ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 550
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้เข้าก็ตกตะลึง
“ลั่วเยวี่ยอิงกระนั้นหรือ?”
นางนึกออกแต่เพียงลั่วเยวี่ยอิง เพราะเป็นเรื่องปกติที่อีกฝ่ายจะกล่าวโทษ
นาง
ใต้เท้าเหอกล่าวว่า “เจ้าไปถึงที่นั่นก็รู้เอง”
เนื่องเป็นเรื่องที่มิใคร่ชาญฉลาดนักที่จะให้คนนอกล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์
ระหว่างลั่วชิงยวนกับใต้เท้าเหอ ดังนั้นลั่วชิงยวนจึงถูกส่งกลับไปที่ศาลาว่าการ
ครั้นพวกเขามาถึงศาลาว่าการ ก็มีคนกลุ่มใหญ่มาออกันอยู่ริมถนนแล้ว
ก่อให้เกิดความวุ่นวายค่อนข้างมากทีเดียว
ลั่วเยวี่ยอิงอยู่ในโถงพิจารณาคดีจริง ๆ นางกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้า
ซีดเซียวราวกับว่าอาจจะสิ้นลมได้ทุกเมื่อ นางอ่อนแอเสียจนมิกล้าพูดเสียงดัง
ทว่าสิ่งที่น่าตกตะลึงก็คือ นอกจากลั่วเยวี่ยอิงแล้วยังมีผู้อื่นอยู่ด้วย
นั่นคือลั่วอวิ๋นสี่
ลั่วอวิ๋นสี่ฟื้นแล้วจริง ๆ
แต่ดูเหมือนจะมีกลิ่นอายมืดมนตรงหว่างคิ้วอันคมกริบราวกับมีดที่กำลัง
ลอยอยู่ด้วย
ใต้เท้าเหอนั่งลงแล้วถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูน่าเกรงขาม “ผู้ใดมาร้องเรียน
กับทางการ?”
สายตาของลั่วชิงยวนเอาแต่จับจ้องมาที่ลั่วเยวี่ยอิง จากนั้นนางก็เห็นลั่วเย
วี่ยอิงลุกขึ้นด้วยท่าทียากลำบาก
ขึ้
นึ่
ทว่ากลับมีเสียงแหลมดังขึ้นมาจากอีกด้านหนึ่ง
“เป็นข้าเองเจ้าค่ะ! วันนี้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นในสวนเซียงอู๋จนข้าเกือบต้อง
สังเวยชีวิตในสวนเซียงอู๋แล้ว ข้าอยากฟ้องร้องฝูเสวี่ยในข้อหาสังหารคน
เจ้าค่ะ!”
ทันทีที่เอ่ยวาจาเหล่านั้นออกมา ลั่วชิงยวนก็รู้สึกตกตะลึง
นางหันหน้าไปมองผู้พูดด้วยสายตาเหลือเชื่อ…
ลั่วอวิ๋นสี่!
เมื่อใต้เท้าเหอได้ยินเช่นนี้ก็ให้รู้สึกประหลาดใจ “เจ้ามีหลักฐานหรือไม่?”
ลั่วอวิ๋นสี่จ้องมองลั่วชิงยวนด้วยสายตาเกลียดชังพลางกล่าวด้วน้ำเสียง
โกรธแค้นว่า “วันนี้ข้ารู้ว่าฝูเสวี่ยวางแผนที่จะทำร้ายลั่วเยวี่ยอิงในสวนเซียงอู๋ ฝู
เสวี่ยรู้เข้าก็เลยตีข้าจนสลบไปเจ้าค่ะ!”
“ถึงแม้ข้ามิทราบว่าเป็นผู้ใดที่วางเพลิง แต่ข้าคิดว่าต้องเป็นฝูเสวี่ย! นาง
คิดสังหารข้ากับลั่วเยวี่ยอิงไปพร้อม ๆ กันเจ้าค่ะ!”
ลั่วชิงยวนรู้สึกตื่นตะลึง
ลั่วอวิ๋นสี่บ้าไปแล้วหรือ? ผู้ที่ทำร้ายนางคือลั่วเยวี่ยอิงต่างหากเล่า ไยนาง
จึงช่วยลั่วเยวี่ยอิงปิดบังแล้วใส่ร้ายนาง?
เรื่องนี้ทำให้ใต้เท้าเหอรู้สึกสับสนยิ่งนัก ไฉนจึงต่างจากสิ่งที่เขาทราบไป
โดยสิ้นเชิงเล่า
ผู้ที่ติดอยู่ในกองเพลิงคือ ฝูเสวี่ยกับลั่วอวิ๋นสี่ต่างหาก
“ลั่วอวิ๋นสี่ เจ้ายังมีสติอยู่หรือไม่? ข้าพยายามช่วยชีวิตเจ้าอย่างสุดกำลัง
แต่เจ้ากลับใส่ร้ายข้ากระนั้นรึ?”
