ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 684
ลั่วชิงยวนมาถึงตำหนักของฟู่อวิ๋นโจวแล้ว สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจคือฟู่
อวิ๋นโจวกำลังรอนางอยู่ในห้อง
ในขณะนั้นนางตกใจเล็กน้อย ได้แต่คิดว่านางอาจจะเดาผิดไปหรือไม่?
หากฟู่เฉินหวนตามมาสมทบ อีกทั้งหมอกู้ก็ไม่ปรากฏตัว เรื่องนี้จะน่าขาย
หน้าแค่ไหน?
“เจ้ามาแล้ว” ฟู่อวิ๋นโจวยิ้มและแสดงท่าทีเชิญชวน
ทั้งโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารและสุราราคาแพงวางเรียงรายอยู่
ลั่วชิงยวนก้าวไปข้างหน้าและนั่งลง ก่อนถามด้วยความไม่มั่นใจ “เหตุใดจู่
ๆ ท่านจึงขอให้หม่อมฉันมาที่ตำหนักของท่าน? มีอะไรสำคัญหรือเพคะ?”
นางอยากรู้ว่าฟู่อวิ๋นโจวรู้เนื้อหาของจดหมายหรือไม่
ฟู่อวิ๋นโจวรินสุราให้นางแล้วพูดว่า “นี่เป็นเรื่องระหว่างไทเฮากับเสด็จพี่”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็ตกใจ เป็นไปได้หรือไม่ที่ฟู่อวิ๋นโจวขอให้นางมา
จริง ๆ? เขามิสนใจหมอกู้แล้วหรือ?
“ไทเฮากับฟู่เฉินหวนหรือ? ท่านช่วยบอกรายละเอียดให้หม่อมฉันฟัง
หน่อยได้หรือไม่?” ลั่วชิงยวนถามอย่างสงสัย
การแสดงออกของฟู่อวิ๋นโจวเริ่มเคร่งขรึม ดวงตาของเขามีความกังวลเล็ก
น้อยขณะมองดูนาง
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าไทเฮาและเสด็จพี่ เขาทั้งคู่นับว่าไม่ลงรอยกัน? ข้าบังเอิญ
ได้รู้ว่าไทเฮาดูเหมือนจะต้องการฆ่าเจ้า”
พี่
“เจ้าคิดว่าเสด็จพี่สามารถปกป้องเจ้าได้จริง ๆ หรือ? แม้ว่าเขาจะมาถึง
งานล่าสัตว์ประจำฤดูใบไม้ผลิแต่เขาก็ยังตัวติดกับลั่วเยวี่ยอิงแจ ทั้งยังมิชายตา
แลเจ้าเลยด้วยซ้ำ”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็ประหลาดใจเล็กน้อย “ผู้ใดบอกเรื่องนี้กับ
ท่าน?”
ฟู่อวิ๋นโจวตอบอย่างใจเย็น “ข้าได้ยินหมอกู้พูดเรื่องนี้ตอนที่คุยกัน”
“ข้าเองก็พอรู้เรื่องภายนอกอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก ข้าจึงได้พบว่าไทเฮา
ต้องการฆ่าเจ้าจริง ๆ”
“ทว่า คงเป็นเพราะพระนางถือว่าเจ้าเป็นคนของเสด็จพี่ นั่นคือสาเหตุที่
พระนางทำเช่นนี้ แต่เสด็จพี่ไม่สามารถปกป้องความปลอดภัยของเจ้าได้!”
