ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 707
ในเวลานี้ วังตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายอีกครั้ง
องครักษ์จำนวนมากค้นหาไปทั่วทุกที่ ตามหาที่อยู่ของลั่วชิงยวนและคน
อื่น ๆ
ขณะเดินออกจากสวน จึงได้ยินเจ้าหน้าที่อุทานว่า “ข้าพบแล้ว ข้าพบ
แล้ว!”
ก่อนที่ลั่วชิงยวนจะทันได้โต้ตอบ เขาก็เห็นร่างอันงดงามร่างหนึ่งวิ่งเข้ามา
ท่ามกลางแสงคบเพลิงและกอดนางไว้ในอ้อมแขนของเขา
น้ำเสียงตระหนกขิงฟู่เฉินหวนลอยเข้าในหูนาง “เจ้าไปอยู่ที่ใดมา ข้าคิดว่า
เจ้า…”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ ลั่วชิงยวนก็ผลักเขาออกไป
“หม่อมฉันสบายดี”
“หม่อมฉันเหนื่อย จะกลับไปพักผ่อนแล้ว”
ลั่วชิงยวนดูสงบและเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะมองฟู่เฉินหวน
ฟู่เฉินหวนตัวแข็งทันที คิ้วของเขาขมวดมุ่น แต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว
พลางกำมือแน่น
“ใครก็ได้ พาพระชายากลับไปพักผ่อน”
หลังจากที่ลั่วชิงยวนจากไป ฟู่จิ่งหลีก็สับสนและก้าวไปข้างหน้า “พี่สาม ข้า
มิเคยเห็นท่านกังวลถึงเพียงนี้มาก่อนเลย”
“เกิดอะไรขึ้น? ท่านกลัวว่าพี่สะใภ้สามจะถูกลักพาตัวไป หลังจากที่นาง
เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงกระนั้นหรือ?”
รื่
นี้
“ท่านคงมิคิดว่าข้าเป็นน้องชายท่าน ถึงได้เก็บงำเรื่องนี้ไว้และทำให้ข้า
เผลอปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่ม”
เมื่อคิดถึงเรื่องอับอายในวันนี้ ฟู่จิ่งหลีก็รู้สึกมิพอใจ
ฟู่เฉินหวนอยู่ในอารมณ์ที่ซับซ้อนและอยู่ในสภาวะสับสน คนนอกก็คง
จินตนาการมิออกว่าเขาเองก็ไม่รู้ความลับข้อนี้เช่นกัน
“เจ้าไปที่ใดมา?”
จากนั้นฟู่จิ่งหลีก็บอกฟู่เฉินหวนถึงสิ่งที่พวกเขาพบ
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว ตระกูลเหยียนนับว่าฉลาดจริง ๆ พวกเขายังกล้าขุด
อุโมงค์ลับในวังขององค์จักรพรรดิด้วย!
“เจ้าต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ! อย่าพูดถึงเรื่องนี้กับใครอีก”
ลั่วชิงยวนไม่ได้กลับไปที่ห้องแต่ไปหาฟู่อวิ๋นโจว
“วันพรุ่งเราจะลงจากภูเขากันแล้ว” ลั่วชิงยวนต้มยาแล้วส่งให้ฟู่อวิ๋นโจว
ฟู่อวิ๋นโจวอดทนต่อความเจ็บปวดและกินยาจนหมดชาม “ข้าได้ยินพวก
เขาพูดว่า เหยียนหน่ายซินมิต้องการเป็นฮองเฮา เทียบเท่ากับการหลอกลวง
องค์จักรพรรดิและตระกูลเหยียน เหยียนหน่ายซินตอนนี้ไม่มีทางแก้ตัวได้แล้ว!”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “อาจจะเป็นเช่นนั้น”
