ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 641
เสียงทุ้มลึกของฟู่เฉินหวนดังขึ้นอย่างช้า ๆ “ข้ามิได้โง่”
“ไทเฮาขอให้ข้าออกไปข้างนอก แต่ที่นอกตำหนักกลับไม่มีใครอยู่เลย เท่า
นี้ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ข้าแอบฟังได้แล้ว เจ้าคิดว่าข้าจะไม่ได้ยินอย่างนั้น
หรือ?”
“คำพูดเหล่านั้นจงใจให้ข้าได้ยินทั้งหมด”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้ว ลั่วชิงยวนก็รู้สึกโล่งใจ นางอดไม่ได้ที่จะยิ้ม เขา
เชิดคางขึ้นและมองดูท้องฟ้าอย่างผ่อนคลาย “ในที่สุดท่านก็เชื่อหม่อมฉันได้
อีกครั้งสักที”
เมื่อฟู่เฉินหวนได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของเขาก็มืดมนขึ้นทันที
ทันใดนั้น ฟู่เฉินหวนก็ลุกขึ้นยืนแล้วจากไป
ลั่วชิงยวนผงะเล็กน้อย ก่อนที่จะรีบลุกขึ้นยืนเพื่อไล่ตามเขาไปในทันที
“หากท่านต้องการไป เหตุใดถึงไม่พูดอะไรเลยเล่า? รอหม่อมฉันด้วยสิเพคะ”
ลั่วชิงยวนติดตามฟู่เฉินหวนไป เดิมทีพวกเขากำลังจะออกจากวังหลวง
ขณะนี้ท้องฟ้าใกล้จะค่ำแล้ว
แต่ขณะที่พวกเขากำลังก้าวผ่านประตูพระราชวัง กลับมีเสียงตะโกนดังมา
จากด้านหลัง
“ท่านอ๋อง! พระชายา!”
พวกเขาทั้งสองหยุดเดินแล้วหันกลับไปเห็นป้าถานสี่วิ่งมาหาพวกเขาด้วย
ความตื่นตระหนก
“ป้าถ่านสี่”
สี่
ป้าถานสี่พูดอย่างเร่งรีบว่า “พระชายา โปรดช่วยหลิวไท่เฟยด้วยเจ้าค่ะ”
ลั่วชิงยวนถามด้วยความสับสน “เกิดอะไรขึ้นกับหลิวไท่เฟย?”
ป้าถานสี่กังวลมาก แต่นางไม่รู้ว่าจะพูดเช่นไรดี “ท่านมากับบ่าวก่อนเถิด
เจ้าค่ะ บ่าวก็ไม่รู้ว่าพระนางเป็นอะไรเช่นกัน!”
ลั่วชิงยวนหันหน้าไปมองฟู่เฉินหวนแล้วพูดว่า “เมื่อวานนี้ องค์ชายเจ็ดขอ
ให้หม่อมฉันจับตาดูหลิวไท่เฟย รีบไปที่นั่นกันเถอะ”
ฟู่เฉินหวนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินไปที่ตำหนักของหลิวไท่เฟยกับป้า
ถานสี่
พวกเขาทั้งสามเดินไปอย่างรวดเร็ว แต่วังหลวงนั้นก็ใหญ่โตมากรวมทั้ง
พระตำหนักของหลิวไท่เฟยอยู่ห่างไกลเล็กน้อย เช่นนั้นจึงต้องใช้เวลาพอ
สมควรจึงจะไปถึงที่นั่นได้
พวกเขารีบเดินเข้าไปในพระตำหนัก สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือร่างคนผู้หนึ่ง
กำลังรดน้ำดอกไม้ในสวน
ฝีเท้าของป้าถานสี่หยุดลง ความหวาดกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง
แต่นางก็ยังคงเดินเข้าไปอย่างกล้าหาญ
พวกเขาทั้งสามเดินมาถึงที่ด้านหลังหลิวไท่เฟยซึ่งยังคงรดน้ำดอกไม้
ราวกับว่าไม่มีใครอยู่รอบ ๆ
นางยังคงสวดพระสูตรอยู่ตลอดเวลา
“หลิวไท่เฟยเพคะ” ลั่วชิงยวนตะโกน
ทันใดนั้นหลิวไท่เฟยก็หันหน้ามาด้วยความตกใจ ใบหน้าของนางสับสน
และลูกประคำในมือที่ประหม่าของนางก็ร่วงหล่นกับพื้น ลูกประคำเหล่านั้น
กระจัดกระจายไปทั่วพื้น
