ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 789
ฟู่เฉินหวนพยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้น “เซียวชู เช่นนั้นเจ้ารอพวกเราอยู่ ข้างนอกเถอะ”
“พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องและพระชายา โปรดระวังตัวด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
จากนั้นเซียวชูซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ เพื่อให้สามารถสังเกตสภาพแวดล้อมได้ ดีขึ้น แต่เขารู้สึกแปลกใจมากกว่า คืนนี้พระจันทร์สว่างมาก แต่ในป่านี้กลับมืด ผิดปกติ
ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างบดบังสายตาของเขา ทำ ให้มองเห็นมิชัดเจน
……
ลั่วชิงยวนใช้ไม้ค้ำ พยุงตัวตลอดทางที่ปีนเขา หอบหายใจถี่ แต่มิกล้าหยุด แม้แต่วินาทีเดียว
ในที่สุดก็ปีนขึ้นไปได้ครึ่งทาง กลิ่นที่คุ้นเคยก็พัดมากระทบใบหน้า ดวงตา ของลั่วชิงยวนเปลี่ยนเป็นเย็นชาและมองไปที่ป่าข้างหน้า เห็นได้ชัดว่าแสงสลัว ลงมาก
หมอกพิษอีกแล้ว!
ลั่วชิงยวนกินโอสถหนึ่งเม็ด ก่อนจะเดินเข้าไปในป่าสลัว
หลังจากเดินเข้าไปในป่าได้สักพัก นางก็พบว่าทิวทัศน์โดยรอบแทบจะมิ เปลี่ยนแปลง และนางกำ ลังเดินเป็นวงกลม
มีวงแหวนแห่งเวทตั้งอยู่ที่นี่เพื่อป้องกันมิให้คนอื่นขึ้นไปจริง ๆ! ดูเหมือน ว่าฟู่เฉินหวนและคนอื่น ๆ จะอยู่ข้างหน้าแล้ว!
ลั่วชิงยวนหยิบเข็มทิศออกมาทันที หลับตาและท่องคาถาในใจอย่างเงียบ ๆ จากนั้นลืมตาขึ้นอีกครั้ง และเข็มทิศก็หมุนอย่างรวดเร็วพลันชี้ทิศทางให้แก่
มุ นาง
ลั่วชิงยวนรีบขึ้นไปบนภูเขาอย่างรวดเร็ว หาศูนย์กลางของวงแหวนแห่ง เวท
ดึงกระดาษยันต์ออก
เพื่อทำ ลายวงแหวนแห่งเวท
แต่หมอกพิษยังคงอยู่ และมันก็ยังคงแพร่กระจายอย่างบ้าคลั่ง นางรู้สึกว่า พิษนี้มิได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนจงใจปล่อยมันออกมา
เหมือนกับโรงเตี๊ยมอเวจีก่อนหน้านี้
เส้นทางในป่าสายนั้น มิควรมีหมอกพิษเหล่านั้นอยู่
เช่นเดียวกับป่าเขาที่นี่ ที่นี่มิได้รกร้าง มืดมิด และชื้นแฉะ
นางใช้ไม้เท้าค้ำ เดินขึ้นเขาอย่างรวดเร็ว แต่จู่ ๆ ก็มีเงาหนึ่งพุ่งลงมาจากฟ้า พร้อมกับดาบยาวคมกริบ แสงดาบเย็นยะเยือก ฟันมายังศีรษะของนาง
ลั่วชิงยวนสะดุ้ง รีบเบี่ยงตัวหลบไปทันที
แต่ในวินาทีต่อมา เมื่อเงานั้นปรากฏต่อหน้าเธอ ลั่วชิงยวนก็ตกตะลึง มิใช่ เซียวชูหรอกหรือ?!
แต่เซียวชูดูเหมือนจะมิอาจมองนางได้ชัดเจน ดวงตาของเขาขุ่นมัว เจือสี เทาเล็กน้อย และโจมตีลั่วชิงยวนด้วยเจตนาสังหารอันชัดเจน
ดาบยาวคมกริบ พลังอาฆาตเต็มเปี่ยม มิว่ามันจะตัดผ่านไปที่ใด พืชพรรณ และกิ่งก้านล้วนแหักกระจาย
“เซียวชู! เจ้าจะทำ อะไร?!” ลั่วชิงยวนตะโกน
เซียวชูชะงักไปเล็กน้อย เสียงนี้คุ้นเคยมาก แต่เขามองมิเห็นใบหน้าของคน ที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน และมองเห็นเพียงร่างที่คลุมเครือเท่านั้น
นึ่ ลั่
หลังจากตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ลั่วชิงยวนก็หลบไปข้างหลังเขา ใช้ไม้เท้าทุบ เขาอย่างแรง
ความรู้สึกวิงเวียนเข้ามา เซียวชูยังคงพยายามยกดาบแทงลั่วชิงยวน “เจ้า เป็นใคร?!”
ลั่วชิงยวนหยิบยาออกมายัดเข้าไปในปากของเซียวชู
จากนั้นจึงหลบไปอย่างรวดเร็ว
เซียวชูพิงลำ ต้นของต้นไม้อย่างรู้สึกวิงเวียน เขาสะบัดหัวแรง ๆ สองสามที จากนั้นสายตาจึงค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
เมื่อเขาเห็นลั่วชิงยวน เซียวชูก็ตกใจ “พระชายา เหตุใดจึงเป็นท่าน?!”
“มิใช่ข้าแล้วจะเป็นใครได้อีก? ป่าแห่งนี้เต็มไปด้วยหมอกพิษ และนี่มิใช่ ครั้งแรกที่เจ้าเจอมัน ไฉนยังถูกพิษได้อีก? ข้าให้ยากับท่านอ๋องมาแล้วมิใช่ หรือ?!”
เซียวชูขมวดคิ้ว ตกตะลึงอย่างยิ่ง และขมวดคิ้ว “ท่านลงมาจากภูเขา มิได้ ไปที่หมู่บ้านกับท่านอ๋องหรือ? นี่มัน…”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็ตกใจ “ว่ากระไรนะ? ฟู่เฉินหวนไปที่หมู่บ้านกับ คนผู้นั้นแล้วหรือ?”
เซียวชูพยักหน้า ปวดหัวมิยอมหาย “ขอรับ ท่านคือพระชายา แล้วเมื่อครู่ เป็นใครกัน?”
ลั่วชิงยวนร้อนใจตบเขาไปหนึ่งที “เจ้าถูกตีจนโง่ไปแล้วหรือ? คนเมื่อครู่ เป็นตัวปลอมอย่างไรเล่า!”
“หมู่บ้านปี้หลิ่งอยู่ที่ใด? พาข้าไปที่นั่นเร็วเข้า!”
เซียวชูรู้สึกกังวลทันที ตอนนี้เขาแน่ใจว่าคนตรงหน้าคือพระชายา เขาจึง รีบพาลั่วชิงยวนไปยังหมู่บ้านปี้หลิ่งทันที
มื่
แต่เมื่อไปถึงนอกหมู่บ้าน ก็พบว่าข้างในแขวนโคมแดงเต็มไปหมด
ทั้งหมู่บ้านถูกแสงสีแดงสะท้อนออกมา ในค่ำ คืนที่มืดมิดเช่นนี้นับว่าแปลก ประหลาดมากทีเดียว