ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 757
……
แม้ว่าตระกูลฟ่านจะไม่ใหญ่โต แต่ก็ดูหรูหรา ทิวทัศน์ในบ้านก็งดงามมาก
เช่นกัน
ลั่วชิงยวนและลั่วหลางหลางเดินไปที่ทะเลสาบ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้
ๆ ลั่วชิงยวนจึงเอ่ยถามขึ้นว่า “หลางหลาง ข้าไปซื้อสีผึ้งที่ขายในร้านเครื่อง
ประทินโฉมตระกูลฟ่านเมื่อสองวันก่อน”
นางหยิบกล่องสีผึ้งออกมาแล้วเปิดให้ลั่วหลางหลางดม
ลั่วหลางหลางตกใจเล็กน้อย
ลั่วชิงยวนถามว่า “กลิ่นนี้เหมือนกับถุงหอมที่เจ้าให้ข้ามาก่อนหน้านี้เลย!
เจ้าเป็นคนทำสีขี้ผึ้งนี้ใช่หรือไม่?”
ใบหน้าของลั่วหลางหลางเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นเนางก็ยิ้ม “ใช่แล้ว นี่
เป็นฝีมือข้าเอง”
“แล้วเหตุใด…”
ก่อนที่ลั่วชิงยวนจะพูดจบ นางก็ถูกลั่วหลางหลางขัดจังหวะ
“ในตอนนั้นตระกูลฟ่านเพิ่งย้ายมาที่ซีหยาง แม้ตระกูลเสวี่ยจะเป็น
ครอบครัวใหญ่อีกทั้งยังมีกิจการที่ดี แต่ก็เป็นเพียงตระกูลของฮูหยินผู้เฒ่า
เท่านั้น บุตรหลานรุ่นหลังกับเรานับว่าห่างเหินกันเป็นอย่างมาก พวกเขาจะ
ช่วยเหลือพวกเราอย่างจริงใจได้อย่างไร”
“เพราะเขาพูดจาดี ช่วยเราเปิดร้านและทำการค้า และช่วยให้เราเข้าร่วม
สมาคมการค้าเฟิงตูได้ก็จริง แต่จริง ๆ แล้ว เขาต้องการทำลายการค้าของเรา
เพื่อจะรีดไถเงินทองของตระกูลฟ่านและสินสอดของข้าเท่านั้น”
พื่
ผึ้
นี้ขึ้
พื่
“เพื่อมิให้การค้าของตระกูลฟ่านล่มสลาย ข้าจึงทำสีผึ้งหอมนี้ขึ้น เพื่อดึง
ให้การค้ากลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง”
“แต่ตระกูลเสวี่ยจะทนให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นได้เยี่ยงไร พวกเขาจึงได้
พยายามทุกวิถีทางเพื่อดึงกลอุบายเล็ก ๆ น้อย ๆ มาใช้ ฟ่านซานเหอมิถนัด
ทำการค้า เขาถูกใส่ร้ายทุกวิถีทาง”
“ข้ามิสามารถดูแลกิจการตระกูลฟ่านทั้งหมดได้ด้วยตัวเองจริง ๆ และข้า
ต้องเผชิญหน้าคนตระกูลเสวี่ยที่คอยเยาะเย้ยถากถาง และฟ่านซานเหอก็
ต้องการทายาท”
“ต่อมา ตอนที่ข้ายุ่งกับการค้า ข้าจึงพบว่าฟ่านซานเหอติดต่อกับเฉินซวน
อี๋เป็นการส่วนตัว ข้าจึงรู้สึกเหนื่อยล้าและไม่อยากทุ่มเทเพื่อเขาอีกต่อไป”
“ดังนั้นข้าจึงช่วยให้พวกเขาทั้งสองคนสมหวังและส่งมอบกิจการให้พวก
เขาดูแล เฉินซวนอี๋มีฐานะและภูมิหลังทางครอบครัวที่ดี จึงสามารถรักษา
กิจการของตระกูลฟ่านได้”
“นางบอกว่าสีผึ้งหอมนี้เป็นฝีมือของนางเอง”
“เรื่องนี้ข้ารู้ แต่ข้าหาได้สนใจไม่ ตอนนี้ก็โล่งใจดีแล้ว”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็ตกตะลึง
นางมิเคยคาดหวังว่าลั่วหลางหลางที่ติดตามฮูหยินผู้เฒ่าฟ่านและฟ่าน
ซานเหอมาถึงซีหยางเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและต้องการหาความสงบ จะต้องมา
เผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ในซีหยางเสียเอง
แตกต่างจากสิ่งที่นางคิดว่าอย่างสิ้นเชิง เช่นนี้อยู่เมืองหลวงน่าจะดีกว่า!
