ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 83
หลังจากควันจางลง ชายคนนั้นก็ตื่นขึ้นและมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วย
ความฉงนสงสัย “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“กลับไปที่ห้องของเจ้าซะ จงอยู่แต่ในนั้น คืนนี้อย่าได้ออกมาข้างนอกอีก”
หลังจากที่ลั่วชิงยวนพูดจบนางก็ลุกขึ้นแล้วจากมา
วิญญาณร้ายที่ถูกปล่อยออกมาจากอาคมชุมนุมปีศาจนี้มีพลังมหาศาล จน
ทำให้จิตใจผู้คนสับสนและทำให้พวกเขาเสียสติคลุ้มคลั่งราวกับถูกผีสิง
แต่เมื่อนางมองลงไปในบ่อน้ำ นางก็ไม่คิดว่า เรื่องราวจะวุ่นวายได้ถึงขนาด
นี้แม้ว่าพลังงานอันชั่วร้ายนั้นจะแข็งแกร่งไม่น้อยก็ตาม
เป็นไปได้ไหมว่า… สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้มีสาเหตุมาจากสิ่งอื่น?
ที่ลานกว้างเกิดเสียงดังอึกทึกขึ้นหลังจากที่ลั่วชิงยวนจากไป ทั่วทั้งลาน
เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย
ไม่เพียงแต่คนรับใช้เท่านั้นที่เสียสติ แต่องครักษ์ที่เข้ามาจับกุมคนพวกนั้น
ก็คลุ้มคลั่งตามไปด้วย พ่อครัวคนหนึ่งใช้มีดทำครัวเป็นอาวุธทำร้ายคนไปทั่วจน
ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายต่อหลายคน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ประตูทางเข้าตำหนักถูกคนกลุ่มหนึ่งปิดตายเอาไว้ พวกเขาไม่กล้าเปิดมัน
ออกไป
และเซียวชูก็ง่วนอยู่กับการควบคุมผู้คนที่คุลุ้มคลั่งอยู่ที่เรือนชั้นในของ
ตำหนักจึงไม่อาจมาดูแลสถานการณ์บริเวณนี้ได้
ลั่วชิงยวนก้มลงมองผ่านรอยแยกของประตูเพื่อสังเกตสถานการณ์ภายใน
ผู้คนมากมายกระจัดกระจายการไปซ่อนตัวตามมุมต่างๆ รวมไปถึงแม่บ้านเติ้
งด้วย
ที่
อื่
และพ่อครัวที่ถือมีดทำครัวอยู่ในมือก็ยังถือมีดทำครัวไล่ฟันคนอื่น ๆ อย่าง
ดุเดือด เขาเกือบจะไปถึงบริเวณที่แม่บ้านเติ้งซ่อนอยู่รอมร่อ
“เปิดประตูให้ข้าเข้าไป”
เหล่าคนรับใช้ต่างตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก “พระชายา ในนั้นมีคนถือมีด
ทำครัวกำลังคุลุ้มคลั่งอยู่ ท่านจะเข้าไปหาความตายหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“ในเรือนนั้นยังมีคนอยู่ ไม่คิดจะไปช่วยพวกเขาเลยรึ? เปิดประตูเดี๋ยวนี้!”
