ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 564
โลหิตสด ๆ อาบย้อมหน้าอกและอาภรณ์ของลั่วหรง ร่างกายของนางชุ่ม
โชกไปด้วยโลหิตและลมหายใจหลุดลอย
ลั่วอวิ๋นสี่ทรุดตัวร้องไห้กระทั่งเสียงแหบแห้งจนเปล่งเสียงไม่ออก
นางรู้สึกสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง เป็นนางที่ทำร้ายมารดาตนเอง!
ดวงตาอันแดงก่ำของนางกลับเต็มไปด้วยน้ำตาและความชิงชัง จากนั้น
นางก็พุ่งเข้าใส่สวีซงหย่วนหมายจะสังหารเขา!
สวีซงหย่วนสายตาเย็นชาแล้วกำดาบในมือเอาไว้แน่น
“เห็นแก่ที่ระยะนี้เจ้าดูแลข้าดีมิน้อย ข้าจักมิสังหารเจ้าก็ได้ ทว่าก็มิอาจ
เก็บมือไม้ของเจ้าเอาไว้ได้”
สวีซงหย่วนเอ่ยน้ำเสียงเย็นชาพลางตวัดดาบ
ลั่วชิงยวนที่รีบรุดมาเห็นภาพนี้เข้าพอดี
ลั่วชิงยวนชักมีดสั้นออกมาขว้างใส่อย่างสุดแรงเกิด
เมื่อสัมผัสได้ถึงเจตนาสังหาร สวีซงหย่วนก็ยกดาบขึ้นต้านทานพลังจู่โจม
เพื่อสกัดขัดขวางมีดสั้นเอาไว้
ชั่วครู่ต่อมา ลั่วชิงยวนกระโดดเตะสวีซงหย่วนอย่างรุนแรง
จากนั้นก็ฉุดลั่วอวิ๋นสี่ออกห่าง
ลั่วอวิ๋นสี่คุกเข่าลงกับพื้นอย่างสิ้นไร้เรี่ยวแรง จากนั้นก็ร้องไห้อยู่เงียบ ๆ
ต่อหน้าลั่วหรง
มื่
ลั่
ลั่
เมื่อเห็นร่างอาบโลหิตของท่านอาลั่วหรง ลั่วชิงยวนก็ให้รู้สึกปวดใจและ
บังเกิดโทสะ
นางกำหมัดแน่น สายตาคมกริบเต็มเปี่ยมไปด้วยเจตนาสังหารแล้วนางก็
มุ่งเป้ามาที่สวีซงหย่วนทันที
“เจ้าออกมาได้แล้วจริง ๆ!” สวีซงหย่วนรู้สึกตกตะลึง
นางถูกตัดสินให้พ้นโทษแล้วหรือ? หรือว่าแหกคุกออกมากันแน่?!
ลั่วชิงยวนโกรธจัดแล้วเปิดฉากโจมตีใส่สวีซงหย่วนอย่างดุเดือด
ทีแรกสวีซงหย่วนมิเห็นฝูเสวี่ยอยู่ในสายตา นางเป็นแค่นางรำจากหอนาง
โลมนางหนึ่ง วรยุทธก็คงมิได้เก่งกาจอันใดนักหรอก
ทว่าหลังจากต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามมาหลายรอบ สวีซงหย่วนพบว่าเขามิได้
เปรียบเลยสักนิด แต่กลับถูกฝ่ายตรงข้ามกดดันหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนค่อย ๆ ยาก
ที่จะต่อต้านได้
วรยุทธของฝูเสวี่ยช่างไร้แบบแผนนัก!
“ฝูเสวี่ย เรื่องของตระกูลลั่วหาได้เกี่ยวข้องอันใดกับเจ้าไม่ ฉะนั้นจงอย่าได้
สอดมือเข้ามายุ่ง”
“รีบไสหัวออกไปเสียเดี๋ยวนี้แล้วข้าจักไว้ชีวิตเจ้า!”
สวีซงหย่วนข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ดวงตาของลั่วชิงยวนฉายแววเยียบเย็นอันเต็มเปี่ยมไปด้วยเจตนาสังหาร
“ก็ยังไม่แน่หรอกว่าผู้ใดจะเป็นฝ่ายละเว้นผู้ใด!”
พลังโจมตีของลั่วชิงยวนยิ่งมาก็ยิ่งดุดันขึ้นเรื่อย ๆ จนสวีซงหย่วนค่อย ๆ
ต้านรับไม่ไหว
ในยามนี้เอง ลั่วอวิ๋นสี่ก็ถือดาบวิ่งออกมาจากห้อง พลางกัดฟันแทงดาบใส่
สวีซงหย่วนด้วยท่าทีโกรธแค้น
ลี่
รื่
ขั้
นี้
ดวงตาของสวีซงหย่วนแปรเปลี่ยนเป็นเยียบเย็น เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เขา
ต้องสังหารลั่วอวิ๋นสี่เพื่อจะได้เสร็จสิ้นภารกิจสักที!