หลิวไท่เฟยรีบโยนบัวรดน้ำออกไปแล้วคุกเข่าลงหยิบลูกประคำเหล่านั้น
ขึ้นมา
ลั่
พื่
ที่
ลั่วชิงยวนก็รีบคุกเข่าลงเพื่อช่วยหยิบลูกประคำด้วยเช่นกัน ขณะที่นางถือ
ลูกปัดไว้ในมือ ทันใดนั้น นางก็รู้สึกถึงความคุ้นเคยที่ไม่อาจอธิบายได้
เนื้อสัมผัส ขนาด และวัสดุเหล่านี้
แต่แล้วความคิดบางอย่างก็แวบผ่านมาในชั่วพริบตา นางไม่เชื่อในศาสนา
พุทธ และไม่มีวัตถุใด ๆ รอบตัวนางเลย บางทีลูกประคำอาจถูกสลักจากคัมภีร์
เดียวกันทั้งหมดจึงดูคล้ายกัน
ทุกคนหยิบลูกประคำขึ้นมาแล้วมอบให้หลิวไท่เฟย
หลิวไท่เฟยวางลูกประคำแล้วยิ้มอย่างเขินอาย “ข้าทำให้พวกเจ้านึกขัน
แล้ว”
ลั่วชิงยวนสังเกตการแสดงออกของหลิวไท่เฟย แม้จะไม่มีอะไรผิดปกติ
เกี่ยวกับนาง ทว่า ใบหน้าของนางยังคงเต็มไปด้วยไอสีเขียวคล้ำและสภาพ
จิตใจของนางก็ดูไม่ค่อยดีนัก
“พวกเรามิได้ตั้งใจจะทำให้หลิวไท่เฟยตกใจเพคะ” ลั่วชิงยวนกล่าวขอ
ประทานอภัย
“ไม่เป็นไร เข้ามานั่งสิ” หลิวไท่เฟยทักทายพวกเขาอย่างอบอุ่นอยู่ข้างใน
หลังจากนั่งลงแล้ว หลิวไท่เฟยก็สั่งถานสี่ว่า “ท่านอ๋องและพระชายาอยู่ที่
นี่ เจ้ามัวทำอะไรอยู่เหตุใดจึงยังไม่ยกชามาเล่า?”
ใบหน้าถานสี่ยังคงเต็มไปด้วยความกลัว นางเรียกสติกลับมาพร้อมพยัก
หน้า แล้วไปเตรียมชาในทันที
“เหตุใด จู่ ๆ พวกเจ้าถึงมาที่นี่?” ใบหน้าของหลิวไท่เฟยไม่อาจซ่อนความ
สุขของนางได้เลย นางมีความสุขมากที่พวกเขามาหาถึงที่นี่
จะเห็นได้ว่าหลิวไท่เฟยเป็นคนที่ชอบความคึกคัก แต่ผู้ปฏิบัติธรรมส่วน
ใหญ่มักมีจิตใจสงบและชอบสถานที่อันเงียบสงบมากกว่า
นั้
ฟู่เฉินหวนก็สังเกตสีหน้าของหลิวไท่เฟยเช่นกัน จากนั้นเขาจึงตอบว่า “วัน
นี้กระหม่อมกำลังจะกลับตำหนักอ๋อง เช่นนั้นกระหม่อมจึงแวะมาเยี่ยมพ่ะย่ะ
ค่ะ”
“เจ้าเจ็ดก็เพิ่งมาเมื่อวานนี้ และเวลานี้เจ้าก็มาที่นี่เช่นกัน ตำหนักเล็ก ๆ
ของข้าแห่งนี้ช่างมีชีวิตชีวาจริง ๆ” หลิวไท่เฟยยิ้ม
ถานสี่ยกชามาให้ แต่ทว่าดวงตาของนางยังคงดูหวาดกลัว และมือของนาง
ก็สั่นเทาขณะที่นางวางถ้วยชานั้นลง
ลั่วชิงยวนมองเห็นหลิวไท่เฟยเป็นเรื่องปกติ แต่ความหวาดกลัวของถานสี่
นั้นไม่ได้เป็นการเสแสร้ง
นางจึงยืนขึ้นและถามว่า “ห้องปลดทุกข์อยู่ที่ใดหรือเพคะ?”
ถานสี่พูดอย่างรวดเร็วว่า “บ่าวจะพาพระชายาไปเองเจ้าค่ะ!”
ลั่วชิงยวนเดินตามถานสี่ไปที่มุมตำหนัก ลั่วชิงยวนจึงเอ่ยถามว่า “เกิด
อะไรขึ้นกับหลิวไท่เฟยกันแน่? พระนางก็ดูปกติดี”
ถานสี่คว้าแขนของนางอย่างประหม่าแล้วพูดว่า “พระชายา มิใช่เลย
เจ้าค่ะ! ก่อนที่ท่านจะมาเยือน พระนางมิได้เป็นเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ!”
“พระชายามากับบ่าวเถิดเจ้าค่ะ”
ถานสี่พาลั่วชิงยวนไปที่สวนหลังตำหนัก ที่นั่นมีทั้งดอกไม้และต้นไม้
มากมายปลูกอยู่ รวมถึงอ่างน้ำขนาดใหญ่หลายใบที่เต็มไปด้วยดอกบัว
ข้างถังเก็บน้ำมีเลือดเต็มไปหมด