ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 814
ขณะที่ลั่วชิงยวนยังคงคิดว่าจะเข้าร่วมงานชมบุปผาได้อย่างไร ซูโหยวก็
มาบอกนางว่า ฟู่เฉินหวนจะเข้าร่วมงานชมบุปผาด้วย
ยามนี้ลั่วชิงยวนจึงคลายใจได้แล้ว
นางรีบติดต่อลั่วอวิ๋นสี่ทันทีและมอบขวดโอสถปรารถนานิรันดร์ให้กับลั่วอ
วิ๋นสี่
“บอกลั่วเยวี่ยอิงว่าข้าจะไปงานชมบุปผา”
ลั่วอวิ๋นสี่หยิบขวดยาแล้วออกไปทันที
เมื่อข่าวนี้ไปถึงหูของลั่วเยวี่ยอิง ลั่วเยวี่ยอิงก็เริ่มลงมือทันที
ก่อนอื่น นางต้องไปพบเหยียนผิงเซียว
เมื่อมินานมานี้ เพื่อปกป้องลั่วฉิง เหยียนผิงเซียวถูกคนของฟู่เฉินหวนไล่ล่า
ไปตามถนนเหมือนกับหนูตัวหนึ่ง ซึ่งนับว่าวุ่นวายมาก
และตอนนี้ลั่วฉิงได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้องเปลี่ยนที่หลบซ่อนตัวไปเรื่อย
ๆ มิได้พักผ่อนอย่างสงบ นั่นทำให้เหยียนผิงเซียวโกรธยิ่งกว่าเดิม
ดังนั้นพวกเขาทั้งสองจึงสมรู้ร่วมคิดกันว่าจะโจมตีฟู่เฉินหวนในงานชม
บุปผานี้ให้หนัก!
และทำให้ลั่วชิงยวนเสียชื่อเสียงด้วย!
งานชมบุปผากำลังจะเริ่มแล้ว
งานชมบุปผาในครั้งนี้ ลั่วชิงยวนสืบทราบมาว่า ตัวเอกของงานน่าจะเป็น
เหยียนซุยซิน
น้องสาวแท้ ๆ ของเหยียนหน่ายซิน
เรื่องของเหยียนหน่ายซินกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ดังนั้นนางย่อมมิอาจเป็น
ฮองเฮาได้อีกต่อไป
แต่ตระกูลเหยียน มีบุตรีคนอื่น ๆ อีก แม้ว่าเหยียนซุยซินผู้นี้จะเป็นลูกอนุ
แต่นางก็อ่อนโยนมีคุณธรรม และไทเฮาก็ชอบนางมาก นางจึงเป็นผู้ที่ไทเฮาคิด
จะเลือกเป็นตัวเลือกขึ้นเป็นฮองเฮาคนที่สอง
งานชมบุปผาแห่งนี้ ยังเป็นโอกาสที่จะเปิดตัวเหยียนซุยซินอย่างโดดเด่น
เนื่องจากงานชมบุปผานี้ มีข้อกำหนดเรื่องการแต่งกายของสตรี ผู้ร่วมงาน
จึงต้องแต่งกายด้วยชุดที่มีลวดลายดอกไม้ มิว่าจะเป็นดอกไม้ชนิดใดก็
สอดคล้องกับรูปแบบของงานชมบุปผานี้ทั้งนั้น
ดังนั้นอาภรณ์ที่สวมใส่จึงกลายเป็นจุดเด่นของงานชมบุปผาในครั้งนี้
ลั่วชิงยวนต้องเลือกอย่างระมัดระวัง ดังนั้นวันนี้จึงเลือกมายังศาลารุ้งเมฆา
ปกติศาลารุ้งเมฆามักจะเงียบเหงาเป็นอย่างมาก เพราะอาภรณ์แต่ละชุด
ล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และราคาก็แพงมาก ปกติจึงมิค่อยมีใครมาซื้อ
แต่สำหรับงานชมบุปผาครั้งนี้ สตรีผู้สูงศักดิ์จากเมืองหลวงมากมายมารวม
ตัวกันที่นี่เพื่อเลือกอาภรณ์ที่เหมาะกับรูปแบบงานชมบุปผา
คึกคักกว่าปกติ
เมื่อลั่วชิงยวนมาถึง พนักงานก็พานางไปที่ชั้นสองอย่างกระตือรือร้น
เถ้าแก่มาต้อนรับนางด้วยตนเอง “พระชายา ท่านก็มาเลือกอาภรณ์
สำหรับงานชมบุปผาด้วยหรือ?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้าและตอบว่า “ข้าต้องการอาภรณ์ที่สะดุดตาที่สุด!”
