ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 577
ลั่วชิงยวนจิตใจสั่นสะท้านพลางขมวดคิ้ว เช่นนั้นเซี่ยหว่านก็รู้ว่านางจัด
เตรียมคนมาคอยจับตามองนางอยู่ใกล้เรือนของตนเอง
จากนั้นนางก็สั่งให้บุตรสาวไปขอความช่วยเหลือในตรอก
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น? หรือมารดาของเจ้าคิดหมายบอกอันใดข้า?”
นางคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่นางบอกกับเซี่ยหว่านเมื่อคืนนี้ที่ทำให้นางลังเลใจ
ขึ้นมา
หวังอิงหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมามอบให้นาง “ท่านแม่สั่งให้ข้ามอบให้
ท่านเจ้าค่ะ”
ลั่วชิงยวนรีบเปิดซองจดหมายทันที
ในจดหมายเขียนเอาไว้ว่า ข้ารู้ว่าความจริงที่ท่านอยากจะรู้ สิ่งที่ข้าพูด
ก่อนหน้านี้ล้วนเป็นคำโกหกจริง ๆ ข้าปิดบังเจ้ามิได้เลย
หากท่านอยากจะรู้ความจริง ข้าก็มีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวคือดูแลบุตรสาว
ของข้าด้วย ข้าเขียนเรื่องจริงทั้งหมดแล้วเก็บเอาไว้เฉพาะในที่ที่มีแต่บุตรสาว
ของข้าเท่านั้นที่รู้
หากท่านดูแลนางไม่ดี ข่มขู่นางหรือทำร้ายนาง ข้าจะทำลายของชิ้นนั้น
เสีย
หากท่านปฏิบัติกับการด้วยความจริงใจ ท่านก็จะได้ทุกอย่างที่ปรารถนา
หลังจากอ่านจดหมายแล้ว ลั่วชิงยวนก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง
แน่นอนว่าคำพูดเมื่อก่อนหน้านี้ของเซี่ยหว่านล้วนเป็นเท็จ ยามนี้นางจึง
อยากรู้อย่างถึงที่สุดว่าเรื่องจริงเป็นเช่นไรกันแน่
มารดาของนางตายได้อย่างไรกัน?
นางเผาจดหมายทิ้งแล้วถามหวังอิงว่า “มารดาของเจ้าบอกอันใดเจ้าอีก
หรือไม่? นางบอกให้ข้าทำอันใดหรือไม่?”
“หรือเจ้าคิดจะติดตามข้า?”
การหาที่ลงหลักปักฐานให้หวังอิงหาใช่เรื่องยากสำหรับลั่วชิงยวน แต่นาง
หาทราบไม่ว่าหวังอิงยินดีติดตามนางโดยไม่หวนกลับมาอีก
หวังอิงพลันดวงตาแดงก่ำพลางกล่าวว่า “นับแต่บัดนี้เป็นต้นไป ท่านแม่สั่ง
ให้ข้าคอยติดตามท่านเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าก็มิต้องหลบท่านพ่ออยู่ในตรอกตลอด
ทั้งคืนอีกแล้ว”
“เช่นนี้ท่านแม่ก็จะมิโดนทุบตี”
สีหน้าที่พยายามกลั้นน้ำตาชวนให้คนปวดใจนัก
แต่แล้วลั่วชิงยวนก็นึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เซี่ยหว่านฝากฝังหวัง
อิงให้แก่นาง แต่เซี่ยหว่านเองเล่า?
อีกฝ่ายมิได้ทิ้งจดหมายขอความช่วยเหลือ หรือเอ่ยถึงเงื่อนไขเกี่ยวกับ
ตนเองเอาไว้ในจดหมายเสียด้วยซ้ำไป
อีกฝ่ายเพียงแค่ฝากฝังหวังอิงเอาไว้กับนาง!
นางขมวดคิ้วแล้วตระหนักได้ว่ามีเรื่องบางอย่างมิถูกต้อง นางรีบจูงมือหวัง
อิงพลางกล่าวว่า “ไปหามารดาของเจ้ากันเถอะ”
อู๋อิ่งรีบเดินตามพวกนางไปทันที
ลั่วชิงยวนกับหวังอิงขึ้นรถม้าแล้วมุ่งหน้าไปที่ถนนฝูลู่
หลังจากนั้นสักครู่ อู๋อิ่งก็ขึ้นรถม้าแล้วรีบเดินเข้าไป
พิ่
ซี่
“ข้าเพิ่งจะได้ข่าวมาว่าสามีของเซี่ยหว่านมีนามว่าหวังฉิน เขาเคยเป็นโจร
ภูเขามาก่อน แต่ภายหลังถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร บรรดาพี่น้องของเขาตายใน
สนามรบ เหลือเขาเพียงลำพังตัวคนเดียว”
“ต่อมาเขามีทั้งบ้านและเงิน เมื่อเขามีเงินก็เอาแต่ใช้เวลาไปกับการ
สำมะเลเทเมา สันดานโจรช่างยากจะเปลี่ยนนัก”
“และผู้ที่คัดเลือกพวกเขามาก็คือท่านอัครเสนาบดีลั่ว!”
“เพียงแต่ว่าตอนนั้น เขายังมิได้เป็นอัครเสนาบดี”
“พวกโจรที่ได้รับการคัดเลือกสร้างความชอบครั้งใหญ่ในสนามรบ ตอนนั้น
พวกเขาเองก็ยกความดีความชอบให้แก่ลั่วไห่ผิงด้วย!”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินเช่นนี้เข้า นางก็รู้สึกหายใจติดขัด
ลั่วไห่ผิง?!
หวังฉินเป็นคนของลั่วไห่ผิงหรือ?
การที่เซี่ยหว่านแต่งงานกับอีกฝ่ายเป็นเรื่องที่ไตร่ตรวงเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว!
ลั่วชิงยวนรู้สึกกระดูกสันหลังเย็นวาบ
นับตั้งแต่แรก เซี่ยหว่านก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ติดบ่วงแน่น!
“เร็วเข้า! รีบไปเร็ว!” น้ำเสียงของลั่วชิงยวนฉายแววร้อนใจ
หวังว่าจะมิสายเกินไปนะ!
แต่ก่อนที่รถม้าจะเข้ามาในถนนฝูลู่ ฝูงชนที่เบียดเสียดอยู่ตรงหน้าก็ขวาง
ทางเอาไว้แล้ว
พร้อมเสียงดังเซ็งแซ่
“ข้าจักไปดูว่าเกิดอันใดขึ้น” อู๋อิ่งลงจากรถม้าไปก่อน
ลั่
คิ้
ขึ้
“ข้าจะไปด้วย” ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วแล้วรีบลุกขึ้นแล้วลงจากรถม้า
โดยมีหวังอิงตามนางมา
ผู้คนโดยรอบต่างร้องอุทานด้วยความรู้สึกประหลาดใจพลางทอดถอนใจ
เมื่อลั่วชิงยวนแหวกฝูงชนเข้าไปจนเห็นภาพตรงหน้า ลั่วชิงยวนก็สีหน้า
แปรเปลี่ยนเป็นอันมาก