น้ำเสียงของลั่วชิงยวนฉายแววไม่พอใจ จากนั้นนางก็จ้องมองมาที่ลั่วอวิ๋น
สี่ด้วยสายตาแค้นเคือง
ลั่
วิ๋
สี่
พอนางเก็บหลักฐานเอาไว้หมดแล้วโดยมีลั่วอวิ๋นสี่เป็นพยาน คำให้การ
ของนางก็เพียงพอที่จะเอาผิดกับลั่วเยวี่ยอิงได้
ขอเพียงนางร้องเรียนกับทางการ ฟู่เฉินหวนก็จะไม่สามารถยับยั้งได้
ทว่านางมิคาดคิดเลยว่าลั่วอวิ๋นสี่ที่เป็นพยานปากเอกจะหันมาแว้งกัด?
บัดนั้นเอง ลั่วอวิ๋นสี่ก็ขมวดคิ้ว ดูเหมือนจะมีภาพหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว แต่
นางเห็นไม่ชัดเจนนัก
เมื่อนางรู้สึกตัวจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาขึ้นมาว่า “เจ้าตีข้าจนสลบไป
หลังจากหมดสติไปข้าก็มิรู้ว่าเกิดอันใดขึ้น ต่อให้เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าก็มิ
ขอบคุณเจ้าหรอก!”
“ข้าได้ยินมากับหูว่าเจ้ากำลังวางแผนจะทำลายความบริสุทธิ์ของลั่วเยวี่
ยอิงเพื่อมิให้นางได้แต่งงานกับท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการอยู่ในห้อง!”
“ข้าทำลายเรื่องดีของเจ้าเข้า เจ้าก็เลยคิดจะสังหารข้าไปด้วย!”
“หากเจ้ามิได้วางเพลิง แล้วหามีผู้ใดทำอีกเล่า?!”
ทันทีที่นางกล่าววาจาออกมา ใต้เท้าเหอเองก็รู้สึกตกตะลึง
จากนั้นเขาก็มองมาที่ลั่วเยวี่ยอิง “สิ่งที่นางกล่าวมาเป็นความจริงหรือไม่?
เจ้าบาดเจ็บได้อย่างไรกัน?”
ลั่วเยวี่ยอิงสีหน้าซีดเซียวพลางเอ่ยด้วยท่าทีอ่อนแรงว่า “ตอนที่ข้าเห็น
เพลิงไหม้ก็รีบวิ่งเข้าไป มีบุรุษชุดดำกำลังจะวิ่งหนีไป ข้ารู้สึกหวาดกลัวนัก เขาก็
เลยใช้มีดสั้นแทงใส่ข้าและหนีไปเจ้าค่ะ”
“ข้ามิได้เห็นฝูเสวี่ยตีลั่วอวิ๋นสี่จนสลบด้วยตาตนเอง แต่ข้ารู้ว่าฝูเสวี่ยอยู่
ตรงท้ายเรือนจริง ๆ!”
วาจาของลั่วเยวี่ยอิงก็นับได้ว่าเป็นหลักฐานอย่างหนึ่ง
ลั่
วิ๋
สี่
ชี้นิ้
ลั่
ลั่วอวิ๋นสี่รีบชี้นิ้วใส่ลั่วชิงยวนอย่างเป็นเดือดเป็นแค้น “เจ้ายังมิยอมรับอี
กรึ?”
“เจ้าคิดว่าตัวเองที่เป็นแม่นางจากหอนางโลมจะสามารถแต่งเข้าตำหนัก
อ๋องได้รึ? ช่างเพ้อฝันนัก! เจ้าคิดวางยาพิษเยวี่ยอิงเพื่อทำลายความบริสุทธิ์ของ
เยวี่ยอิงเพราะเรื่องนี้ เจ้ามันช่างเป็นสตรีชั่วช้า!”
ลั่วอวิ๋นสี่ถึงกับสบถด่าอย่างเดือดดาล
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วและรู้สึกขัดแย้งอยู่บ้าง
ดูเหมือนลั่วอวิ๋นสี่จะมิได้เสแสร้ง เกิดเรื่องอันใดขึ้นจึงทำให้นางตื่น
ตระหนกถึงเพียงนั้นได้?
เพราะสวีซงหย่วนผู้นั้นหรือ?
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังสวีซงหย่วนกับลั่วเยวี่ยอิงน่าจะเป็นพวกเดียวกัน
ในยามนี้เอง ฟู่เฉินหวนกับฟู่จิ่งหลีก็บังเอิญเข้ามาในจวนแล้วได้ยินวาจา
เหล่านั้นดังออกมานอกโถงพิจารณาคดี
ลั่วชิงยวนจ้องมองลั่วเยวี่ยอิงด้วยสายตาคมกริบ “นี่เป็นเรื่องจริงกระนั้น
หรือ?”