ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 438
ลั่วชิงยวนนั่งอยู่บนเตียง อยากนอนก็นอนไม่หลับ นางยิ่งไม่อยากอยู่ที่นี่
จึงเลือกที่จะลุกขึ้นและแอบออกจากตำหนัก
คืนนี้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น คิดว่าคงไม่มีผู้ใดมาหานางแล้ว
เมื่อออกจากตำหนัก นางตรงไปที่ร้านในตรอกฉางเล่อทันที
นางเดินทางด้วยทางลัด
กลางดึกดื่นซ่งเชียนฉู่มาเปิดประตูให้นาง “ดึกเช่นนี้แล้ว ท่านมาได้อย่างไร
กัน? มิได้กลับตำหนักแล้วหรือ?”
“ตอบยากแล้ว” ลั่วชิงยวนถอนหายใจ
“เช่นนั้นค่อยพูดพรุ่งนี้เช้า ไปนอนเถิด” ซ่งเชียนฉู่เห็นว่าอารมณ์นางไม่ดี
นัก จึงควงแขนนางกลับห้อง
เปลี่ยนชุดเสร็จ ทั้งคู่เตรียมจะดับเทียนเข้านอน
เวลานี้เอง ด้านนอกกลับดังเป็นเสียงเคาะประตู
“ดึกเช่นนี้แล้ว ผู้ใดกัน?” ซ่งเชียนฉู่งุนงง
“ข้าไปดูเอง เจ้านอนเถอะ”
ลั่วชิงยวนขึ้นหน้าไปเปิดประตูด้านนอก และพบกับฟู่เฉินหวนที่กำลังนั่ง
ดื่มเหล้าบนขั้นบันไดหิน
ไฉนจึงเป็นเขาไปได้!
ลั่วชิงยวนรีบปิดประตูทันใด
ผู้ใดจะรู้ฟู่เฉินหวนกลับยันประตูไว้อย่างร้อนรน จนประตูหนีบมือของเขา
อย่างแรง
ลั่วชิงยวนตกใจ จึงรีบปล่อยมือ
“ท่านอ๋อง ดึกดื่นเพียงนี้แล้วท่านจักทำสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ?” นางรู้สึกเสียใจ
ที่มาเปิดประตูนี้
มือของฟู่เฉินหวนถูกหนีบ แต่เขาราวกับไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวด ลุกขึ้น
ผลักประตูและเดินเข้ามา
โอบไหล่ของลั่วชิงยวนไว้อย่างรุนแรง ร่างที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าพูดด้วย
ความมึนเมา “เซียนฉู่ ข้าต้องขอร้องเจ้าอย่างไร? เจ้าจึงจักทำนายให้ข้า”
ลั่วชิงยวนผล้กแขนของเขาออกอย่างรังเกียจ “ท่านอ๋อง ดึกดื่นท่านมิ
บรรทม ผู้อื่นยังต้องนอนหนาพ่ะย่ะค่ะ!”
ฟู่เฉินหวนกลับยกจอกเหล้าขึ้นมาดื่มอย่างมิสนใจ และเดินไปทางเรือน
หลัง
“หากเจ้านอนแล้ว จะมาเปิดประตูให้ข้าอีกรึ?”
“หากเจ้านอนแล้ว ยังใส่หน้ากากอีกรึ?”
ฟู่เฉินหวนมองลั่วชิงยวนอีกครั้ง และกล่าวถอนหายใจ “ใส่หน้ากากนาน
จนตัวเจ้าเองยังไม่รู้ว่าตัวเจ้าหน้าตาเช่นไรแล้วกระมัง?”
“รอยแผลบนใบหน้า สำคัญเช่นนั้นเชียวหรือ?”
น้ำเสียงของฟู่เฉินหวนหนักอึ้ง ในสมองของเขาปรากฏเป็นใบหน้าที่ใส่
หน้ากากของลั่วชิงยวน
หน้ากากใบนั้นราวกับติดกับใบหน้านางไปตลอดกาล
ฟู่เฉินหวนพูดไป และยกมือไปที่หน้ากากบนใบหน้าลั่วชิงยวน
ลั่
นั้
ลั่วชิงยวนตีมือของเขาออกในทันที “ท่านอ๋องไม่มีประสบการณ์เช่นนั้น ก็
อย่าได้ถามความรู้สึกของผู้อื่นเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
“ใต้หล้านี้ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจอันแท้จริง ท่านอ๋องทำเช่นนี้ นอกจาก
เปิดแผลของผู้อื่นแล้ว ไร้ประโยชน์ใดทั้งนั้น”
ได้ยินคำพูดของเขา ฟู่เฉินหวนจึงล้มเลิกการกระทำนี้ของตนไป และเอ่ย
พึมพำ “เปิดแผลผู้อื่น…”
เขารู้ทั้งรู้ว่าใบหน้าของลั่วชิงยวนบาดเจ็บ แต่เมื่อครู่ก็ยังตบหน้านางไปที
หนึ่งอย่างควบคุมมิได้
แม้จะตบไปบนหน้ากากและหูของนาง แต่นี่แตกต่างจากการถลกแผลของ
นางอย่างไร
เขาค่อย ๆ ย่อตัวลง นั่งลงบนขั้นบันได
“เซียนฉู่ เจ้าว่าหากข้ามิสามารถควบคุมอารมณ์ที่ข้ามีต่อคนผู้หนึ่งได้ เช่น
นั้นข้าถูกควบคุมอยู่หรือไม่?”
“พวกเขาวางแมลงกู่ใส่ข้าใช่หรือไม่?”
ได้ยินดังนี้ ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว
ฟู่เฉินหวนหมายความว่าอย่างไรกัน?
นางนั่งลงตามเขา “ท่านอ๋องหมายความว่าเยี่ยงไรพ่ะย่ะค่ะ?”
ฟู่เฉินหวนหันหน้ามองนางทีหนึ่ง จากนั้นละสายตาไปยังนภาค่ำคืนในทิศ
ไกลด้วยความรู้สึกซับซ้อน
เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “แค่ข้าเห็นนางร้องไห้ เห็นนางทรมาน ข้าก็
รู้สึกปวดใจ และโมโหกริ้วโกรธอย่างควบคุมมิได้”
“ข้ารู้ว่าเรื่องในวันนี้ผู้ใดผิดผู้ใดถูก แต่กลับปกป้องนางอย่างห้ามมิได้ และ
ไปทำร้ายอีกคนหนึ่ง”
นี้
“เหตุใดกัน? หากมิใช่เพราะแมลงกู่ จักเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?”
ฟู่เฉินหวนตกอยู่ภายใต้ความเจ็บปวด
จู่ ๆ ดวงตาของเขาแดงก่ำ เขาจับข้อมือของลั่วชิงยวนไว้อย่างร้อนรน
“เซียนฉู่ เจ้าว่ามาดีกว่าต้องทำเยี่ยงไรเจ้าจึงยอมช่วยข้า?”