ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 627
ในที่สุดเวลาก็ผ่านมาเจ็ดวันแล้ว
พระตำหนักโช่วสี่
หน้ากระจกทองเหลือง ไทเฮากำลังลูบผมและถามว่า “นี่กี่วันแล้ว?”
จิ่นชูซึ่งอยู่ด้านข้างก็ตอบขึ้นว่า “วันนี้เป็นวันที่เจ็ดแล้วเพคะ”
ไทเฮาเลิกคิ้วเล็กน้อย “แปลกจริง ๆ ที่เขาไม่ได้อุ้มศพมาเอ่ยถามเรื่อง
ราวกับข้าหรือแม้แต่จะจัดพิธีไว้ทุกข์”
จิ่นชูยิ้มและกล่าวว่า “ท่านอ๋องประสบความสำเร็จอย่างมากในยามนี้ รวม
ทั้งชื่อเสียงของเขาก็ได้รับการสรรเสริญอย่างยิ่ง หากเขานำศพมายังพระตำ
หนักโช่วสี่ เขาจะถูกกล่าวหาว่าไม่กตัญญูและไม่เคารพได้เพคะ”
“นอกจากนี้ เขาชอบลั่วเยวี่ยอิง เขาปฏิบัติต่อลั่วชิงยวนเพียงผิวเผิน
เท่านั้น เขากลัวว่าจะชื่อเสียงของเขาจะด่างพร้อยด้วยการเนรคุณ เช่นนั้นแล้ว
เขาจะต่อต้านไทเฮาเพื่อเปิดเผยการตายของลั่วชิงยวนได้เช่นไรเพคะ?”
ไทเฮายิ้มจาง ๆ แล้วพูดถามว่า “หมอหลวงได้เตรียมการไว้แล้วหรือไม่?”
“จัดการเรียบร้อยแล้วเพคะ ทว่า ไม่กี่วันก่อนลั่วเยวี่ยอิงได้ไปก่อความ
วุ่นวายครั้งใหญ่ที่ตำหนักอ๋อง หากลั่วชิงยวนเสียชีวิต ทุกคนคงคิดแต่เพียงว่า
ลั่วเยวี่ยอิงฆ่านาง และจะไม่มีใครตั้งคำถามกับไทเฮาได้เพคะ”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ไทเฮาก็ประหลาดใจเล็กน้อย “เซียวเอ๋อร์ได้จัดการ
เรื่องนี้แล้วหรือไม่?”
“จัดการแล้วเพคะ”
“ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เราได้แก้ปัญหาลั่วเยวี่ยอิงที่น่ารำคาญผู้นี้ไป
พร้อม ๆ กันเลย”
ที่
วิ่
นี้
น้ำ
ซ้ำ
“สตรีที่ดีทว่าเอาแต่วิ่งตามบุรุษเช่นนี้ ช่างไร้ค่านัก มิหน้ำซ้ำสตรีเช่นนาง
ยังต้องการแต่งงานเข้าตระกูลเหยียนเสียด้วย”
น้ำเสียงของไทเฮาดูถูกเหยียดหยาม
ทว่า ไม่กี่วันต่อมา ก็ยังไม่มีข่าวการตายอย่างกะทันหันของลั่วชิงยวนออก
มาจากตำหนักอ๋องผู้สำเร็จราชการ มีคนไปที่ตำหนักอ๋องเพื่อสอบถามเกี่ยวกับ
ข่าวนี้ แต่กลับพบว่าลั่วชิงยวนยังคงมีชีวิตอยู่อย่างชัดเจน!
เมื่อไทเฮารู้ข่าว นางก็โกรธมาก “ไร้สาระ! ลั่วชิงยวนยังมิตายอีกงั้นรึ?”
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่ฟู่อวิ๋นโจวมิเคยมาหาข้า!”
จิ่นชูขมวดคิ้วและพูดอย่างหนักแน่นว่า “ท่านอ๋องอาจเจอหมอที่สามารถ
ล้างพิษให้ลั่วชิงยวนได้เพคะ”
“ท้ายที่สุดแล้วนี่ก็เป็นยาพิษชนิดเรื้อรัง วันนั้นท่านมาที่พระตำหนักโช่วสี่
และได้เห็นเหตุการณ์นั้นด้วยตาของเขาเอง เขาคงจะพยายามหาวิธีล้างพิษ
และในเจ็ดนั้นวันเขาอาจจะพบวิธีล้างพิษก็เป็นได้เพคะ”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ดวงตาของไทเฮาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา “เมื่อไหร่ที่
ข้าจะกำจัดลั่วชิงยวนก็ล้วนเป็นเรื่องยากทุกทีไป เช่นนั้นแล้วก็รีบเร่งให้พวกเขา
หาทางกำจัดนางโดยเร็วเถอะ!”
