ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 479
“แม่นางฝูเสวี่ยเป็นสหายขององค์ชายเจ็ด และเป็นสหายของข้าเช่นกัน
หวังว่าใต้เท้าหลิวจักให้เกียรตินาง”
แม้ประโยคของฟู่เฉินหวนจะง่าย แต่สายตาของเขากลับเต็มไปด้วยไอ
สังหารคมคาย
นี่ทำให้หัวใจของใต้เท้าหลิวสั่นคลอน เขามิกล้าพูดสิ่งใดต่อ
ฟู่เฉินหวนหันร่างจากไป
ใต้เท้าหลิวกัดฟัน ไฟโทสะในใจยากที่จะดับ อุตส่าห์จะได้มือแล้วเชียว!
ผู้รับใช้ด้านหลังวิ่งขึ้นหน้า “ใต้เท้าหลิวสำเร็จยังหรือขอรับ? นายท่านส่ง
ข้าน้อยมาตรวจสอบ”
“ถูกอ๋องสำเร็จราชการทำลายแผน นางหนีไปแล้ว!”
“บอกนายท่านเจ้า ข้าเสี่ยงดวงที่จะหาเรื่องท่านอ๋องสำเร็จราชการและ
องค์ชายเจ็ด ข้ามิได้จักเอาเพียงคน เงินก็ต้องเพิ่มให้ข้าห้าเท่า!”
ใต้เท้าหลิวคิดถึงร่างชดช้อยของฝูเสวี่ย ในใจก็คันยุบยิบ
ต่อให้เสี่ยงที่จะหาเรื่องผู้อื่น เขาก็ต้องชิงฝูเสวี่ยมาให้ได้!
ผู้รับใช้ตอบด้วยรอยยิ้ม “นายท่านกล่าว สามารถเพิ่มให้ท่านสิบเท่า! เพียง
แต่หวังว่าท่านกล้าเผชิญปัญหา และมิย่อท้อง่าย ๆ”
ใต้เท้าหลิวหัวเราะเย็นทีหนึ่ง “มิต้องห่วง ข้าจักจับตัวนางมาให้ได้!”
หลังลั่วชิงยวนหนีไปด้วยวิชาตัวเบา นางจ้างรถม้าอีกคัน แอบเข้าไป
เปลี่ยนชุดในหอ และกลับตำหนักเงียบ ๆ
ที่
วี่
หลังจากฟู่เฉินหวนออกจากตรอก เขาก็ไปที่หอฝูเสวี่ย กลับรู้ว่า หลังฝูเส
วี่ยจากไปนางมิได้กลับมาที่หออีก
คิดถึงกลิ่นยาสมุนไพร ฟู่เฉินหวนจึงถามแม่เล้าเฉิน “ช่วงนี้แม่นางฝูเสวี่ย
ได้บาดเจ็บหรือไม่?”
แม่เล้าเฉินตกใจ “บาดเจ็บหรือ? มิน่ามีเพคะ!”
“แม่นางฝูเสวี่ยนั้นลึกลับมาก หม่อมฉันอยากเจอนางยังต้องพึ่งดวง มิเช่น
นั้นก็รอให้นางเป็นฝ่ายมาหาหม่อมฉันที่หอก่อน”
“ดังนั้นเรื่องที่ท่านอ๋องถาม หม่อมฉันมิทราบจริง ๆ เพคะ”
ได้ยินดังนี้ ฟู่เฉินหวนจึงขมวดคิ้วไตร่ตรองขึ้นมา
คนในหอฝูเสวี่ยยังมิรู้ร่องรอยของแม่นางฝูเสวี่ย แม้แต่ที่อยู่ของนางยังมิรู้
แม่นางฝูเสวี่ยนี้ ลึกลับผิดปกติ
หากนางหวังเงินหรือหวังชื่อเสียง นางคงทำงานในหอฝูเสวี่ยทั้งวัน
แต่นางราวกับจะมาหอฝูเสวี่ยเมื่อยามว่างเท่านั้น
มีความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียว นางยังมีตัวตนอื่นอีก
ตกดึก
ไอร้อนหลังฉากกั้นลอยขึ้น ภายในถังไม้ยักษ์เต็มไปด้วยสมุนไพร กลิ่นยา
เข้มข้นฟุ้งห้อง
“จริงหรือ? ฟู่จิ่งหลีนี่ผลาญบ้านเสียจริง เครื่องประดับทองหมื่นชิ้น อย่าง
น้อย ๆ ก็หลายแสนตำลึงแล้ว นี่ยังมิคิดค่าหล่อหลอมค่าประดิษฐ์อีก”
หลังซ่งเชียนฉู่ได้ยินเรื่องเครื่องประดับทองหมื่นชิ้นนางรู้สึกตะลึงเป็น
อย่างมาก
ลั่
ชื่
รื่
นี้
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ใช่ เชื่อหรือไม่ว่าวันพรุ่งเรื่องนี้ต้องลือว่อนเมือง
หลวงแน่”
“ของพวกนี้เก็บไว้เช่นเดิม อย่างไรฟู่จิ่งหลีก็เป็นองค์ชาย หากในวังเค้น
เรื่อง ของเหล่านี้ยังต้องเอาไปคืนอีก”
อย่างไรนางก็มิกล้าใช้
ขณะกำลังคุย จู่ ๆ จือเฉาก็เดินมาหน้าฉากบัง “แม่นางซ่ง ซูโหยวส่งคนมา
เชิญให้แม่นางตรวจยอดสมุนไพรเพื่อจ่ายเงินให้แม่นางเจ้าค่ะ”
“ได้ ข้ามาแล้ว”
ซ่งเชียนฉู่จึงจากไป
จือเฉาที่เฝ้าอยู่หน้าประตู มินานนักก็มีคนมาเรียกนางไปอย่างร้อนรน
ภายในคืนสงบ ในห้องเงียบเสียจนได้ยินเพียงเสียงซ่าของน้ำ
ร่างหนึ่งก้าวเข้าประตูเรือน และปรากฏตัวนอกประตูห้อง
เอี๊ยด…
ประตูห้องถูกผลักออก
ลั่วชิงยวนรู้สึกได้ว่ามีคนเข้ามา จางจึงเรียก “จือเฉาหรือ?”
ไร้เสียงเอ่ยตอบ
ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าที่เข้าใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ
คิ้วของลั่วชิงยวนกระตุกแรง