ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 750
“นี่จะบอกว่าสมาคมการค้าเฟิงตูแห่งซีหยางทรงพลังมากอย่างนั้นรึ?”
ฉางจิ่นเหวินพูดด้วยความโกรธ “เจ้าเป็นใครกัน!”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เป็นใครงั้นรึ?
ฉางจิ่นเหวินผู้นี้ช่างกล้าจริง ๆ
ลั่วชิงยวนอดมิได้ที่จะหัวเราะ กอดอกแล้วมองไปที่ฉางจิ่นเหวิน “เจ้ากล้า
ต่อว่าท่านผู้นี้อย่างนั้นรึ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านนี้เป็นใคร?”
ฉางจิ่นเหวินโกรธมากจนนางไม่แยแสต่อสิ่งใด และสาปแช่งด้วยความ
โกรธ “หยุดแสร้งทำเป็นวางอำนาจบาตรใหญ่ได้แล้ว! เจ้าบ้านี่เป็นใครมาจาก
ไหน เจ้ากล้าดีเช่นไรมายั่วยุสมาคมการค้าเฟิงตูของเรา!”
“ร้านค้าของตระกูลฟ่านแห่งนี้มีมูลค่านับหมื่นตำลึงทอง! หากเจ้ามิ
สามารถจ่ายค่าชดเชยได้ เจ้าจะต้องถูกส่งไปที่ศาลาว่าการ! และจะถูกลงโทษ
อย่างรุนแรง!”
ลั่วชิงยวนเลิกคิ้วแล้วหันไปมองฟู่เฉินหวน “นางเรียกท่านว่าเจ้าบ้า”
“โอ้” ฟู่เฉินหวนตอบเบา ๆ
ลั่วชิงยวนตกตะลึง เมื่อเห็นว่าฟู่เฉินหวนมิเคลื่อนไหว นางจึงถามว่า “ท่าน
ควรจะนำป้ายอาญาสิทธิ์ออกมาเพื่อพิสูจน์ตัวตนของท่าน และทำให้พวกเขา
กลัวที่จะคุกเข่าลงและขอความเมตตามิใช่หรือ”
ฟู่เฉินหวนพูดอย่างสบาย ๆ “ข้ามิได้นำมา”
ลั่วชิงยวนตกตะลึง
จิ่
ทั้
ฉางจิ่นเหวินฟังการสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งสองและรู้สึกว่าพวกเขา
จงใจเล่นกลกับนาง นางจึงออกปากสั่งด้วยความโกรธ “จับตัวส่งเจ้าหน้าที่!”
คนกลุ่มหนึ่งรีบเร่งมาจับลั่วชิงยวนลไปทันที
ลั่วชิงยวนกำลังจะต่อสู้กลับ แต่เมื่อนางเห็นฟู่เฉินหวนยอมจำนนอย่างเชื่อ
ฟัง นางก็ไม่มีเหตุผลที่จะลงมือ
ดังนั้นทั้งสองจึงถูกพาตัวออกไป และฉางจิ่นเหวินก็พาพวกเขาไปที่ศาลา
ว่าการด้วยตัวเอง
นางส่งพวกเขาให้นายอำเภอเฉา
ก่อนจะอธิบาย “ใต้เท้าเฉา สองคนนี้สร้างปัญหาอย่างมุ่งร้าย ทุบร้าน
เครื่องประทินผิวตระกูลฟ่าน และทุบตีข้าด้วย!”
“ใต้เท้าเฉาต้องลงโทษพวกเขาอย่างรุนแรงด้วยเจ้าค่ะ !”
