ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 649
“หม่อมฉันนำสิ่งนี้มาจากหลิวไท่เฟย ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เป็นของที่ระลึก
เพียงสิ่งเดียวจากพระมารดาของท่าน”
ฟู่จิ่งหลีถือผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้ในมือ สีหน้าของเขาก็ดูหนักอึ้งอยู่พักนึง
จากนั้นเขาก็เก็บผ้าเช็ดหน้าออกแล้วยิ้มอีกครั้ง “ขอบคุณเจ้ามาก”
ฟู่จิ่งหลีและฟู่เฉินหวนเริ่มพูดคุยกัน ลั่วชิงยวนจึงลุกขึ้นกลับไปยังห้องของ
นางก่อน
นางกำชับแม่นมเติ้งและจือเฉาให้เฝ้าอยู่นอกประตูอย่าให้ใครเข้ามาได้
นางเปิดดวงแก้วออก ร่างของสตรีผู้นั้นก็ปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ลั่วชิง
ยวนกลับไม่ได้ปล่อยนางออกมาอย่างสมบูรณ์
“เจ้าเป็นใคร หลิวไท่เฟยทำสิ่งใดให้เจ้าจงเกลียดจงชังถึงเช่นนี้?”
สตรีผู้นั้นพูดอย่างดุร้ายว่า “นางเป็นฆาตกร! ฆาตกร!”
“นางฆ่าใคร?”
“เสียนเฟย!”
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ ลั่วชิงยวนก็ผงะ นางขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “นั่นเป็นเพียง
ความผิดพลาดอย่างมิได้ตั้งใจของพระนาง”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น นางก็เริ่มมีอารมณ์และใบหน้าของนางก็ดุร้ายอีกครั้ง
“ไร้สาระ! ผิดพลาดโดยมิได้ตั้งใจรึ?! เป็นนางที่ตั้งใจทำ! นางเป็นคนที่ทำร้าย
เสียนเฟย!”
“ในคืนที่เกิดเหตุการณ์นั้น นางได้นัดหมายกับเสียนเฟยเพื่อไปงานเลี้ยง
แต่นางกลับมิปรากฏตัวจนกระทั่งเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นและนางก็ตายลงใน
ที่
ที่สุด!”
“พระราชวังถูกฟ้าผ่า พระตำหนักของเสียนเฟยก็ไม่อาจรอดพ้นจากความ
เสียหาย สิ่งที่ทำให้เกิดฟ้าผ่าคือสิ่งที่นางมอบให้เสียนเฟย!”
“การตายของเสียนเฟยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการนาง!”
สตรีผู้นั้นนั้นดูดุร้ายและอารมณ์แปรปรวน
เมื่อลั่วชิงยวนได้ยินคำพูดนี้ นางก็ตกตะลึงอย่างมาก
คำพูดนี้แตกต่างจากหลิวไท่เฟยอย่างสิ้นเชิง
ยิ่งกว่านั้น นางก็รู้ด้วยว่าอะไรที่ทำให้เกิดฟ้าผ่า?
“เจ้ารู้ได้เช่นไรว่าสิ่งใดทำให้เกิดฟ้าผ่า เจ้าถึงกับพูดอย่างมั่นใจเพียงนี้ เจ้า
เป็นใครกันแน่ และเหตุใดจึงมั่นใจนัก?”
อีกฝ่ายตอบอย่างไม่ลังเลทันทีว่า “เพราะข้าเป็นนางรับใช้ข้างกายของเสีย
นเฟย ข้าจึงรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นอย่างชัดเจน! แต่เมื่อถึงเวลาที่ข้ารู้ความ
จริง ก็สายเกินกว่าจะตามหาเสียนเฟยและพานางกลับมาแล้ว”
“เสียนเฟยเป็นคนดีมากทั้งยังปฏิบัติต่อนางอย่างดี แต่นางกลับฆ่าเสีย
นเฟย จนถึงบัดนี้นางได้กลายเป็นไท่เฟยไปแล้ว เหตุใดกัน?! เพราะเหตุใด?!”
