ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 742
ลั่วหลางหลางตะโกนอย่างกังวล
เมื่อได้เห็นลั่วหลางหลาง รูปร่างหน้าตาซีดเซียวของนางดูไม่เหลือเค้าสตรี
จากครอบครัวชั้นสูงเลย รูปร่างหน้าตาของนางดูทรุดโทรมและเหนื่อยล้า
เท่านั้น
หากท่านมหาราชครูและท่านอาลั่วหรงเห็นลั่วหลางหลางในสภาพเช่นนี้
พวกเขาคงตรอมใจเป็นแน่
“หลางหลาง!” ลั่วชิงยวนก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยประคองลั่ว
หลางหลาง
เมื่อลั่วหลางหลางเห็นนาง ก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง นางจำเสียงของอีกฝ่ายได้
และดวงตาของนางก็แดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
แต่ประโยคแรกของนางนั้นกล่าวว่า “เจ้าบอกให้พวกเขาหยุดตีเถอะ มิเช่น
นั้นเขาต้องถูกตีจนตายแน่!”
ลั่วชิงยวนสะดุ้งเล็กน้อย ชี้ไปที่ฟ่านซานเหอที่ถูกทุบตีแล้วพูดว่า “เขา
ทรยศเจ้า! ดูสิว่าตอนนี้เจ้าเป็นเช่นไร ทั้งหมดเป็นความผิดของเขา แต่เจ้ายัง
ออกหน้าพูดแทนเขาอีกหรือ?”
ใบหน้าของลั่วหลางหลางซีดเซียว และนางคว้าแขนของลั่วชิงยวนอย่าง
ขอร้อง “ได้โปรดเถอะ ชิงยวน”
ลั่วชิงยวนกัดฟันและขอให้เซียวชูและคนอื่น ๆ หยุด
เฉินซวนอี๋กลับมาอีกครั้งโดยมีนางรับใช้คอยประคอง และพาฟ่านซานเห
อออกไปอย่างรวดเร็ว
ลั่
ทั้
นั้
อี๋ยิ้
“พระชายา ลั่วหลางหลางสบายดี ไม่มีใครรังแกนางทั้งนั้น” เฉินซวนอี๋ยิ้ม
อย่างเย็นชา
ลั่วหลางหลางหลบสายตา
นางไม่มีอะไรจะพูด
แต่เมื่อลั่วชิงยวนมองดูรูปร่างหน้าตาซีดเซียวของลั่วหลางหลาง นางแตก
ต่างไปจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง ถึงนางจะบอกว่านางมิได้ถูกรังแก ลั่วชิงยวนก็
ไม่มีวันเชื่อ!
ลั่วชิงยวนจับมือเย็นเฉียบของลั่วหลางหลาง และพยายามแสดงความกล้า
หาญให้นาง “หลางหลาง มิต้องกลัว ข้าจะตัดสินให้เจ้าเอง!”
ลั่วหลางหลางมองนางอย่างมีความรู้สึก ดวงตาของอีกฝ่ายไม่บริสุทธิ์
เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป ตาคู่นั้นซับซ้อนมากจนมิอาจอ่านออกได้
ลั่วหลางหลางพยายามฝืนยิ้มอย่างเต็มที่และจับมือของลั่วชิงยวนไว้ “ข้ามิ
เป็นอะไร”
“เจ้ามิต้องกังวลเรื่องข้าหรอก”
“เลิกพูดเรื่องข้าได้แล้ว ใบหน้าเจ้าหายดีตั้งแต่เมื่อใด? เราไปคุยกันข้างใน
เถอะ”
ลั่วหลางหลางจับแขนของลั่วชิงยวนไว้ แล้วดึงนางออกไป
เฉินซวนอี๋มิพอใจอย่างที่สุดและเอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม “จวนเราคับแคบเกิน
ไป ท่านอ๋องและพระชายาพาคนมาด้วยมากมาย อยู่ที่นี่คงมิสะดวก หม่อมฉัน
เกรงว่าเราจะมิได้ต้อนรับอย่างสมเกียรติ”
“มิสู้ให้หม่อมฉันส่งคนไปหาโรงเตี๊ยมเพื่อจัดหาที่พักให้พวกท่านดีกว่า
หรือ”
“ไม่ต้องห่วง เราจะหาโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในเมืองซีหยางให้อย่างแน่นอน!
