ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 834
“ช้าก่อน!”
ลั่วเยวี่ยอิงได้ยินเสียงนั้น แต่ยังคงคลานเข้าไปในช่องสุนัขลอดต่อไป
ครู่ต่อมา จู่ ๆ ก็มีมือมาคว้าแขนของนางแล้วดึงนางกลับไป
ลั่วเยวี่ยอิงเกือบล้มลงไปกองกับพื้น
ในตอนที่นางถูกฟู่เฉินหวนดึงตัวขึ้นมา นางก็เหวี่ยงตัวเองเข้าไปในอ้อม
แขนของฟู่เฉินหวน
ลั่วเยวี่ยอิงมองไปที่คนตรงหน้านางด้วยความตกใจ “ท่านอ๋อง…”
ฟู่เฉินหวนดูโกรธและดึงลั่วเยวี่ยอิงไปที่ประตูใหญ่แล้วถีบมันให้เปิดออก
ภายใต้แสงจันทร์ ลั่วชิงยวนซึ่งกำลังนั่งอยู่ในศาลา เห็นฟู่เฉินหวนดึงลั่วเย
วี่ยอิงเข้ามา
ท่าทางของเขาโกรธจัด
“ท่านอ๋อง…” จือเฉาหยุดอยู่ข้างหน้าและกำลังจะอธิบาย
แต่ฟู่เฉินหวนผลักนางออกไปด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว จือเฉาล้มลงไปกับพื้น
ลั่วชิงยวนตกใจและลุกขึ้นยืนทันที “ฟู่เฉินหวน นี่ท่านคิดจะทำอะไร?!”
นางกำลังจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อช่วยพยุงจือเฉาขึ้นมา
เยี่ยงไรก็ตาม เมื่อนางเงยหน้าขึ้นก็มิทันระวัง พลันโดนตบอย่างแรง
เมื่อแรงกระทบแก้ม ก็แผดเผาด้วยความเจ็บปวด
มื่
ขึ้
ลั่
ขึ้
เมื่อรู้สึกแสบร้อนขึ้น ลั่วชิงยวนก็เงยหน้าขึ้นมองฟู่เฉินหวนด้วยสายตาเย็น
ชา
ใบหน้าของฟู่เฉินหวนเต็มไปด้วยความโกรธ กำมือแน่น ความรู้สึกเสียใจ
แวบเข้ามา แต่ก็ถูกความโกรธกลบอีกครั้ง
“เจ้าต้องการทำอะไรกันแน่? เจ้าคือคนที่ตกลงให้นางเข้ามาเอง แต่ตอนนี้
คนที่จงใจทำให้เรื่องยุ่งยากและทำให้นางอับอายก็เป็นเจ้าอีก!”
ลั่วชิงยวนกำหมัดแน่น ดวงตาเย็นชา
นางพบว่าดวงตาของฟู่เฉินหวนถูกปกคลุมไปด้วยหมอกอีกครั้ง ดวงตา
ของเขาผิดปกติเล็กน้อย ราวกับว่าเขาเสียสติไปแล้ว
เป็นไปได้อย่างไร?
ลั่วชิงยวนเยาะเย้ย “ใช่ เหตุผลที่หม่อมฉันตกลงที่จะให้นางเข้ามาที่นี่ก็
เพื่อทำให้นางอับอายและแก้แค้นนาง
“หากท่านอ๋องมิต้องการให้นางได้รับความอับอาย ท่านจะหย่ากับหม่อม
ฉันก็ได้”
หลังจากพูดอย่างนั้น ลั่วชิงยวนก็สะบัดแขนเดินออกไป
ฟู่เฉินหวนโกรธมากจนกำหมัดแน่น เมื่อมองดูแผ่นหลังของลั่วชิงยวนที่
กำลังเดินออกไป เขาก็โกรธมากจนชกเสาอย่างแรง
ความรู้สึกที่มิสามารถควบคุมได้กลับมาอีกครั้ง ความรู้สึกที่ถูกควบคุมด้วย
อารมณ์ ทำให้ฟู่เฉินหวนรู้สึกมิสบายใจอย่างมาก
ลั่วเยวี่ยอิงก็ตกใจเช่นกัน ท่านอ๋องตบลั่วชิงยวนเพื่อปกป้องนาง
ดูเหมือนว่าตำแหน่งของนางในใจของท่านอ๋องยังคงสูงกว่าของลั่วชิงยวน
ตอนนี้นางมีเพียงฟู่เฉินหวนเป็นที่พึ่ง มิว่าอย่างไรนางก็จะพยายามอย่าง
เต็มที่เพื่อกำจัดลั่วชิงยวน!
วิ๋
มิไกลนัก ฟู่อวิ๋นโจวก็เฝ้าดูอย่างเงียบ ๆ ด้วยความโกรธเล็กน้อยในดวงตา
ของเขา
เขาก้าวไปข้างหน้าและหยุดฟู่เฉินหวน “เสด็จพี่ ท่านทำเช่นนั้นกับลั่วชิง
ยวนเพื่อสตรีสกปรกคนนี้เช่นนั้นหรือ?”
“ในเมื่อเกลียดนางมาก ท่านหย่ากับนางได้หรือไม่ อย่าทรมานนางอีก
เลย!”
ฟู่เฉินหวนกำลังโกรธ ถึงแม้จะพยายามควบคุมอารมณ์ แต่ก็ทำมิได้ โดย
เฉพาะคำว่าสตรีสกปรก ยิ่งระคายหูเป็นพิเศษ
“เกี่ยวอันใดกับเจ้า? ไสหัวไป!”
ฟู่อวิ๋นโจวยังคงต้องการพูด แต่ฟู่จิ่งหลีรีบดึงเขาออกไป “พอเถอะ หยุด
พูดได้แล้ว”
จากนั้นฟู่เฉินหวนก็พาลั่วเยวี่ยอิงจากไป
ฟู่จิ่งหลีถอนหายใจ “ท่านมิเห็นหรือว่าเขาโกรธ? เหตุใดต้องไปหาเรื่อง
ถามด้วย”
ลั่วชิงยวนกลับมาที่ลาน และจือเฉาก็นำก้อนน้ำแข็งมาประคบที่แก้มของ
นางเพื่อลดอาการบวม
หลังจากนั้นมินาน ฟู่จิ่งหลีก็มา
ฟู่จิ่งหลีเข้ามาดูใกล้ ๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “พี่สามลงมือมิเบาเลย”
“ท่านมาทำอะไรที่นี่?”
แม้ว่าฟู่จิ่งหลีจะเคยอาศัยอยู่ในตำหนักอ๋องมาก่อน แต่ส่วนใหญ่เขาจะ
ออกไปข้างนอก แต่เขาสามารถเข้าและออกจากตำหนักอ๋องได้อย่างอิสระ
“เดิมทีข้าอยากจะดูว่าลั่วเยวี่ยอิงจะยอมเข้าในตำหนักอ๋องหรือไม่ แต่ผล
ปรากฏว่า…”
พี่
นี่
ลั่
วี่
นั้
“พี่สามนี่แปลกจริง ลั่วเยวี่ยอิงคนนั้นมีอะไรดี เหตุใดเขาจึงหลงผิดไป
ขนาดนี้?”
ลั่วชิงยวนคิดย้อนกลับไปเมื่อสักครู่นี้ และยังคงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
กับดวงตาของฟู่เฉินหวน
“ท่านช่วยหม่อมฉันแอบจับตาดูฟู่เฉินหวนที หม่อมฉันมักจะรู้สึกว่าเขาผิด
ปกติไปเล็กน้อย แต่ก็หาความผิดปกติมิเจอ”