื่องนี้จัดการได้ยิ่งไวยิ่งดี!
แต่เมื่อวิ่งผ่านทางแยกหนึ่ง กลับมีร่างที่น่าเกรงขามปรากฏ
ลั่วชิงยวนตกใจจนหันร่างวิ่งย้อนในทันที
แต่กลับมีเสียงที่แสนอ่อนโยนและน่าเกรงขามส่งมา
“พระชายาจักไปที่ใดหรือ?”
ฝีเท้าของลั่วชิงยวนชะงัก นางหันร่างและโน้มคำนับ “น้อมคารวะองค์ไท
เฮาเพคะ”
ขึ้
ขึ้
ไทเฮาค่อย ๆ เดินขึ้นหน้า โน้มร่างและพยุงนางขึ้น ไทเฮาประเมินสองมือ
ของนาง “วันนั้นเจ้าคงทรมานแย่ เห้อ ข้าเองก็เตือนฝ่าบาทแล้วให้ทำแต่
พอควร”
“แต่ฝ่าบาทปกป้องพี่สามของเขาเช่นนั้น จะสืบเรื่องนี้จนแจ่มแจ้งให้จงได้
เลย”
“เจ้าดูมือคู่นี้ บาดเจ็บถึงเช่นนี้ ข้ามองแล้วก็รู้สึกก็รู้สึกปวดใจ”
ไทเฮาพูดไป พร้อมตบไปที่มือของลั่วชิงยวนเบา ๆ
ท่าทีแผ่วเบานี้ เมื่อกระทำบนมือที่กำลังบาดเจ็บหนักของลั่วชิงยวน กลับ
เจ็บปวดจวนตาย
นางพยายามข่มไว้ แต่ใบหน้าภายใต้หน้ากากกลับซีดเผือด
“เมื่อคืนเจ้าค้างในพระราชวัง เหตุใดข้าจึงมิรู้แล?” ไทเฮามองต่ำประเมิน
นาง
ลั่วชิงยวนก้มหน้าเอ่ยตอบ “หม่อมฉันเข้าวังมาพบท่านอ๋อง ฝ่าบาทมิ
อนุญาต หม่อมฉันจึงหลงทางในนี้เพคะ”
ไทเฮาได้ยิน ส่งเสียงหัวเราะเบาทีหนึ่ง ไทเฮาจูงมือนางเดินไปเบื้องหน้า
พร้อมเอ่ยเชื่องช้า “เจ้าช่างรักท่านอ๋องเสียจริง”
“แต่ข้าเองก็ได้ยินข่าวลือมามิน้อย ผู้อยู่ในใจของท่านอ๋องคือเยวี่ยอิง”
“เมื่อนั้นเพื่อขอให้ได้แต่งกับลั่วเยวี่ยอิง เขาถึงกับยอมมอบอำนาจทหารถึง
ครึ่งหนึ่งให้กับฝ่าบาท”
“ที่เจ้าทำเพื่อเขา มิคุ้มค่าแต่นิด”
“สู้ให้ไล่ตามคนที่ไม่มีวันหันหลังกลับ เจ้าลองมองไปทางเบื้องหลังของเจ้า
บ้าง”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว ความหมายของไทเฮา หมายถึงฟู่อวิ๋นโจวงั้นหรือ?
รื่
นี้
เหตุใดท่านไทเฮาจึงรู้เรื่องเหล่านี้ได้
ขณะนางกำลังไตร่ตรอง ไทเฮาก็ชะงักฝีเท้า พร้อมพูดกับนางทีละคำ
“หากเจ้าเสียใจที่แต่งงานกับอ๋องสำเร็จราชการ ข้าสามารถให้เจ้าแต่งกับอ
วิ๋นโจวได้”