“เพคะ!”
เมื่อนึกถึงสมัยที่ลั่วชิงยวนซึ่งมีร่างกายอ้วนท้วนและหน้าตาอัปลักษณ์ นาง
ได้แต่งเข้าตำหนักอ๋องผู้สำเร็จราชการพร้อมกับได้รับชื่อเสียงฉาวโฉ่
ทว่า ในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ นางก็ทำให้ทั่วทั้งใต้หล้าเกิดการเปลี่ยนแปลง
อย่างมากมาย ลั่วชิงยวนประสบความสำเร็จเช่นนี้ได้เช่นไร?
เป็นเวลาสิบวันมาแล้ว
ลั่วชิงยวนนอนเอกเขนกอยู่ในเรือน เพลิดเพลินกับอาหารที่ทำโดยพ่อครัว
ของหอร่ำเมลัยรวมทั้งดื่มชาไปด้วย
ติ้
ทั้
แม่นมเติ้งรายงานจากด้านข้างว่า “บ่าวได้ยินมาจากซูโหยวว่า คนทั้งสอง
ที่ตายในตำหนักอ๋องได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าศาลา
ว่าการจะมีการกล่าวหาพระชายามากมายรวมทั้งตำหนิท่านที่ทำให้นางตาย
แต่ท่านอ๋องก็ปกป้องพระชายาเจ้าค่ะ”
“พวกเขาระงับสถานการณ์ด้วยเหตุผลของการพยายามลอบสังหารที่
ตำหนักท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการจนถึงตอนนี้ก็ไม่มีผู้ใดกล้าพูดอะไรเลยเจ้าค่ะ”
“ครั้งนี้ท่านอ๋องมิได้ปกป้องลั่วเยวี่ยอิง บ่าวเดาว่าท่านอ๋องคงรู้เจตนาไม่ดี
ของลั่วเยวี่ยอิงแล้วเจ้าค่ะ”
หลังจากฟังเรื่องราวเหล่านั้นแล้ว ลั่วชิงยวนก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ฟู่เฉินหวนไม่ชอบลั่วเยวี่ยอิงในครั้งนี้
แต่นางกลับรู้สึกสับสนเล็กน้อยว่า ฟู่เฉินหวนมีความรู้สึกแบบใดกับลั่วเยวี่
ยอิงกันแน่ในตอนนี้
“แล้วเว่ยอวิ๋นเซี๋ยอยู่ที่ใด?” ลั่วชิงยวนนึกถึงคนผู้นี้ทันทีจึงเอ่ยถาม
“ตระกูลเว่ยพาตัวนางกลับมาแล้วเจ้าค่ะ เมื่อนางได้ลองเข้าไปในหอฝูเส
วี่ย นางก็ดูตกใจกลัวเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตระกูลเว่ยช่วยนางไว้
ได้ทันเจ้าค่ะ”
“เนื่องจากไม่มีความเสียหายร้ายแรงเกิดขึ้น ตระกูลเว่ยจึงไม่ต้องการให้
ผู้คนพูดถึงเรื่องนี้มากนักและไม่อยากให้เผยแพร่เรื่องอื้อฉาวเหล่านี้ พวกเขาจึง
ปิดบังข่าวและไม่มีความเคลื่อนไหวใดเจ้าค่ะ”
ลั่วชิงยวนจึงเอ่ยถามต่อว่า “นางพูดถูก น่าเสียดายที่นางมิได้สัมผัส
ประสบการณ์นั้นได้ด้วยตนเอง”
ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นจบลง ร่างหนึ่งก็รีบเดินก้าวเข้ามาในลานตำหนักด้วย
สีหน้ากังวล
ลั่วอวิ๋นสี่เดินเข้ามาด้วยน้ำเสียงประหม่า “มีคนต้องการฆ่าเจ้า!”