แต่ลั่วชิงยวนก็ค้นพบบางสิ่งและมองนางด้วยคิ้วขมวดมุ่น “หลางหลาง
เจ้าฉลาดและมีหัวด้านการค้า”
“ทั้งยังปรุงเครื่องหอมเก่งอีกด้วย! เจ้าช่วยให้กิจการของตระกูลฟ่านมาถึง
วันนี้ได้ด้วยสีผึ้งหอมของเจ้า!”
นี้
“เจ้าอาจมิรู้ว่าเจ้ามีความสามารถเช่นนี้มาก่อน”
ลั่วหลางหลางสะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นยิ้มอย่างช่วยมิได้ “ข้ามิเคยคิดถึง
เรื่องนี้เลยจริง ๆ”
ลั่วชิงยวนพูดอย่างรวดเร็ว “เจ้าควรหนีให้พ้นจากฟ่านซานเหอ! หากเจ้ามิ
ต้องการพึ่งพาข้า เจ้าสามารถพึ่งพาทักษะการทำเครื่องหอมของเจ้าเองเพื่อ
เริ่มต้นการค้าได้”
“หากไม่มีฟ่านซานเหอคอยรั้งเจ้าเอาไว้ เจ้าต้องมิเหนื่อยเช่นนี้แน่!”
แต่ลั่วหลางหลางส่ายหน้าอย่างเสียใจ “จริง ๆ แล้ว หลังจากสีผึ้งตัวแรกถูก
คิดค้นขึ้น ข้าก็คิดจะทำเครื่องหอมอื่น ๆ เพิ่ม”
“แต่ตัวข้ากลับพบว่าข้าคิดอะไรมิออก”
“ความคิดที่ข้าเคยมีมาก่อนนั้นกลายเป็นเลือนรางอยู่ในหัว แม้ว่าข้าจะ
พยายามสักเท่าไร ก็มิสามารถสร้างมันขึ้นมาได้”
ลั่วชิงยวนตกตะลึง เกิดอะไรขึ้น?
แต่ลั่วหลางหลางยิ้มและคว้าแขนของนางไว้ “ชิงยวน ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วง
ข้า”
“แต่ตอนนี้ทุกอย่างล้วนเป็นข้าที่เต็มใจเอง เจ้ามิจำเป็นต้องโน้มน้าวข้าอีก
ต่อไปแล้ว”
เมื่อเห็นทัศนคติที่แน่วแน่ของนาง ลั่วชิงยวนก็ถอนหายใจอย่างช่วยมิได้
“ก็ได้ ข้าจะมิโน้มน้าวเจ้าอีก หากเป็นลั่วอวิ๋นสี่ นางจะลักพาตัวเจ้ากลับไป
อย่างแน่นอน”
ลั่วหลางหลางยิ้ม ครั้งนี้ยิ้มของนางมาถึงดวงตา รอยยิ้มอ่อนหวานและ
อบอุ่นภายใต้สายลมแผ่วเบา
ลั่
สิ่
นึ่
ที่
“อย่างไรก็ตาม ลั่วหลางหลาง มีอีกสิ่งหนึ่งที่ข้าอยากจะถามเจ้า เจ้าฟัง
แล้วอย่าเพิ่งโกรธ”
ลั่วหลางหลางยิ้มและพูดว่า “ถามมาได้เลย”
ลั่วชิงยวนจึงพูดตรง ๆ “ข้างนอกมีคนบอกว่าเจ้ามีสัมพันธ์สวาทกับน้อง
สามี เจ้ารู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวลือ?”
สีหน้าของลั่วหลางหลางเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน