ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 445
นี่เป็นห้องสุดท้ายบนทางระเบียง! ผู้ใดจะมาที่นี่กัน!
นางสวมชุดอย่างไว ใส่หน้ากาก
ทันใดนั้น ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรง
บุรุษพุงย้วยผู้หนึ่งเดินเข้ามา เมื่อเห็นลั่วชิงยวน ตาของเขาลุกวาว
เขาถูมือด้วยท่าทีหิวโซ “แม่นางฝูเสวี่ย รอนานเลยใช่หรือไม่”
ลั่วชิงยวนถอยหลังก้าวหนึ่ง “เจ้าคือใครกัน?”
“ข้าแซ่หลี่ เป็นบุรุษคนแรกของแม่นางฝูเสวี่ย ข้าจักทำเบา ๆ มิทำแม่นาง
ฝูเสวี่ยต้องเจ็บแน่”
บุรุษก้าวเดินเข้ามา และตะครุบใส่ลั่วชิงยวนอย่างแรง
สายตาของลั่วชิงยวนเยือกเย็นลง นางเตะขาอย่างแรงจนเขากระเด็นลง
กับพื้น
บุรุษอุทานจากเจ็บปวดทีหนึ่ง จากนั้นเงยหน้าขึ้น ชี้หน้านางพร้อมกราด
ด่า “ข้าเสียเงินถึงหมื่นตำลึงเพื่อซื้อเจ้า! คืนนี้เจ้าจักต้องเป็นคนของข้า!”
คิ้วของลั่วชิงยวนขมวดแน่น
หลีเถาเป็นคนทำแน่ ๆ!
“ไสหัวออกไป” ลั่วชิงยวนด่าอย่างเกรี้ยวกราด และผลักประตูออก
แต่เมื่อเปิดประตู
กลับมีบุรุษกลุ่มใหญ่ดักอยู่ และบังทางเดินไว้อย่างมิดชิด
ลั่
ยิ้
ลั่วชิงยวนเห็นหลีเถา นางกำลังยิ้มอย่างได้ใจ
“ข้าและหอเจาเซียงมิได้เขียนสัญญาใดไว้ พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ควบคุมอิสระ
ของข้า!” ลั่วชิงยวนเอ่ยพูดเสียงเย็น
“ดูท่าแม่นางฝูเสวี่ยอาจมิรู้กฎของอาชีพเรา สัญญากระไรกัน? แค่นอนกับ
บุรุษคืนหนึ่ง ก็ถือเป็นคนของหอนางโลมโดยปริยายแล้ว”
“ต่อให้ไล่เจ้าไป เจ้าก็ต้องอ้อนวอนขออยู่ต่อแน่ อย่างไรก็ลิ้มรสพิศวาส
ระหว่างบุรุษสตรีแล้ว ย่อมมิอยากจากที่นี่ไป”
หลีเถาหัวเราะเย็น ประโยคและน้ำเสียงของนางทำลั่วชิงยวน
สะอิดสะเอียนเป็นที่สุด
“พวกเจ้าหน้ามิอายกันรึ? มิกลัวข้าฟ้องทางการรึ? ลักพาตัวสตรีโดย
โจ่งแจ้งเช่นนี้” น้ำเสียงของลั่วชิงยวนเยือกเย็น
บัดนี้ มีร่างหนึ่งปรากฏอยู่ทิศปลายของฝูงชน
อาภรณ์หรูหราสูงส่ง แม้บนร่างจะมีกลิ่นอายยั่วยวน แต่นางแตกต่างจาก
สตรีธรรมดาโดยสิ้นเชิง
“พล่ามอะไรนักหนา จับตัวเสีย ผู้ที่เข้ามาในหอเจาเซียง ยังมิเคยมีผู้ใดได้
ออกไป”
ลั่วชิงยวนมองสตรีผู้นั้นทีหนึ่ง นี่คือใครกัน? หอเจาเซียงมิได้มีแค่แม่เล้าปี้
หรือ?
แล้วนางคือใครกัน?
ขณะกำลังคิด ในหัวของนางกลับมีเสียงร้อนรนดังขึ้น “นางนั่นเอง! นางยัง
มิตาย?!”
เสียงที่ตื่นเต้นจนสั่นคลอน ทำหัวใจของลั่วชิงยวนกระตุกอย่างแรงทีหนึ่ง
ลิ่นฝูเสวี่ยรู้จักนางหรือ?
แต่นางมิสามารถเอ่ยปากถาม
ลิ่นฝูเสวี่ยตะโกนอย่างลนลาน “ท่านเซียนน้อย รีบหนีไป! ออกไปจากที่
นี่!”
นอกหอเจาเซียง บุรุษแต่งกายหรูหราสองคนกำลังลังเล
ใบหน้าของฟู่เฉินหวนเย็นเฉียบ ใบหน้าที่ไม่พอใจนั้นราวกับเขียนคำว่า
ห้ามเข้าใกล้เอาไว้ ทำแม่นางในหอเจาเซียงต่างมิกล้าเข้าใกล้
“เจ้าแน่ใจหรือว่าเจ้ามิได้มาเพราะเล่นสนุกน่ะ? นี่มันเวลาใดแล้ว เจ้ายัง
ริอ่าน…” ฟู่เฉินหวนติเตียนฟู่จิ่งหานด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ฟู่จิ่งหานดึงแขนเสื้อของเขาไว้ และอธิบายอย่างร้อนใจ “มิใช่นะ! หลีเซิน
ตรวจพบว่างบสงเคราะห์ราชการไหลมายังที่นี่!”
“ข้ามิได้หลอกเจ้าจริง ๆ”
“เรื่องใหญ่เช่นนี้หากพบข่าวสารใด ข้าถูกลอบสังหารที่นี่จักทำอย่างไร?
หากเสด็จพี่สามมิมาเป็นเพื่อนข้า ข้าเองก็มิกล้าเข้า!”
ฟู่เฉินหวนข่มโทสะของตนไว้ เส้นเลือดบนขมับกระตุกไม่หยุด แต่เขายังคง
ก้าวเข้าประตูหอเจาเซียงด้วยความใจเย็น
“หากไม่มีข่าวสารงบราชการ รอดูเลยข้าจักจัดการเจ้าอย่างไร!”
ฟู่เฉินหวนหัวเราะแหะ ๆ สองที และรีบตามขึ้นไป
“เสด็จพี่สาม ได้ยินว่าหอเจาเซียงมีแม่นางฝูเสวี่ยที่มาใหม่ ร่ายรำได้งดงาม
ยิ่งนัก กระทั่งเซินหลียังกล่าวชม! เราก็เข้าไปชมหน่อยเถิด”