ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 583
นางอดไม่ได้ที่จะถามลิ่นฝูเสวี่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ทำไมวันนี้ท่านมิเร่ง
ข้า?”
ลิ่นฝูเสวี่ยลอยออกไปนั่งบนราวบันได นางแกว่งขาไปด้วยขณะมองดูผู้คน
ที่กระตือรือร้นอยู่ด้านล่าง “พวกเขามาที่นี่เพื่อพบเจ้า”
“ดูข้าสิ? ข้ามิรู้กระทั่งวิธีร่ายรำเทพเหมันต์ด้วยซ้ำ” ลั่วชิงยวนยิ้มเบา ๆ
ลิ่นฝูเสวี่ยเลิกคิ้วและมองดูนาง “อย่าคิดว่าข้ามิรู้ ท่านได้เรียนรู้รำเทพ
เหมันต์มานานแล้ว ท่านได้เรียนรู้ทุกสิ่งที่ข้าร่ายรำไปแล้ว”
“ตอนนี้ท่านเป็นลูกศิษย์ของลิ่นฝูเสวี่ย ท่านคู่ควรกับชื่อของท่านอย่าง
แท้จริง”
ลั่วชิงยวนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว “ไฉนวันนี้เจ้าทำตัวแปลก ๆ”
“ก็แค่อารมณ์อ่อนไหวเท่านั้น” ลิ่นฝูเสวี่ยยิ้มและหันไปมองนาง “ข้าว่า ข้า
ร่ายรำมามากพอแล้ว”
“ความยึดติดอย่างหนักหนาของข้า คือเรื่องที่ข้าเสียใจที่ไม่มีใครสืบทอด
ทักษะของข้า แต่บัดนี้ท่านได้เรียนรู้ทักษะทั้งหมดของข้าแล้ว คนเหล่านี้ล้วนมา
ที่นี่เพราะท่าน ข้าคิดว่า…”
ทันใดนั้น ลั่วชิงยวนก็เริ่มกังวล นางกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
นางเกรงว่าคำพูดต่อไปของลิ่นฝูเสวี่ยคือ ‘ถึงเวลาจากกันแล้ว’
“ข้าคิดว่า.. .ท่านควรให้ค่าฝึกสอนหรืออะไรสักอย่างกับข้าหรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ลั่วชิงยวนก็ประหลาดใจ “ว่ากระไรนะ? ค่า
ฝึกสอน? ข้าควรจะเผามันให้เจ้าหรืออย่างไร?”
ลิ่
วี่
นึ่
นั้
ลิ่นฝูเสวี่ยผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นนางก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เสียง
หัวเราะที่ดังชัดมีพลังวิเศษที่ทะลุทะลวงหัวใจของผู้คน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าเกือบลืมไป ข้าก็มิสามารถรับได้เหมือนกัน”
“สิ่งที่ข้าเผชิญเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ข้ามักจะรู้สึกว่าตนยังมีชีวิตอยู่เสมอ”
“เพียงแค่ เมื่อข้าได้เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับแม่ของท่านให้ฟังแล้ว เช่น
นั้นข้าก็มิขอร่ายรำอีก ยืดติดกับเรื่องพวกนี้หาได้มีประโยชน์อันใด”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ลั่วชิงยวนจึงรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก “วันนี้เกิดอะไรขึ้น
กับเจ้า?”