ใต้เท้าเฉาพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว”
จากนั้นฉางจิ่นเหวินก็พาใต้เท้าเฉาไปด้านข้างเพื่อพูดคุย
ลั่วชิงยวนมองจากระยะไกล หรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วกระซิบ “ดูเหมือนว่า
นายอำเภอซีหยางจะอยู่ข้างพวกเขา”
ดูเหมือนว่าสมาคมการค้าเฟิงตูจะทรงพลังมากในซีหยาง ชนิดที่สามารถ
ใช้มือเดียวปิดบังท้องฟ้าทั้งผืนได้
ฟู่เฉินหวนพยักหน้า
เขาจงใจมิเปิดเผยตัวตนและเข้าไปในที่ว่าการเพียงเพื่อทดสอบว่ามีการ
สมรู้ร่วมคิดกันระหว่างเจ้าหน้าที่ราชสำนักกับกลุ่มพ่อค้าหรือไม่
ในขณะนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
ในไม่ช้า ฉางจิ่นเหวินก็จากไป
รั้
ใต้เท้าเฉาเอามือไพล่หลัง กระแอมไอสองครั้งแล้วถามว่า “พวกเจ้าเป็น
ใคร”
“กล้าดีเช่นไรมาทุบร้านค้า!”
“แต่หากพวกเจ้ามีปัญญาจ่ายค่าเสียหายสองหมื่นตำลึงได้ ข้าจะพาเจ้าไป
ขอโทษแม่นางฉางและฮูหยินฟ่าน และปล่อยเรื่องนี้ไป”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็ตกใจ “สองหมื่นตำลึง? นี่ต่างอะไรจากปล้น
กัน?”
“ผงหอมและขี้ผึ้งในร้านนั้นราคาสูงสุดเพียงหนึ่งหรือสองพันตำลึง
เท่านั้น!”
“นี่มันข่มขู่กันชัด ๆ!”
ทันใดนั้นใต้เท้าเฉาก็มีใบหน้าบอกบุญไม่รับและพูดด้วยความโกรธ “ดูจาก
การแต่งกายของเจ้าสองคนแล้ว คงจะมาจากครอบครัวร่ำรวย กล้าดีอย่างไรมา
ตั้งคำถามกับทางการเยี่ยงนี้”
“ดี! เจ้าจะไม่ยอมจ่ายเงินใช่หรือไม่ เช่นนั้นก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย!”
“ใครก็ได้ จับพวกเขาเข้าคุกไป! จับงดอาหารและเครื่องดื่มเสีย ดูสิว่าพวก
เขาจะทนไปได้สักกี่น้ำ!”
หลังจากพูดอย่างนั้น ใต้เท้าเฉาก็เดินจากไปด้วยความโกรธ
ดังนั้นลั่วชิงยวนและฟู่เฉินหวนจึงถูกจำคุกจริง ๆ
ในคุกอันมืดมิด ทั้งสองคนนั่งอยู่กับกำแพงอย่างสบาย ๆ
ฟู่เฉินหวนหลับตาและสงบจิตใจ แม้ว่าเขาจะอยู่ในคุกแต่เขาก็ยังคงสงบ
ประกายความสูงส่งของเขาไม่มีอะไรมาทำให้มัวหมองได้
“เมื่อไรเซียวชูจะพบว่าเราหายไป?” ลั่วชิงยวนจับฟู่เฉินหวนด้วยแขนของ
เขา
ริมฝีปากบางของฟู่เฉินหวนแยกออกเล็กน้อย “ไม่รู้เหมือนกัน”
“เกิดอะไรขึ้น? เจ้ากลัวหรือ?” ฟู่เฉินหวนหันไปมองนาง
ลั่วชิงยวนแตะท้องของเขา “หม่อมฉันหรือกลัว? กลัวหิวมากกว่า
กระมัง…”
ขณะที่นางพูด ท้องของนางก็ร้องลั่นสองครั้งในตอนนั้นทันที
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วและพูดว่า “ข้าไม่มีป้ายอาญาสิทธิ์ที่จะพิสูจน์ตัวตน
ของข้าติดตัวมาเลย แม้ว่าข้าจะบอกว่าข้าเป็นอ๋อง พวกเขาก็จะมิเชื่อข้า ถูกจับ
ขังเช่นนี้นับว่าลำบากแล้ว”
ลั่วชิงยวนกดท้องของตนอย่างช่วยมิได้และพูดว่า “หากหม่อมฉันรู้ก่อน
หน้านี้ หม่อมฉันคงหนีไปแล้ว จะได้ไปตามให้เซียวชูมาช่วยท่าน”