ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 712
ฟู่เฉินหวนมิโกรธ และตอนนี้เขาอดทนกับลั่วชิงยวนได้มากขึ้น
“ข้ามิได้ขู่เจ้า ข้าแค่คุยกับเจ้า”
“ลั่วเยวี่ยอิงจะอยู่ในตำหนักเราไปสักพักจนกว่าอาการบาดเจ็บของนางจะ
หาย แล้วข้าจะช่วยฉินเชียนหลี่ให้เอง นี่เป็นเพียงข้อตกลง”
ลั่วชิงยวนกำมือแน่น แต่แล้วก็ปล่อยไป
“ได้”
ฟู่เฉินหวนตัดสินใจปล่อยให้ลั่วเยวี่ยอิงอาศัยอยู่ในตำหนักของเขานาง
คัดค้านไปก็ไม่มีประโยชน์
เนื่องจากเขาเต็มใจที่จะใช้เงื่อนไขนี้เพื่อแลกกับการใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
ของลั่วเยวี่ยอิงในตำหนักอ๋อง นางยอมได้เพื่อแลกกับงบประมาณที่ฉินเชียนหลี่
ต้องการ
สิ่งที่ทำให้ลั่วชิงยวนตกใจคือพวกเขามาถึงพระตำหนักโช่วสี่จริง ๆ
ไทเฮากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ มองไปยังลั่วชิงยวนที่กลับมาได้อย่างปลอดภัย
“ข้าได้ยินมาว่าครั้งนี้พระชายาก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ตัวข้าเตรียมยา
สมานแผลมาให้เจ้าเป็นพิเศษ”
จากนั้นจินซูก็ยื่นยาสมานแผลให้ลั่วชิงยวน
ลั่วชิงยวนรับมา “ขอบพระทัยเพคะ ไทเฮา”
“วันนี้ข้าเรียกเจ้ามาที่นี่เพราะว่าข้าต้องการชี้แจงอะไรบางอย่าง เชิญนั่ง
ก่อน”
มื่
สิ่
นี้
ลั่
นั่
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนและฟู่เฉินหวนก็นั่งลง
มีเก้าอี้อยู่สองสามตัวตรงข้าม แต่ไม่มีใครมา
หลังจากนั้นไม่นานเหยียนหน่ายซินและโม่เชียนก็เข้ามา
ถัดจากเหยียนหน่ายซินเป็นเด็กผู้หญิงที่มีใบหน้าคล้ายกันกับอีกฝ่าย ซึ่งดู
เหมือนจะเป็นน้องสาวของเหยียนหน่ายซิน
ใบหน้าของเหยียนหน่ายซินซีดเซียว ไหล่และคอของนางไม่อาจขยับได้
แม้แต่น้อย นางได้รับบาดเจ็บสาหัส การที่มายังวังหลวงเร่งด่วนเช่นนี้ เพราะ
ชีวิตของนางตกอยู่ในอันตราย
“ชิงยวน เหยียนหน่ายซินรู้สึกผิดต่อเจ้าจริง ๆ แน่นอนว่านางผิดอย่างมิ
อาจแก้ตัวได้ ตัวข้าจะชดเชยให้แก่เจ้าตามความเหมาะสมด้วย”
“ส่วนที่เจ้าบอกว่าเหยียนหน่ายซินมีความสัมพันธ์กับชายอื่น หลอกลวง
ตัวข้าและองค์จักรพรรดินั้น ตัวข้าต้องการได้ยินเหยียนหน่ายซินยอมรับจาก
ปากตัวเองก่อน”
“เช่นนั้นวันนี้ข้าจึงเรียกเจ้ามาฟังไปพร้อมกัน”
ลั่วชิงยวนตกใจมาก ดูก็รู้ว่าไทเฮาพยายามปกป้องเหยียนหน่ายซิน
ในเวลานี้ โม่เชียนล้มลงคุกเข่าพร้อมกับพูดปด “กระหม่อมขอประทาน
อภัยพ่ะย่ะค่ะ ไทเฮา! กระหม่อมรักคุณหนูใหญ่ แต่คุณหนูใหญ่มิเคยชายตามอง
กระหม่อมเลย!”
“กลอนรักและผ้าเช็ดหน้าพวกนั้นถูกกระหม่อมขโมยไปเก็บไว้ด้วยตัวของ
กระหม่อมเอง คุณหนูใหญ่มิรู้อะไรด้วยเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
“กระหม่อมกับคุณหนูใหญ่ไม่มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวต่อกัน!”
เสียงของโม่เชียนสั่นด้วยความวิตกกังวล
ที่
เดิมทีเขาเป็นบัณฑิตยากจน แต่เขาโชคดีที่ได้ทำงานในตระกูลเหยียน การ
ที่คุณหนูเห็นพรสวรรค์ของเขาและได้รักกับนาง ชีวิตของเขาก็ไม่มีอะไรจะเสีย
อีก
ตราบใดที่คุณหนูเหยียนรอด เขาจะเป็นอย่างไรก็ช่าง
ในเวลานี้ เหยียนซุยซินก็คุกเข่าลงและร้องขอความเมตตา “กราบทูลไท
เฮาเพคะ หม่อมฉันเป็นพยานได้! พี่หญิงของหม่อมฉันมีใจรักใคร่เพียงองค์
จักรพรรดิเท่านั้น นางมิเคยมีความสัมพันธ์กับผู้ใดเลย นางมิเคยจงใจหลีกหนี
การเป็นฮองเฮา ขอไทเฮาโปรดตัดสินอย่างยุติธรรมด้วยเพคะ!”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว
นางได้ยินกับหูของนางเองในวันนั้น และไม่มีทางที่มันจะเป็นเท็จ
แต่ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเหยียนหน่ายซินปฏิเสธที่จะยอมรับเรื่องนี้เพื่อ
ความอยู่รอด
นั่นหมายความว่าโม่เชียนจะต้องตาย
ไทเฮาทรงนั่งตัวตรงและถามเหยียนหน่ายซินอย่างเย็นชา “ข้าอยากฟัง
จากปากเจ้า”
เหยียนหน่ายซินหันศีรษะของนางไปอย่างช้า ๆ และมองไปที่โม่เชียนด้วย
ดวงตาที่ไม่เต็มใจเล็กน้อย
นางลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยช้า ๆ “พวกเขาพูดถูกแล้วเพคะ หม่อมฉันไม่
เคยรู้สึกอะไรกับโม่เชียนเลย”
“เขาเป็นแค่คนรับใช้ในจวน หม่อมฉันจะไปหลงรักเขาได้อย่างไรเพคะ”
เสียงของเหยียนหน่ายซินแหบแห้งและติดขัด
เมื่อคำพูดเหล่านี้เข้าหูของโม่เชียน เขาก็เกิดอกหัก น้ำตาคลอ ต้องทนรับ
ความเจ็บปวดอย่างที่สุดเอาไว้
มื่
นั้
คิ้
ที่
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไทเฮาก็คลายคิ้วที่ขมวดลง
“ข้าก็ว่าอย่างนั้น คนอย่างเจ้าจะไปหลงรักคนรับใช้ได้อย่างไร?”
“เมื่อเป็นเช่นนั้น โม่เชียนผู้นี้ไร้การศึกษา หวังสูงเกินเอื้อม และขโมยของ
ส่วนตัวของเจ้า! ความผิดนี้ ร้ายแรงชนิดสมควรตาย!”
“ใครก็ได้ จับเขาไปประหารประเดี๋ยวนี้!” เสียงของไทเฮาฟังดูเด็ดขาด