ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 589
นั่นหมายความว่า ทรัพย์สมบัติของตระกูลทั้งหมดเป็นของเขา อีกทั้งเขา
ยังสามารถมอบตำแหน่งฮูหยินให้กับนางได้ด้วย
เมื่อได้ยินเช่นนี้จะหามีผู้ใดบ้างมิถูกล่อลวง?
“แต่บิดาของคุณชายฝูจะเห็นด้วยหรือ? อย่างไรภูมิหลังของข้า…” ลั่วชิง
ยวนถามอย่างสงสัย
เมื่อฝูจ้าวเห็นนางถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาจึงเตรียมความพร้อมไว้ก่อนแล้ว
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกตื่นเต้นและพูดอย่างรวดเร็ว “ท่านพ่อจะไม่ยุ่งเรื่องเช่นนี้กับ
ข้า”
“ท่านพ่อจะยอมทำทุกอย่างตามที่ข้าต้องการ”
ที่ด้านข้าง ลิ่นฝูเสวี่ยกำลังกอดอกเดินอย่างช้า ๆ “ไยท่านถึงเอาแต่พูด
เรื่องไร้สาระกับเขา? ถามเข้าประเด็นหลักสิ”
ลั่วชิงยวนมองไปที่ฝูจ้าวแล้วพูดว่า “หากเช่นนั้นแล้ว ข้าขอถามคุณชายฝู
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านตอบตามความจริงได้หรือไม่?”
“ถามมาได้เลย” ฝูจ้าวพูดด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ยังคงพึงพอใจกับคำพูด
ของฝูเสวี่ย
“คุณชายฝู ท่านรู้จักหอสมุทรมรกตหรือไม่?” น้ำเสียงของลั่วชิงยวนเย็น
ชา
ทันทีที่เขาได้ยินสามคำนี้ การแสดงออกของฝูจ้าวก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้
ชัด “หอสมุทรมรกต เหตุใดเจ้าจึงถามเรื่องนี้?”
“มีบางเรื่องที่คุณชายฝูอาจยังมิรู้ ผู้คนต่างพากันบอกว่าข้าเป็นลูกศิษย์
ของลิ่นฝูเสวี่ย” เสียงของลั่วชิงยวนชัดเจนพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบน
ใบหน้านาง
ฝูจ้าวขมวดคิ้ว เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “นั่นมิถูกต้อง ด้วยวัยของเจ้าเพียง
เท่านี้ เจ้าจะเป็นลูกศิษย์ของลิ่นฝูเสวี่ยได้เช่นไร?”
ทันใดนั้นดวงตาของลิ่นฝูเสวี่ยก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา “สิ่งที่เขาได้รู้มาชัดเจน
มาก ต้องมีบางอย่างผิดปกติเป็นแน่”
หลังจากพูดจบ ไม่ทันที่ลั่วชิงยวนจะได้ปริปาก ลิ่นฝูเสวี่ยก็เข้าครอบงำร่าง
ของฝูจ้าวทันที นั่นจึงทำให้เขาปวดศีรษะแทบสิ้นสติ และร่างของลิ่นฝูเสวี่ยยัง
คงครอบงำเขาอยู่ไม่คลาย
ลั่วชิงยวนรีบลุกขึ้นยืนช่วยพยุงเขา นางสั่งนางรำเหล่านั้นให้ออกไปก่อน
ต่อจากนั้น ลั่วชิงยวนวางกระดาษยันต์ไว้บนแผ่นหลังของฝูจ้าว ลิ่นฝูเสวี่ย
จึงสามารถครอบงำร่างของฝูจ้าวได้อย่างสมบูรณ์
ฝูจ้าวตกอยู่ในห้วงฝันร้ายทันที ร่างกายของเขาสั่นสะเทือนอย่างไม่อาจ
ควบคุมได้ ใบหน้าซีดขาวเต็มไปด้วยเหงื่อ เขาพูดด้วยริมฝีปากสั่นขึ้นว่า “ฝูเส
วี่ย ฝูเสวี่ยเจ้าอยู่ที่ใด…”
ทันใดนั้นฝูจ้าวก็ตกอยู่ในความมืด ลมหายใจเยือกเย็นกำลังกัดกร่อนแผ่น
หลังของเขา ร่างที่คล้ายโครงกระดูกค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในความมืดข้างหน้า
ก่อนจะบิดตัวด้วยท่าทางแปลก ๆ ในอาภรณ์ตัวหลวมโพรก
“เจ้า… เจ้าเป็นใคร?”
