ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 474
ฟู่จิ่งหลียกจอกเหล้าขึ้น คำนับฟู่เฉินหวน
ลั่วชิงยวนหันหน้าไปหาฟู่เฉินหวน ดูการตอบสนองของเขาหลังจากรู้เรื่อง
นี้
ฟู่เฉินหวนตะลึงไปครู่หนึ่งจริง ๆ แต่เขาก็ยังยกจอกดื่มกับฟู่จิ่งหลีด้วย
สีหน้าเฉยเมย
“มิเป็นไร เรื่องนี้มันผ่านไปแล้ว”
ในใจลั่วชิงยวนรู้สึกอึดอัดเป็นที่สุด
อย่างที่คิด
ฟู่เฉินหวนมิสนใจว่าภาพนั้นมันจริงหรือปลอม เขาเพียงแค่อยากใช้สิ่งนี้
ข่มขู่มิให้นางไปช่วยลั่วไห่ผิง
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงวิธีของเขา
ท่านอ๋องสำเร็จราชการแห่งแคว้นเทียนเชวีย นางสู้มิไหวจริง ๆ
“แม่นางฝูเสวี่ยเล่า?” ฟู่เฉินหวนเงยหน้ามองดูทีหนึ่ง
ฟู่จิ่งหลีและฟู่จิ่งหานเองก็มองตามเช่นกัน
ฟู่จิ่งหลียกจอกเหล้าขึ้นพร้อมเอ่ยพูดช้า ๆ “นางคงจะไปแล้ว ร่ายรำมาทั้ง
วันคงเหนื่อยล้าน่าดู”
ฟู่จิ่งหานยิ้มแซว “ไหนว่าเสด็จพี่สามมิสนใจเสน่ห์หญิงไง? เหตุใดจึงหลง
แม่นางฝูเสวี่ยเสียแล้ว?”
“ข้าบอกแล้วว่าเสด็จพี่น่ะสนใจ เสด็จพี่ยังมิยอมรับอีก!”
จิ่
นี้
พี่
ฟู่จิ่งหานอยากให้ฟู่เฉินหวนสนใจเสียเหลือเกิน เช่นนี้เสด็จพี่สามจักได้
ออกวังเป็นเพื่อนเขาบ่อย ๆ
ได้ยินถึงตรงนี้ ฟู่จิ่งหลียักคิ้วพร้อมเอ่ยถาม “หรือว่าเสด็จพี่สามสนใจจริง
น่ะ? ข้าช่วยเสด็จพี่นัดเจอแม่นางมาดื่มกันสักจอกดีหรือไม่เล่า?”
“วันนี้แม่นางฝูเสวี่ยร่ายรำเต็มวันเชียว ไว้หน้าข้าเป็นอย่างมาก เผื่อว่านาง
จักตกลง”
เจ้าตัวอย่างลั่วชิงยวนนั้นนั่งฟังอยู่อีกด้านเงียบ ๆ
ฟังสามพี่น้องหารือกัน
เห็นเพียงฟู่เฉินหวนยกจอกเหล้าขึ้น ค่อย ๆ จิบชิมและเอ่ยพูดอย่างเชื่อง
ช้า “แค่อยากรู้จัก”
ฟู่จิ่งหลีได้ยิน มุมปากก็เผยเป็นรอยยิ้มขึ้น “หาได้ยากนะเสด็จพี่สาม!”
“ในเมื่อท่านพี่เอ่ยปากเช่นนี้แล้ว อย่างไรน้องเจ็ดอย่างข้าก็ต้องช่วยเสด็จ
พี่สักครั้ง!”
“เสด็จพี่รอก่อน! ข้าต้องให้แม่นางฝูเสวี่ยและเสด็จพี่ได้รู้จักกันแน่!”
ฟู่จิ่งหลีทุบอกพูดอย่างมั่นใจ และเขาก็ยกจอกชนกับฟู่เฉินหวนอีกครั้ง
จากนั้นดื่มจนหมดภายในอึกเดียว
ลั่วชิงยวนคิดในใจ นางไว้หน้าฟู่จิ่งหลีงั้นหรือ? นางไว้หน้าเงินอยู่ต่างหาก
เล่า
หากฟู่จิ่งหลีใจป้ำเช่นนี้อีก คิดว่านางคงมิปฏิเสธ
ส่วนขั้นตอนการหารือของพวกเขา นางมิอยากรู้แต่นิดจริง ๆ นางจึงเอ่ย
ปาก
“กระหม่อม…”
จิ่
ยิ้
วี่
พูดมิทันจบ ฟู่จิ่งหลีจึงยิ้มกล่าว “ท่านเซียนฉู่อยากรู้จักกับแม่นางฝูเสวี่ย
หรือ? อย่าเพิ่งรีบร้อน ข้าแนะนำเสด็จพี่สามให้นางรู้จักก่อน แล้วค่อยแนะนำ
เจ้าต่อ”
สายตาของลั่วชิงยวนจริงจังขึ้น นางลุกขึ้นและเอ่ย “กระหม่อมนึกได้ว่ามี
ธุระต้องไปจัดการต่อ มิรบกวนพวกท่านแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
พูดจบนางก็หันร่างจากไปทันที
“เดี๋ยว!” ฟู่จิ่งหลีอยากรั้งนางไว้
ฟู่เฉินหวนพูดโน้มน้าว “ช่างเถิด เขามิชอบความวุ่นวายอยู่แล้ว อย่าได้
บังคับเขาเลย”
เขาหันมองแผ่นหลังที่จากไปของลั่วชิงยวนด้วยแววตาซับซ้อน
ฉู่ลั่วกำลังตรวจสอบเรื่องภาพวาดกับฟู่จิ่งหลีหรือ? คิดว่าลั่วชิงยวนคงเป็น
คนขอให้เขาช่วย
แต่ภาพวาดนั้น เขาเข้าใจลั่วชิงยวนผิดไปจริง ๆ
ในใจเขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันใด จึงดื่มมากโดยที่ไม่รู้ตัว
สามพี่น้องดื่มในหอฝูเสวี่ยจนถึงกลางดึก หากมิใช่เพราะฟู่จิ่งหานต้องกลับ
วัง ทั้งสามคงข้ามคืนที่หอฝูเสวี่ยแล้ว
สุดท้ายฟู่จิ่งหานถูกฟู่เฉินหวนลากไปโดยบังคับ เมื่อส่งฟู่จิ่งหานกลับวัง
เสร็จ ฟู่เฉินหวนจึงกลับถึงตำหนัก
บัดนี้ลั่วชิงยวนได้อยู่ในตำหนักแล้ว นางใส่เสื้อชั้นหนา จือเฉาที่เห็นนางใส่
เสื้อหนาเช่นนี้รู้สึกปวดใจเล็กน้อย
“อากาศยิ่งอยู่ยิ่งร้อนแล้ว พระชายาคงทำเช่นนี้ต่อไปมิได้เจ้าค่ะ”
“ไม่เป็นไร มิต้องห่วง”
ลั่
ที่
ริ่
ขึ้
ผื่
ลั่วชิงยวนเกาที่แขน บนแขนของนางเริ่มขึ้นผดผื่นเล็กน้อย
อากาศในตอนนี้ นางยังพอทนได้ แต่หากผ่านไปอีกครึ่งเดือน เกรงว่าคง
ยากที่จะทนเสียแล้ว