“หากมิใช่เพราะนางรู้สึกผิดและหวาดกลัว เหตุใดนางจึงตั้งห้องพระไว้ใน
พระตำหนัก ก็เพื่อป้องกันมิให้ข้าแก้แค้นนางได้อย่างไรเล่า!”
“บ้าจริง ๆ!”
ลั่วชิงยวนตกใจมาก ‘นางรับใช้ข้างกายของเสียนเฟยอย่างนั้นหรือ?’
“เดี๋ยวก่อน เจ้ายังมิบอกว่าเจ้ารู้ได้เช่นไรว่าสิ่งใดทำให้เกิดฟ้าผ่า”
นางรับใช้ตอบว่า “พี่หญิงคนสนิทผู้หนึ่งของข้าแอบบอกข้าว่า มีบางอย่าง
ผิดปกติกับรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่หลิวไท่เฟยส่งมา และเราก็ได้รับรูปปั้น
นั้
เดียวกันนั้นด้วย”
“เป็นความผิดของข้าที่ไม่รอบคอบ ข้าคิดเพียงว่าการทิ้งรูปปั้นเจ้าแม่กวน
อิมนั่นไป จะป้องกันมิให้ภัยพิบัติเกิดขึ้นได้”
“เมื่อสายฟ้าผ่าลงมา ข้ามีเวลาเพียงไปดูแลองค์ชายเจ็ดเท่านั้น”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ท่าทีของสตรีผู้นี้ก็กลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง “เหตุใด! นาง
ฆ่าพระมารดาขององค์ชายเจ็ด นางปฏิบัติต่อองค์ชายเจ็ดอย่างหน้าซื่อใจคด
เวลานี้องค์ชายเจ็ดปฏิบัติต่อนางเหมือนแม่บุญธรรม สิ่งนี้แตกต่างอะไรจากการ
รับโจรเป็นแม่!”
“สตรีสารเลวผู้นี้ ข้าอยากให้นางทนทุกข์ทรมานตลอดไป!”
ลั่วชิงยวนสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังอันแรงกล้าของนาง และด้วยเหตุนี้
นางจึงไม่อาจละทิ้งความขุ่นเคืองจนกลายเป็นอย่างที่นางเป็นอยู่ตอนนี้
“หากสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริง ข้าช่วยเจ้าได้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ สตรีผู้นั้นก็ประหลาดใจและพูดว่า “จริงหรือ?”
“จริงสิ แต่ข้าต้องยืนยันตัวตนของเจ้าก่อน เจ้านามว่าอันใด?”
สตรีผู้นั้นตอบว่า “เจินหลัน”
ถึงแม้ว่าเจินหลันจะมีรอยแผลบนใบหน้า แต่รูปลักษณ์ดั้งเดิมของนางก็ยัง
คงมองเห็นได้อย่างชัดเจน เช่นนั้นแล้วลั่วชิงยวนจึงวาดภาพเหมือนของนางขึ้น
มา
ด้วยการใช้ประโยชน์จากฟู่จิ่งหลีที่เพิ่งทานอาหารมื้อกลางวันและยังไม่ได้
ออกจากตำหนักอ๋อง ลั่วชิงยวนจึงแอบพบเขาอย่างเงียบ ๆ
“องค์ชายเจ็ด หม่อมฉันมีเรื่องจะถามท่านเพคะ”
ฟู่จิ่งหลียิ้มอย่างสงบและพูดว่า “ท่านยังคงสุภาพกับข้าเพียงนี้อีกงั้นรึ?
พูดมาสิ มีเรื่องอันใด?”
ลั่
นั้
ยื่
ลั่วชิงยวนหยิบภาพเหมือนออกมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นนางจึงยื่นภาพไว้
ตรงหน้าเขา “ท่านรู้จักคนผู้นี้หรือไม่?”