ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 769
หลิ่วซิ่งเอ๋อร์ดูตื่นตระหนกและก้มหน้าลง
เมื่อเห็นสายตาหลบเลี่ยงในดวงตาของนาง ก็รู้ว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น
“ข้า… ข้ามิรู้ บางทีข้าอาจฟังผิด…”
หลิ่วซิ่งเอ๋อร์พูดติดอ่างและปกปิดเรื่องราวมิเก่งสักนิด
ปฏิกิริยาของนางเปิดเผยทุกสิ่ง
อย่างไรก็ตาม ลั่วชิงยวนมิรีบร้อน เพราะนางรู้ว่าอวี๋ซวี่หลินจะมาหาหลิ่ว
ซิ่งเอ๋อร์แน่ ดังนั้นนางจึงเพียงรอให้อวี๋ซวี่หลินมาหานางถึงที่เอง
หลังท้องฟ้งมืดมิด เสียงกรีดร้องในสวนหลังบ้านยังคงดำเนินต่อไป จือเฉา
กรีดร้องขณะดื่มยาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอของตัวเอง
ในบางครั้ง เซียวชูจะเฆี่ยนหุ่นไล่กาด้วยแส้สองสามครั้งด้วย
สิ่งเหล่านี้มีเพื่อสร้างภาพลวงตาว่าหลิ่วซิ่งเอ๋อร์ถูกลงโทษอย่างรุนแรง
แน่นอนว่าอวี๋ซวี่หลินซึ่งซ่อนตัวอยู่ในตรอกด้านนอกโรงเตี๊ยมก็แทบทนฟัง
มิได้
อวี๋ซวี่หลินใช้โอกาสตอนที่เซียวชูไปทานอาหารเย็น แอบเข้าไปใน
โรงเตี๊ยม
หวังจะช่วยเหลือหลิ่วซิ่งเอ๋อร์
แต่สิ่งที่เขาเห็นเมื่อเปิดประตู มิใช่หลิ่วซิ่งเอ๋อร์ที่ร่างกายชุ่มไปด้วยเลือด
แต่กลับเป็นภาพของจือเฉาที่กำลังดื่มน้ำอยู่
เมื่อตระหนักว่าเขาติดกับดัก อวี๋ซวี่หลินจึงหันหลังกลับและวิ่งหนีไป
ยี่
แต่เขาจะหนีไปได้เยี่ยงไร?
ที่ลาน ลั่วชิงยวน ฟู่เฉินหวน เซียวชูและองครักษ์อีกหลายคนกำลังรอเขา
อยู่
ลั่วชิงยวนยกมุมริมฝีปากของเขาขึ้น “ข้าหลอกเจ้าจริง ๆ แปลว่าเจ้าคงจะ
มีความรักต่อหลิ่วซิ่งเอ๋อร์อย่างลึกซึ้ง”
องครักษ์ก้าวไปข้างหน้าและจับอวี๋ซวี่หลินเอาไว้
อวี๋ซวี่หลินจ้องมองนางด้วยความโกรธ “หลิ่วซิ่งเอ๋อร์อยู่ที่ใด?! เจ้าทำอะไร
กับนาง?! นางถูกเจ้าทรมานจนตายไปแล้วงั้นหรือ?!”
“ข้าจะมิปล่อยพวกเจ้าไป!”
อวี๋ซวี่หลินพยายามอย่างยิ่งที่จะดิ้นรนออกจากการจัมกุมและเริ่มลงมือกับ
องครักษ์
แต่ด้วยกังฟูแมวสามขา(1)ของเขา เขาจึงถูกเซียวชูจัดการได้อย่างรวดเร็ว
อวี๋ซวี่หลินพูดด้วยความโกรธ “เจ้าใช้หลิ่วซิ่งเอ๋อร์เพื่อล่อข้าให้ติดกับดัก
เพราะเจ้าต้องการสืบเรื่องสมาคมการค้าเฟิงตูใช่หรือไม่ หึ! ต่อให้ข้าจะตายข้าก็
จะมิเปิดเผยข้อมูลใด ๆ แก่เจ้า!”