เถ้าแก่แนะนำนางทันที “อาภรณ์เมฆารัตติกาลตัวนี้ปักเป็นรูปดอกถานฮ
วาทั้งหมด ใช้ด้ายปักสีอ่อน งานปักดูสดชื่นและโอ่อ่า อีกทั้งตัวกระโปรงเป็นสี
ม่วงอ่อน โอ่อ่าแต่มิดูฉูดฉาน ยังแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของดอกถานฮวา
พระชายาคิดอย่างไรหรือ?”
สตรีจากตระกูลชั้นสูงหลายคนในบริเวณใกล้เคียงที่ได้เห็นต่างก็อิจฉาตา
ร้อน
“อาภรณ์ดอกถานฮวานั่นมิขายมิใช่รึ? เหตุใดจึงขายให้นางเล่า?”
ใคร ๆ ก็อยากได้แต่หาซื้อมิได้
แต่ลั่วชิงยวนกลับส่ายหน้า “ถานฮวาผลิบานเดี๋ยวเดียว ความหมายมิดี
และยังอ่อนโยนเกินไป ข้าต้องการที่โดดเด่นกว่านี้!”
เถ้าแก่ยังคงแนะนำต่อไป “ถ้าอย่างนั้น ลายดอกโบตั๋นดีหรือไม่เจ้าคะ โอ
อ่าและสะดุดตามากพอหรือไม่?!”
ลั่วชิงยวนยังคงส่ายหน้าอย่างมิพอใจ “มันมิเหมาะกับข้า”
“แล้วดอกบัวสีเขียวอ่อนเล่า?”
ลั่วชิงยวนยังคงส่ายหน้าต่อไป
ขณะที่เดินดู ลั่วชิงยวนก็มองเห็นชิ้นส่วนตรงกลางสุดทางด้านใน มองแวบ
เดียวก็สัมผัสได้ถึงความหรูหราแล้ว
“ชุดนี้แหละ! ข้าต้องการชุดนี้!”
เถ้าแก่ตอบว่า “นี่เป็นชุดที่สะดุดตาที่สุดของที่นี่! เป็นสีทองอ่อน มีดอก
โบตั๋นสีทองขนาดใหญ่ปักตรงกลาง และยังประดับด้วยดอกเหมยและดอกท้อ
อีกด้วย งานปักเต็มตัว เป็นผลงานที่นายท่านของเราใช้เวลาทำชุดนี้ถึงหกปีที
เดียว!”
“เพิ่งส่งมาเมื่อสองสามวันก่อนนี้เอง! มิคิดเลยว่าพระชายาจะชอบ”
ลั่วชิงยวนมองไปอย่างพิจารณา อาภรณ์ของศาลารุ้งเมฆาคู่ควรกับคำว่า
ล้ำค่าจริง ๆ
ด้วยดอกไม้หลากหลายชนิดผสมผสานกัน มิเพียงแต่จะดูมิฉูดฉาดเกินไป
แต่ยังมีความสง่างามอย่างยิ่ง แม้จะดูสูงส่งยิ่งกว่าฮองเฮาก็ตาม
การสวมชุดนี้ไปงานชมบุปผาจะทำให้โดดเด่นจากฝูงชน!
ลั่วชิงยวนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “เช่นนั้นข้าจะเอาชุดนี้! ราคาเท่า
ไหร่ บันทึกบัญชีไว้แล้วมารับเงินที่ตำหนักอ๋อง”
ทว่าเถ้าแก่กลับปฏิเสธอย่างสุภาพว่า “พระชายา ร้านของเรามิรับเชื่อเงิน
เจ้าค่ะ”
“งั้นรอข้าก่อน ข้าจะกลับไปเอาเงิน!”
เมื่อพูดอย่างนั้น ลั่วชิงยวนก็รีบออกไป
รอจนกระทั่งลั่วชิงยวนจากไป
ลั่วเยวี่ยอิง เว่ยอวิ๋นเซี๋ยและสตรีผู้มั่งคั่งคนอื่น ๆ ก็มาที่ศาลารุ้งเมฆา
ลั่วเยวี่ยอิงพูดอย่างกว้างขวาง “อาภรณ์ทั้งหมดที่ศาลารุ้งเมฆาขายตอนนี้
ข้าเหมาทั้งหมด!”
ผู้คนรอบตัวต่างพากันตกตะลึง “ไม่มีทาง นี่ต้องใช้เงินเท่าไหร่กัน?”
“บ้าหรือ?”