ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 614
จู่ๆ ประตูก็ถูกผลักให้เปิดออก
ฟู่เฉินหวนบุกเข้ามาในห้อง แต่เมื่อเขามองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นใครนอกจา
กลั่วชิงยวน
ลั่วชิงยวนตกตะลึง
ทั้งคู่จ้องมองกันและกัน
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว จากนั้นก็หันหลังกลับและจากไป
ลั่วชิงยวนไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงทำเช่นนี้?
หลังจากที่ฟู่เฉินหวนจากไป ซูโหยวก็รีบเชิญหมอหลวงมาอย่างรวดเร็ว จา
กนั้นลั่วชิงยวนจึงขอ
ให้เขาตรวจชีพจรของนาง
หลังจากตรวจชีพจรแล้ว ซูโหยวก็พาเขาไปโดยไม่พูดอะไร
ภายในห้องตำรา
หมอหลวงกล่าวด้วยความเคารพต่อฟู่เฉินหวน “ท่านอ๋อง พระชายามิได้
ตั้งครรภ์พ่ะย่ะค่ะ”
ฟู่เฉินหวนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ท่านตรวจชีพจรของนาง
ชัดเจนแล้วหรือยัง?”
หมอหลวงตอบว่า “อย่าได้กังวลพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง กระหม่อมเป็นหมอ
หลวงมาหลายปีแล้วและได้วินิจฉัยชีพจรของเหล่าสนมในวังนับไม่ถ้วน
กระหม่อมไม่มีวันตรวจชีพจรพลาดอย่างแน่นอนเด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ!”
ฟู่เฉินหวนพยักหน้า ความสงสัยของเขาหายไปแล้ว แต่กลับมีความกังวล
ฉายชัดในดวงตาของเขา
“มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับร่างกายและจิตใจของนางหรือไม่?”
ฟู่เฉินหวนครุ่นคิดและพูดว่า “มียาตัวใดบ้างที่ทำให้มิอาจสังเกตเห็น
อาการของพิษได้ในตอนแรกที่กิน รวมทั้งมิอาจสัมผัสสิ่งผิดปกติของชีพจรได้
แต่จะค่อย ๆ ทำให้เกิดความสันสนทางจิต”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หมอหลวงก็ขมวดคิ้วด้วยความสับสน ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง
แล้วพูดว่า “กระหม่อมมิเคย
เห็นยาประเภทนี้มาก่อน แต่กระหม่อมไม่กล้าบอกว่าไม่มีอยู่จริงพ่ะย่ะค่ะ”
“กระหม่อมจะกลับไปอ่านตำราแพทย์เพื่อตรวจดูว่ามีสิ่งใดเป็นเช่นนี้หรือ
ไม่”
ฟู่เฉินหวนพยักหน้า “ขอบคุณ”
จากนั้นซูโหยวก็ส่งหมอหลวงกลับไป
ภายในห้อง ลั่วชิงยวนกำลังอ่านตำราและไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
แต่เมื่อเห็นฟู่เฉินหวนกลับมาอีกครั้ง แววตาของนางก็ดูแปลกไปมาก
กอปรกับความเอาใจใส่และความเห็นอกเห็นใจอย่างอธิบายไม่ถูก
ทว่าสิ่งที่ฟู่เฉินหวนพูดต่อไปกลับทำให้ลั่วชิงยวนตกใจมากยิ่งขึ้น
“เจ้าอยากกินอะไรหรือไม่?”
ฟู่เฉินหวนอยากรู้จริง ๆ ว่านางอยากกินสิ่งใด
“ข้า… ข้าอยากกินอาหารและสุราของหอร่ำเมลัย” นางหมายความเช่นนั้น
จริง ๆ
ฟู่เฉินหวนพยักหน้า “ย่อมได้”
“หากเจ้าต้องการสิ่งใดก็บอกซูโหยวเถอะ แล้วเขาจะจัดการให้”
ลั่วชิงยวนตอบว่า “เพคะ”
ฟู่เฉินหวนอยู่ไม่นานก็ออกไป แต่หลังจากนั้นไม่นาน พ่อครัวจากหอร่ำเม
ลัยก็มาปรากฏตัวทันที!
“พระชายา นี่เป็นอาหารจานพิเศษของข้า พระชายาลองเลือกดูเถิด
ขอรับ”
“ถึงไม่เลือกอาหารจากใบรายการเหล่านี้ พระชายาก็สามารถสั่งอาหาร
อย่างอื่นได้เช่นกัน ข้าเป็นพ่อครัวมาสามสิบกว่าปีแล้ว จึงรู้วิธีทำอาหารทุก
ประเภทขอรับ!”
มุมปากของลั่วชิงยวนอดไม่ได้ที่จะยกขึ้น นี่เป็นการรักษาที่ไม่ธรรมดาจริง
ๆ
“นี่ นี่ และนี่”
หลังจากสั่งอาหารแล้ว พ่อครัวก็ตอบว่า “พระชายารอสักประเดี๋ยว ข้าจะ
ไปทำมาให้เดี๋ยวนี้ขอรับ!”
หลังจากรอไม่ถึงสองก้านธูป(1) อาหารอร่อยและสุราหอมกรุ่นก็ถูกนำออก
มาเรื่อย ๆ และผลไม้บางส่วนก็ถูกนำมาด้วย
จือเฉาช่วยพยุงนางลุกจากเตียง นั่งที่โต๊ะและเริ่มทานอาหาร
“กลิ่นหอมเสียจริง”
ลั่วชิงยวนกำลังจะใช้ตะเกียบ สายตาของนางก็เห็นเหล่านางรับใช้ยืนอยู่
ข้าง ๆ กำลังเสิร์ฟอาหารให้ตน
ลั่วชิงยวนโบกมือ “พวกเจ้าลงไปได้แล้ว จือเฉาคนเดียวก็พอ”
ที่
ลั่
นั่
หลังจากที่ประตูปิดลง ลั่วชิงยวนก็พาจือเฉาไปนั่งกินข้าวด้วยกัน
หนึ่งก้านธูป คือเวลาประมาณสิบห้านาที