พวกท่านเดินทางมาไกล และหม่อมฉันจะไม่มีวันปฏิบัติต่อพวกท่านอย่าง
ฏิ
บกพร่องแน่!”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ การแสดงออกของลั่วหลางหลางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย นาง
ลังเล
พูดกับลั่วชิงยวนว่า “ให้ข้าพาเจ้าไปที่โรงเตี๊ยมดีหรือไม่ เราจะได้พูดคุย
กัน”
คำพูดเหล่านี้ทำให้ลั่วชิงยวนโกรธจัดและจ้องมองไปที่เฉินซวนอี๋ “ข้ามา
เยี่ยมตระกูลฟ่านของเจ้าเพื่อเผชิญหน้ากับเจ้า! ไปถามเหล่าฮูหยินฟ่านสิว่า
นางต้องการพาข้าไปที่โรงเตี๊ยมหรือไม่”
“ผู้ใดจะอยากอยู่ในบ้านซอมซ่อของเจ้ากัน เจ้านี่ตาต่ำจริง ๆ หากมิใช่เพ
ราะหลางหลาง แม้เพียงอึดใจเดียวข้าก็มิอยากมาเหยียบที่นี่!”
เมื่อเฉินซวนอี๋ได้ยินสิ่งนี้ ใบหน้าของนางก็ซีดลง นางโกรธมาก
ฟู่เฉินหวนพูดกับลั่วชิงยวน “เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะไปที่โรงเตี๊ยมก่อน เจ้ากับ
ลั่วหลางหลางพูดคุยกันไป แล้วค่อยตามไปทีหลังก็ได้”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เฉินซวนอี๋จึงพูดอย่างรวดเร็ว “ใครก็ได้ พาท่านอ๋องและคน
อื่น ๆ ไปที่โรงเตี๊ยมเดี๋ยวนี้!”
ตัวปัญหาพวกนี้ อย่ามาอยู่บ้านนางเลยจะดีที่สุด!
ฟู่เฉินหวนมองอีกฝ่ายด้วยท่าทางเย็นชา นั่นทำให้หัวใจของเฉินซวนอี๋เต้น
รัว
“มิจำเป็น”
“เงินแค่นี้ข้ามีปัญญาจ่ายเอง”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็หันหลังกลับเดินออกไป
ก่อนที่เซียวชูจะเดินออกไป เขาก็มองไปที่เฉินซวนอี๋อย่างเย็นชา “ใครจะ
อยากอยู่ในที่อัตคัดซอมซ่อของเจ้ากัน ขายหน้าเสียจริง!”
ที่
นี้
แม้แต่องค์จักรพรรดิก็มิกล้าที่จะมีทัศนคติต่อท่านอ๋องเช่นนี้
เมื่อถูกดูแคลนถึงสองครั้งติดต่อกัน นางก็โกรธมาก
ลั่วชิงยวนก็ดึงลั่วหลางหลางออกไปด้วย
หลังจากการเดินทางอันยาวนานและคดเคี้ยว พวกนางก็มาถึงลานบ้านที่
ลั่วหลางหลางอาศัยอยู่ ซึ่งทั้งห่างไกลและคับแคบ
แถมเรือนยังโทรมอีกด้วย
ลั่วชิงยวนกำหมัดแน่น “เจ้าอาศัยอยู่ในสถานที่แบบนี้เองหรือ?”
“ฟ่านซานเหอกล้าทำแบบนี้กับเจ้าได้เยี่ยงไร?!”
ลั่วหลางหลางดึงนางให้นั่งลง รินชาแล้วพูดว่า “เป็นข้าเองที่อยากอยู่ที่นี่ ที่
นี่สะอาดดีออก”
“ข้ามิอยากเห็นพวกเขา ข้าเลยมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่”
ลั่วชิงยวนมองไปที่ลั่วหลางหลางซึ่งตอนนี้ดูซีดเซียว ไม่มีร่องรอยของ
ความสุขในคิ้วของนาง และไม่มีร่องรอยของความสง่างามดั้งเดิมของนางเลย
ไม่มีรัศมีแห่งความโชคดีอยู่เลย การปรากฏตัวของลั่วชิงยวนก็ยิ่งทำให้นาง
ดูต่ำต้อยลงไปอีก
ดูราวกับดอกไม้ที่กำลังจะตาย
ทั้งแห้งเหี่ยวและร่วงโรย