ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 409
ฟู่เฉินหวนตั้งใจสั่งคนเตรียมของกำนัลให้ลั่วชิงยวนโดยเฉพาะ เพราะเขารู้
ว่านางเกลียดลั่วไห่ผิง นางไม่มีทางเลือกของกำนัลแน่
เขาให้คนเตรียมเผื่อ เพราะอยากรับมือให้ผ่าน ๆ ไป มิคิดว่านางจะ
เป็นการตอบสนองเช่นนี้ กลับกลายเป็นเขาที่ตัดสินใจโดยคิดไปเอง!
“ลั่วชิงยวน! ข้าเตือนเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย! อย่าได้มีความคิดเหลวไหล! เจ้า
อยากตายย่อมได้ แต่อย่ากระทบถึงตำหนักอ๋อง!”
โทสะฟู่เฉินหวนปะทุ จึงเอ่ยพูดคำรุนแรงอย่างควบคุมไม่ได้
ขณะนี้เอง ร่างตรงทางแยก ในที่สุดก็เดินออกมา
จับฟู่เฉินหวนที่กำลังโมโหไว้ และพูดปลอบเสียงเล็ก “ท่านอ๋อง ไม่ทรงกริ้ว
หนาเพคะ วันนี้มีแขกมากหลายเช่นนี้ หากมีผู้ประสงค์ร้ายได้ยินเข้า เกรงว่าจะ
ซุบซิบนินทาเรื่องของท่านและท่านพี่อีกนะเพคะ”
ลั่วเยวี่ยอิงท่าทีเข้าใจหัวอกผู้อื่น ทำลั่วชิงยวนที่อยู่อีกด้านดูไม่มีเหตุผลขึ้น
มา
ฟู่เฉินหวนเห็นลั่วเยวี่ยอิง น้ำเสียงผ่อนลงในทันที “มิเป็นไร”
ลั่วเยวี่ยอิงพยักหน้า นางกวาดตาลง เอ่ยพูดอย่างเป็นห่วงด้วยเสียงแผ่ว
เบา “ช่วงนี้หม่อมฉันมิได้ไปที่ตำหนัก มิรู้ว่าบาดแผลของท่านอ๋องเป็นเยี่ยงไร
บ้างเพคะ?”
ฟู่เฉินหวนเอ่ยตอบ “มิเป็นไร แค่แผลเล็ก”
ลั่วเยวี่ยอิงมองไปที่เขาด้วยความปวดใจ “ท่านอ๋องดีเสียจริง ทำเพื่อท่านพี่
มากเช่นนี้ หม่อมฉันบอกแล้ว ท่านเป็นคนใส่ใจคนของท่าน”
ลั่วเยวี่ยอิงพูดไปพร้อมเผยยิ้มอ่อนโยน
พื่
ลั่
นี้
ู
ความหมายนัยน์ของนางมิใช่ว่า ฟู่เฉินหวนทำเพื่อลั่วชิงยวนมากเช่นนี้ แต่
ลั่วชิงยวนกลับมิเห็นค่างั้นหรือ?
หากเป็นผู้อื่น คงขอบคุณกราบแนบแทบเท้าแล้ว
ลั่วชิงยวนเห็นทั้งคู่ตอบโต้หวานซึ้งกันในใจนางพลันรู้สึกอึดอัดเป็นที่สุด
จึงสะบัดแขนเสื้อและเดินจากไป
มิเห็นก็มิรำคาญใจ!
เห็นนางจากไป มุมปากของลั่วเยวี่ยอิงกระตุกเป็นรอยยิ้มได้ใจ นางกล่าว
อย่างอ่อนโยนต่อ “ขอบคุณท่านอ๋องที่เชื่อใจท่านพ่อของหม่อมฉัน การจากไป
ของท่านมหาราชครู หม่อมฉันเองก็รู้สึกเศร้าโศกนักเพคะ”
ในที่สุดผู้หนุนหลังลั่วชิงยวนก็ตายไปคนหนึ่ง บัดนี้ใครจะคุ้มครองนางได้
อีก
ในใจลั่วเยวี่ยอิงยิ่งคิดยิ่งรู้สึกสะใจ
ลั่วชิงยวนคิดจะแข่งกับนาง ไม่มีประโยชน์เสียหรอก!
หลังจากไป ลั่วชิงยวนเดินอยู่ในเรือนชั้นในพักหนึ่ง เห็นแม่นมกู้ซักผ้าอยู่
คนเดียวในเรือนเล็ก
ขาของนางมิสะดวกอยู่แล้ว บัดนี้เมื่อมีอายุสายตาก็มิดีเช่นกัน ตากผ้าไป
หลายครั้งก็ตากมิได้เสียที
ลั่วชิงยวนขึ้นหน้าทันที ช่วยนางตากผ้าไว้บนราว
“ขอบคุณนะแม่นาง ท่านเป็นแขกที่มาวันนี้หรือ?” แม่นมกู้ดูมิออกว่าเป็น
นาง
“แม่นมกู้ ข้าเอง”
มื่
ลั่
นึ่
ยื่
ที่
เมื่อลั่วชิงยวนส่งเสียง แม่นมกู้ก็รู้ในทันที นางชะงักครู่หนึ่ง จึงยื่นมือจับที่
หน้ากากบนใบหน้านาง และสีหน้าหนักอึ้ง “คุณหนู ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ?”
“ผู้ใดรังแกท่านกัน?”
ขอบตาของแม่นมกู้แดงก่ำขึ้นมาในทันที
เห็นท่าทีเช่นนี้ของแม่นมกู้ ลั่วชิงยวนปวดใจเป็นที่สุด คนที่อายุมากเช่นนี้
กลับตัวคนเดียวไม่มีคนดูแล กระทั่งผ้ายังต้องซักเอง
“ไม่มีคนรังแกข้า แม่นม ผ่านช่วงนี้ไป ข้าส่งคนมารับท่านออกไปดีหรือไม่?
พักใกล้ ๆ กับข้า เช่นนั้นข้าจักสามารถไปเยี่ยมท่านบ่อย ๆ”
แม่นมกู้ตอบอย่างปรีดา “ดีสิ แม่นมอายุมากเช่นนี้ รอบข้างก็ไม่มีใครให้คุย
ด้วย สุดท้ายตอนจากไป มีท่านส่งบ่าว บ่าวก็ตายตาหลับแล้ว”
“แม่นมอย่าพูดเช่นนี้ ร่างกายของท่านยังดีอยู่ จากไปกระไรกัน”
นางอยู่เป็นเพื่อนแม่นมในเรือนพักหนึ่ง เมื่อถึงเวลานางจึงจากไป
นางเดินเล่นในเรือนชั้นในรอบหนึ่ง เห็นคนใช้ได้ส่งของกำนัลเหล่านั้น
เข้าไปในห้องตำราแล้ว
บัดนี้ รอให้ลั่วไห่ผิงเริ่มซวยเถอะ
จากนั้นก็รอรับแม่นมกู้ออกจากจวน
หลังจากจวนอัครมหาเสนาบดีไป ลั่วชิงยวนและฟู่เฉินหวนนั่งอยู่ในรถม้า
ด้วยกัน พวกเขามิได้เอ่ยพูดกันแม้แต่คำเดียว บรรยากาศภายในรถม้า หนักอึ้ง
เป็นอย่างมาก
จวนถึงหน้าประตูตำหนักอ๋อง จู่ ๆ ฟู่เฉินหวนจึงเอ่ยปาก “วันนี้เป็น
เพราะ…”
เขาคิดมาตลอดทาง สุดท้ายจึงตัดสินใจบอกลั่วชิงยวน