หลังจากพูดแบบนี้อวี๋ซวี่หลินทำท่าจะกัดลิ้นฆ่าตัวตาย
เซียวชูตอบสนองอย่างรวดเร็ว รีบบีบปากของเขาเอาไว้
อวี๋ซวี่หลินพยายามดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง
ลั่วชิงยวนพูดอย่างเงียบ ๆ “ข้าต้องการพาเจ้าและหลิ่วซิ่งเอ๋อร์มาเจอกัน
ในเมื่อเจ้ามิเห็นคุณค่า เช่นนั้นก็ลงนรกไปเสีย”
“เซียวชู อย่าไปขวางเขา”
ลิ่
ซิ่
ทั้
“พอหลิ่วซิ่งเอ๋อร์เห็นศพของเขาและร้องไห้จนตายตามไป ก็ถือว่าเจ้าทั้ง
สองได้สมหวังดังใจ”
อวี๋ซวี่หลินตกใจมาก “หลิ่วซิ่งเอ๋อร์ยังมิตายหรือ?”
ลั่วชิงยวนมิพูดอะไรแล้วเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยม
หลังจากทดสอบแล้ว ดูเหมือนว่าอวี๋ซวี่หลินจะจริงใจต่อหลิ่วซิ่งเอ๋อร์
อวี๋ซวี่หลินก็ถูกพาเข้าไปในโรงเตี๊ยมด้วย
ลั่วชิงยวนพาเขาไปที่ชั้นสองและมาที่ห้องของหลิ่วซิ่งเอ๋อร์
“ซิ่งเอ๋อร์!” อวี๋ซวี่หลินรีบไปข้างเตียงและรีบตรวจลมหายใจของคนบน
เตียงเพื่อให้แน่ใจว่าคนคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นเขาก็ถอนหายใจด้วยความ
โล่งอก
ลั่วชิงยวนนั่งลงที่โต๊ะแล้วพูดอย่างใจเย็น “นางกินยาไปแล้วและตอนนี้ก็
หลับอยู่ เจ้าปลุกนางมิตื่นหรอก”
“ดื่มยา? เจ้าให้นางกินยาอะไร?” อวี๋ซวี่หลินถามอย่างกังวล
ลั่วชิงยวนหัวเราะเบาๆ “เจ้าให้ยาหลิ่วซิ่งเอ๋อร์ เจ้ามิได้กลิ่นที่ข้าให้นางกิ
นรึ?”
“เพื่อช่วยชีวิตนางไง ยาที่ข้าจ่ายให้ราคาแพงทีเดียว”
อวี๋ซวี่หลินได้กลิ่นและตระหนักว่ายานี้เป็นกลิ่นที่คุ้นเคยจริง ๆ มันใช้รักษา
อาการป่วยของหลิ่วซิ่งเอ๋อร์แน่นอน
แต่เขายังคงมองไปที่ลั่วชิงยวนและฟู่เฉินหวนอย่างหวาดระแวง “พวกเจ้า
ใช้หลิวเซียงเอ๋อล่อข้ามา ต้องการอะไรกันแน่?”
ฟู่เฉินหวนหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าคิดอย่างไร
เล่า?”
ลั่
ขึ้
ลั่วชิงยวนยกมุมปากขึ้นอย่างมีความหมาย “ตอนอยู่ในลานเจ้าก็รู้อยู่แล้ว
แต่ตอนนี้เจ้ากลับมิรู้แล้วอย่างนั้นหรือ?”
อวี๋ซวี่หลินกำฝ่ามือแน่นและกัดฟันแล้วพูดว่า “ใช่ สมาคมการค้าเฟิงตู
กำลังก่อกบฏ!”
แมวสามขา ทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่เก่งมาก