เมื่อลั่วชิงยวนเห็นว่าเขาไม่อาจลืมตาตื่นได้ นางจึงลดเสียงต่ำลงแล้วพูดว่า
“ลิ่นฝูเสวี่ย”
ในขณะนั้นร่างของฝูจ้าวก็สั่นเทิ้มอย่างกะทันหัน
ความกลัวในใจของเขายิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
“หลังจากค้นหามาหลายปี ในที่สุดข้าก็พบศัตรูของข้าแล้ว เจ้าฆ่าคนของ
หอสมุทรมรกตไปมากมาย เช่นนั้นก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิตของเจ้า!”
น้ำ
ลั่
ุ
น้ำเสียงของลั่วชิงยวนเฉียบคม
ในฝันร้าย โครงกระดูกพุ่งเข้าหาฝูจ้าว พร้อมกับบีบคอของเขาไว้แน่น
ในความเป็นจริง ฝูจ้าวกำลังบีบคอตัวเองจนหายใจไม่ออก เขาพยายาม
ดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง ก่อนจะตะโกนว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นในหอสมุทรมรกตล้วนไม่
เกี่ยวข้องกับข้าแม้แต่น้อย”
“บอกข้าหน่อยสิ เหตุใดเจ้าจึงเข่นฆ่าชีวิตผู้คนในหอสมุทรมรกตไปอย่าง
มากมายถึงเพียงนี้?!” ลั่วชิงยวนถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
บนหน้าผากของฝูจ้าวปูดโปนไปด้วยเส้นเลือด เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก
“ข้าไม่รู้… ข้าไม่รู้…”
“หอสมุทรมรกตหาได้เกี่ยวข้องกับข้าไม่ ในเวลานั้นเป็นท่านพ่อข้าที่
จัดการเรื่องทั้งหมด ข้าเคยแต่เห็นเอกสารของหอสมุทรมรกตในห้องตำราเพียง
เท่านั้น”
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินคำพูดนี้ นางก็ขมวดคิ้ว ‘ห้องตำรา?’
“ห้องตำรานั้นอยู่ที่ใด? พาข้าไปที่นั่นบัดเดี๋ยวนี้!”
ในขณะนี้ลิ่นฝูเสวี่ยได้คลายกำลังตนเองลง ฝูจ้าวจึงสามารถหายใจได้
ลั่วชิงยวนคว้าแขนของฝูจ้าวให้ลุกยืนขึ้นแล้วเดินออกไป
ลั่วชิงยวนอดไม่ได้ที่จะถามลิ่นฝูเสวี่ย “ด้วยวิธีนี้ เจ้าจะควบคุมเขาได้นาน
แค่ไหน?”
“สองก้านธูปก็ยังได้ จิตของเขาอ่อนแอมิได้แข็งแกร่งมากนัก ข้าจึงควบคุม
เขาได้มิยาก”
จากนั้นลั่วชิงยวนก็เปิดประตู มองออกไปข้างนอก จากนั้นจึงดึงฝูจ้าวออก
มา มีคนรับใช้เดินผ่านนอกเรือนไม่น้อย เช่นนั้นลั่วชิงยวนจึงคว้าแขนของฝูจ้าว
นางพาเขาออกไปโดยมิให้ผู้ใดสังเกตเห็น
นางเคยไปห้องตำรามาก่อนจึงสามารถจำทางได้
ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังห้องตำรา เหล่าคนรับใช้ที่พวกเขาพบระหว่างทางต่าง
ก้มหน้าโค้งคำนับด้วยความเคารพโดยไม่พูดอะไรหรือสังเกตเห็นความผิดปกติ
ใด ๆ
จนในที่สุดก็ถึงลานจวนซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องตำราได้อย่างราบรื่น
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะเข้าห้องตำรา จู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจาก
ด้านหลัง “พวกเจ้ากำลังทำอะไร?”