ใบหน้าของฟู่อวิ๋นโจวเต็มไปด้วยความกังวล
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็หรี่ตาลงเล็กน้อย เหตุใดหมอกู้จึงบอกฟูอวิ๋นโจว
ในเวลานี้
ลั่วชิงยวนหยิบจอกสุราขึ้นมาแล้วพูดปลอบใจ “องค์ชายห้า ท่านหาอย่า
ได้กังวลเรื่องหม่อมฉันเลยเพคะ หม่อมฉันรู้ตื้นลึกหนาบางดี”
ฟู่อวิ๋นโจวขมวดคิ้ว ยังคงกังวล และมิได้หยิบจอกสุราขึ้นมาจิบอยู่นานสอง
นาน
ทว่า ลั่วชิงยวนยกจอกสุราขึ้นและไม่ยอมวางมันลง “ท่านมิต้องกังวลแทน
หม่อมฉันเลยแม้แต่น้อย”
“แม้ว่าในใจฟู่เฉินหวนจะสนใจเพียงลั่วเยวี่ยอิง แต่ท่านอ๋องก็ยังเป็นผู้ที่
คำนึงถึงสถานการณ์โดยรวมด้วย ไม่ว่าอย่างไร หม่อมฉันก็ยังเป็นพระชายา
อ๋อง! ท่านอ๋องจะมิยอมให้หม่อมฉันตายในมือไทเฮาเป็นแน่”
ฟู่อวิ๋นโจวลังเลอยู่นานก่อนที่จะยกจอกสุราขึ้นและสัมผัสกับจอกของนาง
เบา ๆ ขณะที่กำลังจะดื่ม เขาก็พูดขึ้นอีกครั้ง “แต่ข้ายัง…”
ลั่
“ไม่มีแต่แล้วเพคะ!” ลั่วชิงยวนขัดจังหวะเขา
จากนั้นเขาก็ต้องดื่ม
เมื่อจอกสุราถูกวางลงบนริมฝีปากของเขา ลั่วชิงยวนก็ตกใจเป็นอย่างมาก
สุรามียาพิษ
“ฮัดชิ่ว!” ลั่วชิงยวนแสร้งทำเป็นจามอย่างรุนแรง ตัวนางโยน สุราในแก้ว
จึงหกออกมาหมด
ฟู่อวิ๋นโจวตกใจและรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาแล้วยื่นให้นาง “เจ้าเป็น
อย่างไรบ้าง?”
“ไม่เป็นไรเพคะ” ลั่วชิงยวนส่ายหน้า เหลือบมองจอกสุราแล้วเอ่ยว่า “นี่คือ
สุราประเภทใดกัน? กลิ่นช่างแปลกมากทีเดียว”
ฟู่อวิ๋นโจวตกตะลึง
ดวงตาของเขาดูค่อนข้างหลบเลี่ยงและโทษตัวเอง และเขาพูดว่า “ก็แค่
สุราจากผลไม้ที่พวกเขาส่งมาให้ หากเจ้ามิชอบก็อย่าดื่มเลย”
ฟู่อวิ๋นโจวหยิบจอกออกไป
จอกสุราถูกแทนที่ไปแล้ว
เขาหยิบถ้วยชาขึ้นมาอีกครั้งแล้วรินชาให้นางหนึ่งถ้วย
ฟู่อวิ๋นโจวมองนางอย่างจริงจังและเอ่ยปากอย่างระมัดระวัง
“ชิงยวน ในใต้หล้านี้ เจ้าเป็นสหายคนเดียวของข้า เจ้าปฏิบัติต่อข้าอย่าง
จริงใจ ข้ามิอยากให้เจ้าได้รับอันตรายใด ๆ”
“แม้ว่าข้าจะรู้ว่าในฐานะน้องสามีพี่สะใภ้ ข้ามิควรพูดเช่นนี้”
“แต่ข้ายังอยากจะบอกว่าเจ้าเคยคิดที่จะหย่ากับเสด็จพี่บ้างหรือไม่?”
ลั่
ลั่วชิงยวนตกตะลึง
เมื่อดูจากท่าทางของฟู่อวิ๋นโจวแล้ว ดูเหมือนเขาจะกังวลเกี่ยวกับความ
ปลอดภัยของนางจริง ๆ
“หม่อมฉันเคยคิดอยู่หลายครั้งแล้ว แต่หม่อมฉันก็ออกมามิได้”
ในตอนแรก นางเคยคิดจะหย่าร้างกับฟู่เฉินหวนอยู่หลายครั้ง แต่ฟู่เฉิน
หวนกลับโยนนางไปจวนนอกเมืองเพื่อปกป้องตัวเองมากกว่าให้อิสรภาพแก่
นาง
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ฟู่อวิ๋นโจวก็พูดอย่างกังวล “เพราะเหตุใดเล่า ตราบใดที่เจ้า
ต้องการจากไป ข้าจะเสี่ยงชีวิต และช่วยให้เจ้าจากเขาไปได้เอง!”
ลั่วชิงยวนยิ้ม “องค์ชายห้า ชีวิตของหม่อมฉันคือชีวิต และชีวิตของท่านก็
คือชีวิตเช่นกัน หม่อมฉันหวงแหนชีวิตของตนเอง เช่นนั้นองค์ชายห้าได้โปรด
หวงแหนชีวิตของท่านเองด้วย”
“เลิกพูดว่าจะสละชีวิตเพื่อหม่อมฉันเสียที ช่างโง่เขลาจริง ๆ”
“ชีวิตเป็นของท่าน เหตุไฉนท่านจึงเลือกใช้ชีวิตอยู่เพื่อผู้อื่น? ท่านควรอยู่
เพื่อตัวท่านเอง”