ลั่วชิงยวนตั้งใจแน่วแน่
ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องออกมาจากข้างใน เหล่าคนที่คลุ้มคลั่งจับคนรับ
ใช้ที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม่ได้ จึงกระโดดเข้าไปตะครุบคนรับใช้ตรึงไว้ที่พื้น เสียง
กรีดร้องดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
เสียงนั้นบีบคั้นหัวใจอย่างที่สุด
ลั่วชิงยวนจึงเปิดประตูและรีบเข้าไปในนั้นอย่างไม่สนว่าใครจะขวาง คน
แรกที่นางได้พบคือพ่อครัวที่กำลังถือมีดอยู่ในมือ ผู้คนข้างนอกต่างหวาดกลัว
และปิดประตูตำหนักจนเหลือเพียงรอยแยกเล็ก ๆ เท่านั้น พวกเขามองดู
สถานการณ์ภายในด้วยความกระวนกระวายใจ
พ่อครัวเสียสติและฟันนางด้วยมีดทำครัวที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือด ลั่วชิง
ยวนหลบอย่างใจเย็นและใช้ไม้ตีข้อมือของพ่อครัวอย่างแรง นางตีเขาหลายต่อ
หลายครั้งจนกระทั่งพ่อครัวจับมีดทำครัวไม่อยู่มือ และเพียงเหวี่ยงแขนครั้ง
เดียวมีดทำครัวเล่มนั้นก็พุ่งเข้าหาแขนของลั่วชิงยวนจนทำให้เกิดบาดแผลที่
ยาวบนแขนของนาง
นางสูดลมหายใจด้วยความเจ็บปวด ก่อนปาดเลือดที่ไหลอยู่บนแขน วาด
เป็นอักขระเวทย์ไว้ตรงกลางระหว่างคิ้วของพ่อครัวผู้นั้น
นั้นทำให้วิญญาณชั่วร้ายสลายไป และพ่อครัวก็กลับมาเป็นปกติในทันที
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างกลับสู่ปกติ แม่บ้านเติ้งก็รีบก้าวออกมาด้วยความกังวล
ทันที “พระชายา ท่านได้รับบาดเจ็บ!”
ติ้
ขึ้
แม่บ้านเติ้งคว้าแขนของนางขึ้นมาด้วยความประหม่า ก่อนหยิบ
ผ้าเช็ดหน้าออกมาพันเป็นผ้าพันแผลให้นาง แต่ลั่วชิงยวนปรามนางไว้ “ไม่ใช่
ตอนนี้!” บริเวณนี้ยังมีคนที่คลุ้มคลั่งอยู่อีกสองสามคน
แม่บ้านเติ้งนึกโกรธและตะโกนใส่ประตูทางเข้าตำหนักทันที “ทำไมพวก
เจ้ายังไม่เข้ามาช่วยอีก?!”
เมื่อทุกคนได้ยินเสียงเช่นนั้น พวกเขาก็รู้สึกตัวและกุลีกุจอเข้ามาทันที ทุก
คนร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อควบคุมคนเสียสติที่เหลือ ลั่วชิงยวนวาดอักขระเวทย์
สองสามครั้ง และรักษาให้คนเหล่านั้นกลับเป็นปกติทันที
ทุกคนต่างตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า พระชายาจะมีความสามารถ
เช่นนี้ด้วย
“พระชายา ขอบพระทัยที่ช่วยพวกเราเอาไว้เพคะ!” ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
เหล่านั้นต่างรู้สึกขอบคุณลั่วชิงยวนเป็นอย่างมาก
ลั่วชิงยวนหยิบผ้าเช็ดหน้ามากดบาดแผลบนแขนของตัวเองเอาไว้ ขมวด
คิ้วและพูดว่า “ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก กลับไปที่ห้องของพวกเจ้าเดี๋ยวนี้! ถ้ามี
ใครออกมาข้างนอก ก็ให้จับคนพวกนั้นไปรวมกับคนเสียสติพวกนั้นให้หมด!”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ทุกคนก็รีบกลับไปที่ห้องของตัวเองทีละคนสองคน
ในระหว่างทางกลับ สาวใช้หลายคนเริ่มกระซิบกระซาบกัน “ไม่นึกเลยว่า
พระชายาจะกล้าหาญได้ถึงเพียงนี้ พ่อครัวหลี่ถือมีดทำครัวอยู่ในมือแท้ ๆ แต่
พระองค์ก็ยังกล้าเข้าไป”
“ใช่ ข้าไม่ไม่คิดเลยว่า พระชายาจะสามารถจัดการคนบ้าพวกนั้นได้จริง ๆ
แบบนี้ทั้งดูลึกลับและทรงพลังมากทีเดียว!”
“ก่อนหน้านี้เรามีอคติกับพระชายามากเกินไปหรือเปล่านะ?”