“เจ้ามิได้วางแผนจะจากไปจริง ๆ ใช่หรือไม่? เจ้าจะขาดความรับผิดชอบ
เช่นนี้มิได้”
หากลิ่นฝูเสวี่ยต้องการจากไปจริง ๆ ลั่วชิงยวนย่อมมิอาจยอมรับได้ นางมิ
เคยคิดเลยว่าลิ่นฝูเสวี่ยจะจากไป
น้ำเสียงของลิ่นฝูเสวี่ยเริ่มหมดความอดทน “ผู้ใดบอกว่าข้าจะจากไป ข้า
แค่บอกกับท่านว่าข้าไม่มีความคิดยึดติดอะไรอีกต่อไปแล้ว”
“คราวหน้าหากจะร่ายรำอย่าใช้ชื่อของข้าแล้วกัน ท่านรำเองเถอะ ข้ามิ
ช่วยแล้ว!”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงอันคุ้นเคยนี้ ลั่วชิงยวนก็รู้สึกโล่งใจในที่สุด
“หากเช่นนั้นเจ้าต้องพูดออกมาตรง ๆ อย่าได้เอาแต่อ้อมค้อมเช่นนี้สิ”
“วันนี้ร่ายรำเป็นครั้งสุดท้ายได้หรือไม่?” ลั่วชิงยวนพูดคุยกับนาง
ลิ่นฝูเสวี่ยเลิกคิ้ว “ก็ได้ วันนี้เป็นครั้งสุดท้าย วันหน้าข้าจะดูท่านร่ายรำ
และดูว่าท่านได้เรียนรู้มากน้อยเพียงใด”
จากนั้นลิ่นฝูเสวี่ยก็ลุกขึ้น ลั่วชิงยวนก็โผลงจากด้านบนเช่นเคย ดนตรีเริ่ม
บรรเลง กลีบดอกไม้ปลิวว่อน ทั้งยังร่วงหล่นลงมา ร่างที่สง่าและงดงามของนาง
ก็ค่อย ๆ เผยโฉมออกมา
ครั้งสุดท้ายนี้ เป้าหมายของลั่วชิงยวนมีเพียงฝูจ้าวเท่านั้น
นางมองไปที่ฝูจ้าวหลายครั้ง ดวงตาเต็มไปด้วยความเย้ายวน
ฟู่เฉินหวนซึ่งนั่งอยู่ตรงมุมห้องอดกระชับมือจับจอกสุรามิได้
ฟู่จิงหลี่อดมิได้ที่จะเตือน “ท่านพี่สาม ระวังอาการบาดเจ็บที่มือของท่าน
ด้วย”
ฟู่เฉินหวนรู้สึกตัวพร้อมกับวางจอกสุราลง
ฟู่จิงหลี่ส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ “หากท่านชอบแม่นางฝูเสวี่ยผู้นี้จริง ๆ ก็
รีบรับนางเข้าจวนท่านโดยเร็วเถิด มิเช่นนั้นข้าคิดว่าไม่ช้าก็เร็ว นางคงได้แต่ง
เข้าสกุลอื่นเป็นแน่”
ฟู่เฉินหวนยังคงนิ่งเงียบด้วยความรู้สึกหงุดหงิด
ก่อนที่การแสดงจะจบลง จู่ ๆ ชายขี้เมาก็ขึ้นมาบนเวทีทรงกลมพร้อมไห
สุราและจอกสุรา ในตอนแรกไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นเขา
จนกระทั่งเขาเดินไปหาลั่วชิงยวนแล้วพูดว่า “แม่นางฟูเสวี่ยงดงามยิ่งนัก
ข้าขอร่ำสุรากับเจ้าได้หรือไม่?”
บุรุษผู้นั้นคว้าข้อมือของลั่วชิงยวนขณะที่เขาพูด
ดวงตาของลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ นางผละตัวหนีก่อนที่จะผลัก
เขาออกไป
บุรุษผู้นั้นเกือบจะล้มลง “เหตุใดแม่นางฝูเสวี่ยถึงต้องผลักข้าด้วยเล่า?
แม้แต่สุราเพียงจอกเดียวเจ้าก็ดื่มมิได้เชียวหรือ?”
กลุ่มผู้คุ้มกันของบุรุษผู้นั้นรีบรุดไปข้างหน้าทันที
วี่
พื่
ผู้คุ้มกันในหอฝูเสวี่ยต่างรีบเร่งเพื่อเข้าไปหยุดพวกเขาอย่างรวดเร็ว ภาพ
นั้นกลับกลายเป็นความวุ่นวายทันที
ในความสับสนวุ่นวาย มีคนยื่นมือไปหาลั่วชิงยวน “แม่นางฝูเสวี่ยมิยอมให้
ผู้ใดแตะต้องเลยหรือ? หากเช่นนั้นข้าก็เสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์ใช่หรือ
ไม่?”
ลั่วชิงยวนถอยหลังไปสองก้าว แต่บุรุษผู้นั้นยังคงเดินเข้าหาและบีบคั้นนาง
อย่างกระชั้นชิด ลั่วชิงยวนไม่อาจทนไว้อีกต่อไป นางคว้าข้อมือที่เหยียดออก
ของอีกฝ่ายไว้ แล้วจึงบิดข้อมือก่อนที่จะผลักบุรุษผู้นั้นออกไป “ออกไป!”
“โอ๊ย!” บุรุษผู้นั้นร้องอย่างเจ็บปวด “เจ้าเป็นเพียงนางรำต่ำต้อย กลับกล้า
ทำร้ายข้า เช่นนั้นวันนี้ข้าคงต้องสอนให้เจ้าได้ลิ้มรสความทรมานเสียหน่อย
แล้ว!”
หลังจากพูดจบ เขาก็รีบวิ่งไปหาลั่วชิงยวนทันที
ตอนที่ลั่วชิงยวนกำลังจะลงมือ ก็มีเสียงเสื้อผ้าปลิวไปในอากาศ และครู่ต่อ
มา จู่ ๆ มือที่พันด้วยผ้าพันแผลก็คว้ามือของบุรุษผู้นั้นไว้