มิสู้ฉวยโอกาสสังหารนางเสียบัดเดี๋ยวนี้เลย!
จากนั้นคมดาบของสวีซงหย่วนก็หันมาทางลั่วอวิ๋นสี่แล้วแทงดาบเข้าใส่
ลั่วชิงยวนเองก็ฉวยโอกาสนี้รีบลอบซัดฝ่ามือใส่แผ่นหลังของสวีซงหย่วน
ก่อนที่ดาบยาวในมือของอีกฝ่ายจะสัมผัสแตะต้องถูกลั่วอวิ๋นสี่ ลั่วชิงยวนก็
คว้าแขนอีกฝ่ายแล้วใช้หลังมือกดลงกับพื้น
มือของสวีซงหย่วนที่ถือดาบวกกลับไปแทง
แต่ในยามนั้นเอง ดาบในมือของลั่วอวิ๋นสี่ก็ฟันข้อมือของสวีซงหย่วนเข้า
อย่างรุนแรง
ความเจ็บปวดรุนแรงบีบให้สวีซงหย่วนต้องปล่อยดาบในมือ
เมื่อสวีซงหย่วนไร้ซึ่งอาวุธของตนแล้ว เขาก็ไม่มีพลังที่จะต่อต้าน
ดวงตาของลั่วอวิ๋นสี่ฉายแววอำมหิต จากนั้นนางก็เดินถือดาบเข้าไปหา
พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งจนน่าสะพรึงกลัวว่า “ข้าจะสังหารเจ้าซะ!”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเสียงของนางก็รู้สึกตกใจ แล้วรีบคว้าข้อมือของลั่วอวิ๋น
สี่เอาไว้ “มันยังตายมิได้!”
“ไม่ต้องมาห้ามข้า! มันสังหารท่านแม่ของข้านะ!” ลั่วอวิ๋นสี่ดวงตาแดง
ฉานจวนจะเสียสติอยู่รอมร่อ
ลั่วชิงยวนคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่นโดยมิยอมปล่อยไป “เจ้าคิดว่า
มันเป็นเพียงผู้เดียวที่มีความแค้นลึกล้ำกับตระกูลของเจ้ากระนั้นรึ?”
“ไฉนมันต้องเข้าหาเจ้าและสังหารมารดาของเจ้าด้วยเล่า? หากเจ้าสังหาร
มัน เจ้าก็ไม่มีวันได้รู้ความจริง!”
รื่
สวีซงหย่วนเป็นตัวละครสำคัญและน่าจะล่วงรู้เรื่องราวมากมาย เขายัง
ตายมิได้จนกว่าเขาจะเผยเงื่อนงำสำคัญออกมา!
นั่นออกจะเป็นการดูถูกเขาเกินไป!
เมื่อลั่วอวิ๋นสี่ได้ยินวาจาของนาง อีกฝ่ายก็รู้สึกตกตะลึง ไฉนฝูเสวี่ยจึงล่วง
รู้มากถึงเพียงนั้น?
นางรู้ว่าสวีซงหย่วนมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลอยู่แล้วใช่หรือไม่?
เมื่อลั่วชิงยวนเห็นว่าลั่วอวิ๋นสี่มิได้หุนหันพลันแล่นอีกต่อไปแล้ว นางก็เห
ยียบสวีซงหย่วนลงกับพื้นแล้วหยิบดาบเล่มยาวขึ้นมา จากนั้นดาบคมกริบก็ปัก
อยู่ระหว่างนิ้วมือของเขา
“ผู้ใดสั่งเจ้ามา?”
สวีซงหย่วนกัดฟันแน่น มิยอมเอ่ยวาจา
“ไม่บอกรึ?” แววตาของลั่วชิงยวนแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาพลางพลิกดาบที่
อยู่ในมือ
ดาบคมกริบเล่มยาวพลันสะบั้นนิ้วมือเล็ก ๆ ของสวีซงหย่วนทันที
“อ๊าก!” ความเจ็บปวดรุนแรงทำให้สวีซงหย่วนแผดเสียงร้องออกมา
“เจ้ายังมิบอกข้าอีกรึ?” นางถือดาบเล่มยาวแล้วขยับลงบนนิ้วที่สองของ
อีกฝ่าย
“ไม่ต้องรีบร้อน ข้ามีเวลาอีกมากทีเดียว ถ้าเจ้าไม่บอกข้าอีกล่ะก็ ข้าจะเริ่ม
จากข้อนิ้ว เช่นนี้ข้าคงตัดได้หลายสิบชิ้นเลยเชียวล่ะ”
ดาบคมกริบค่อย ๆ ขยับมาที่ปลายนิ้วตรงข้อนิ้วข้อบนสุด