ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 752
ลั่วชิงยวนหยิบกล่องเล็ก ๆ สองกล่องขึ้นมาทันที เปิดออกแล้วดมกลิ่น มัน
คือสีผึ้ง!
“ท่านหยิบมาได้อย่างไร?” ลั่วชิงยวนรู้สึกประหลาดใจมาก
เมื่อเห็นว่านางมีความสุข ฟู่เฉินหวนก็อดมิได้ที่จะยกยิ้มและพูดเบา ๆ “ข้า
เพียงหยิบติดมือมาก็เท่านั้น”
“ข้ายังหยิบชาดทาปากมาด้วย”
“ข้าแค่หยิบมาแบบสุ่ม ๆ หากมิชอบจะทิ้งไปก็ได้”
ลั่วชิงยวนเปิดกล่องชาด แตะมันเล็กน้อย ฟู่เฉินหวนอดมิได้ที่จะหันศีรษะ
ไปมองเล็กน้อย
ลั่วชิงยวนแตะชาดทาปากบนหลังมือของเขาแล้วมองดู จากนั้นยกมุมริม
ฝีปากขึ้น “สีนี้ก็ใช้ได้”
“รับไว้แล้วกัน!”
ลั่วชิงยวนเก็บสีผึ้งสองกล่องเข้าไปใต้แขนเสื้อ
เมื่อเห็นสิ่งนี้ฟู่เฉินหวนก็ผ่อนคลายฝ่ามือที่ประหม่าเล็กน้อย และมุมริม
ฝีปากของเขาก็มิสามารถหยุดยกขึ้นได้
ทั้งสองถูกขังไว้จนถึงกลางคืน
เพื่อบรรเทาความหิว ลั่วชิงยวนจึงนอนพิงกำแพง และเมื่อนางหลับไป
นางก็พิงไหล่ของฟู่เฉินหวน
แต่สุดท้ายก็ทนความหิวกลางดึกมิได้จึงตื่นขึ้นมา
ขึ้
นั่
นางลุกขึ้นนั่งอย่างทรมาน
ฟู่เฉินหวนตื่นขึ้นมาเห็นนางจับท้องด้วยความเจ็บปวด ก็รู้ทันทีว่านางหิว
มาก
ฟู่เฉินหวนลุกขึ้นยืนที่ประตูห้องขังแล้วตะโกนทันที “มีใครอยู่หรือไม่!”
ไม่นานก็มีผู้คุมคนหนึ่งเข้ามา “มีอะไร!”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเขายังคงถือน่องไก่อยู่ในมือ และพูดว่า “เอา
อาหารมาให้กินหน่อยสิ!”
ผู้คุมตกใจเมื่อได้ยินสิ่งนี้และมองไปที่ฟู่เฉินหวน “อยากกินรึ ก็ได้ แต่เจ้า
ต้องจ่ายเงินก่อน!”
“หากเจ้าไม่มีเงินจ่าย ก็ต้องลงนามขายตัว!”
ผู้คุมหยิบสัญญาที่เตรียมไว้นานแล้วออกมาจากกระเป๋าและไปหยิบพู่กัน
ให้ฟู่เฉินหวนทันที
เมื่อเขาเห็นเนื้อหาของสัญญาขายตัว ใบหน้าของฟู่เฉินหวนก็มืดมน
“เจ้าต้องการให้ข้าลงนามในสัญญาขายตัว พวกเจ้าจะซื้อไหวงั้นรึ?”
ผู้คุมพูดอย่างช่วยไม่ได้ “หากเจ้ามิต้องการลงนาม ข้าก็ช่วยมิได้ นายท่าน
สั่งให้ข้าให้อาหารเจ้าหลังจากที่เจ้าลงนามแล้วเท่านั้น มิเช่นนั้น ก็อดตายไป!“
สัญญาขายตัวนี้ทำขึ้นโดยสมาคมการค้าเฟิงตู
เห็นได้ชัดว่าฉางจิ่นเหวินติดสินบนใต้เท้าเฉาไปแล้ว
“ไปหาคนให้ข้าหน่อย เขามีเงิน!” ฟู่เฉินหวนพูดอย่างเย็นชา
แต่ผู้คุมกลับกล่าวว่า “มิได้ผลหรอก ถ้าผู้สมรู้ร่วมคิดของเจ้าเข้ามาก่อ
ความวุ่นวายจะทำอย่างไร นายท่านสั่งไว้ ห้ามมิให้ผู้ใดพบพวกเจ้า”
“อย่าคิดจะเล่นลูกไม้!”
ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว “หมายความว่า นอกเหนือจากการลงนามในใบ
ขายตัวนี่แล้ว ไม่มีวิธีอื่นใดทดแทนได้อีกเช่นนั้นรึ?”
ผู้คุมพยักหน้า “ใช่แล้ว ๆ หมายความเช่นนั้นแล!”
ฟู่เฉินหวนดูบูดบึ้งและพูดว่า “นายอำเภอเฉาเก่งกล้าสามารถนัก!”
ลั่วชิงยวนตะโกนอย่างอ่อนแรง “กลับมานี่เถอะ พวกเขามิให้อะไรเรากิน
หรอก รอเซียวชูมาช่วยเราเถอะ ถึงจะหิว ก็มิถึงตายหรอก”
ฟู่เฉินหวนหันไปมองนางแวบหนึ่ง เขานึกสงสารนาง
เขาอดทนต่อความโกรธและพูดกับผู้คุมว่า “ข้าเป็นอ๋องผู้สำเร็จราชการ
แห่งราชสำนัก! พระชายาของข้ามีโรคประจำตัว หากนางเสียชีวิตในคุกของ
พวกเจ้า พวกเจ้าทุกคนจะถูกฝังไว้กับนาง!”
แม้ว่าเขาจะระงับความโกรธไว้บ้างแล้ว แต่ปฏิกิริยาของฟู่เฉินหวนก็ยังคง
น่ากลัว
ผู้คุมก็ตกใจ ทำอะไรมิถูกเล็กน้อยเช่นกัน
มองฟู่เฉินหวนอย่างสงสัย “ท่านเป็นอ๋องผู้สำเร็จราชการหรือ”
“เป็นไปได้อย่างไร…”
ใต้เท้าเฉาคงต้องบ้าแน่ ถึงได้จับอ๋องผู้สำเร็จราชการเข้าคุก
แต่พอคิดไปคิดมาแล้ว หากนี่เป็นเรื่องจริงเล่า?
ผู้คุมจึงวิ่งกลับไปเอาไก่ครึ่งตัวมา “เราแอบเอานี่มาให้ เสวยเงียบ ๆ อย่า
ให้ใครเห็นเถิดพ่ะย่ะค่ะ”
ฟู่เฉินหวนพร้อมจานในมือกลับไปหาลั่วชิงยวน แล้วยื่นให้นาง
“กินสิ”
ลั่วชิงยวนมองเขาอย่างว่างเปล่า “ท่านมิได้ตั้งใจที่จะเปิดเผยตัวตนมิใช่
หรือ? เหตุใดจึงเปิดเผยเสียได้?”
ฟู่เฉินหวนพูดอย่างใจเย็น “มิช้าก็เร็วอย่างไรก็ต้องเฉลย”