“แต่เราคงมิรู้ผลจนกว่าจะได้กลับไป”
ฟู่อวิ๋นโจวพยักหน้า
ลั่วชิงยวนกล่าวเสริม “หม่อมฉันยังมิพบยาแก้พิษของท่าน แต่ยาที่หม่อม
ฉันสั่งให้ท่านน่าจะมีประสิทธิผลและสามารถระงับอาการได้ชั่วคราว”
“หากหม่อมฉันมิได้รับยาแก้พิษจากไทเฮาหลังจากที่หม่อมฉันกลับไปแล้ว
หม่อมฉันจะต้องรับผิดชอบในการรักษาท่าน”
รั้
นี้
วิ๋
น้ำ
ครั้งนี้หากมิได้ฟู่อวิ๋นโจว นางอาจจะตายด้วยน้ำมือของหมอกู้จริงๆ
เดิมทีหมอกู้สามารถช่วยชีวิตฟู่อวิ๋นโจวได้ แต่หลังจากที่นางฆ่าหมอกู้แล้ว
ยาแก้พิษเพียงตัวเดียวที่มีก็หมดไป ในทางกลับกันฟู่อวิ๋นโจวจึงต้องมากังวล
เรื่องชีวิตและความตายต่อจากนี้ไป
นางจะปล่อยไปได้อย่างไร ไม่ว่าอย่างไร นางต้องล้างพิษให้ฟู่อวิ๋นโจวให้
สิ้น
นางพูดเช่นนี้เพื่อให้ฟู่อวิ๋นโจวมั่นใจ
มิฉะนั้น เมื่อพิจารณาจากนิสัยของเขาแล้ว เขาอาจคิดอะไรไปไกลและ
ทำให้อาการของเขาแย่ลง
ฟู่อวิ๋นโจวพยักหน้า “ขอบใจเจ้า”
ทันใดนั้น ฟู่อวิ๋นโจวก็มองออกไปนอกหน้าต่าง และเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ใน
ลานไม่ไกล
ฟู่อวิ๋นโจวสะดุ้งเล็กน้อย
“นี่ก็ดึกแล้ว เจ้าควรกลับไปพักผ่อนได้แล้ว”
ลั่วชิงยวนกล่าวว่า “ท่านพักผ่อนก่อนเถอะ หม่อมฉันจะหลับลงก็ต่อเมื่อ
หม่อมฉันมั่นใจว่าท่านจะกลับเมืองหลวงได้อย่างปลอดภัย”
ตระกูลเหยียนพยายามอย่างหนักที่จะฆ่านางแต่ก็ล้มเหลว พวกเขาอาจ
เข้ามาลอบสังหารองค์ชายห้าอีกครั้งและโยนความผิดให้นาง
นางทำได้เพียงดูแลให้องค์ชายห้ากลับไปยังเมืองหลวงอย่างปลอดภัย
เท่านั้นจึงจะถือว่านางช่วยชีวิตเขาได้
หลังจากนั้นไม่นานฉินเชียนหลี่ก็เข้ามาและนำบางสิ่งบางอย่างมา
เขามิได้พูดอะไร
นั้
แต่ก่อนออกเดินทาง เขาเอ่ยเตือนนางว่า “พระชายาได้รับบาดเจ็บ ดังนั้น
ท่านควรพักผ่อนให้เต็มที่ คนอื่นจะได้มิเป็นกังวล”
ลั่วชิงยวนสะดุ้งเล็กน้อยและมองออกไปนอกประตู
นางรู้ว่าฟู่เฉินหวนยืนอยู่ในลาน
“ข้ารู้แล้ว”
หลังจากที่ฉินเชียนหลี่จากไป ลั่วชิงยวนก็ปิดประตูและนั่งลงบนตั่ง นางไม่
รีบร้อนที่จะอ่านสิ่งที่ฉินเชียนหลี่มอบให้ แต่กลับควานหาหนังสืออีกเล่มมานั่ง
อ่าน
เทียนในห้องส่องสว่างตลอดทั้งคืน
ผู้คนที่อยู่นอกประตูก็นอนมิหลับไปทั้งคืนเช่นกัน
ค่ำคืนผ่านไปอย่างสงบ เมื่อรุ่งเช้ามาถึง ลั่วชิงยวนเปิดประตูก็มิเห็นผู้ใดอยู่
ในลาน
ทุกคนออกเดินทางเตรียมลงจากภูเขากลับเมืองหลวง
ขณะที่ทุกคนทยอยขึ้นรถม้า
เสียงเย้ยหยันก็ลอยเข้าหูนาง
“นางเป็นจิ้งจอกจากหอนางโลมจริง ๆ ถึงได้นอนอยู่ในห้องของบุรุษอื่น
ตลอดทั้งคืน ไร้ยางอายนัก”