ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 839
“ก็เพราะหม่อมฉันบ้าถึงใจอ่อนกับท่านก็เพราะหม่อมฉันบ้า หม่อมฉันถึง
ได้ไว้ชีวิตลั่วเยวี่ยอิง!”
ฟู่เฉินหวนเดิมทีก็โกรธอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งโกรธจนเกือบจะเสียสติ
“ข้าขอเตือนเจ้า! อย่าได้แตะต้องนาง! หากสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เกิดขึ้นอีกเป็น
ครั้งที่สอง ข้าจะมิยอมปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ แน่!”
ลั่วชิงยวนนึกถึงอาจารย์ที่ถูกลั่วไห่ผิงเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน และตอนนี้
ยังถูกลั่วเยวี่ยอิงโยนโถอัฐิทิ้ง ทั้งยังถูกนางเหยียบย่ำ
ลั่วชิงยวนเลือดลมพลุ่งพล่าน ควบคุมเจตนาฆ่าของตนไว้แทบมิไหว
พ่อลูกคู่นี้ ต้องตายทั้งคู่!
“หากเป็นเช่นนั้น หม่อมฉันก็จะบอกท่านไว้เลย ลั่วเยวี่ยอิง หม่อมฉันจะฆ่า
นางแน่!” น้ำเสียงของลั่วชิงยวนอำมหิตมาก
ในช่วงเวลานั้น นางเหยียบเท้าของฟู่เฉินหวนอย่างแรง
ลั่วชิงยวนหลุดออกมาได้ทันที ก็พยายามจะพุ่งออกไปที่ประตู
การแสดงออกของฟู่เฉินหวนเปลี่ยนไปเมื่อเขาเห็นสิ่งนี้ และเขาก็คว้าลั่ว
ชิงยวนกลับมา “ลั่วชิงยวน อย่าบังคับให้ข้าต้องลงมือ!”
ดวงตาของลั่วชิงยวนเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร นางยกมือขึ้นและต่อยฟู่
เฉินหวนเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง
ทั้งสองต่อสู้กันอีกครั้ง
ฟู่เฉินหวนลุกเป็นไฟด้วยความโกรธ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขา
มิลังเลอีกต่อไป ตบเข้าที่หน้าอกของลั่วชิงยวนด้วยฝ่ามืออย่างรุนแรง
อั่
อั่ก…
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงพุ่งเข้าใส่ ลั่วชิงยวนกระอักเลือดออกมาเต็ม
ปาก
ก่อนที่ร่างของนางจะทันได้ตั้งตัว ฟู่เฉินหวนก็คว้าแขนของนางไว้อีกครั้ง
แล้วใช้ฝ่ามือทุบที่แขนของนางด้วยกำลังภายใน
จากนั้นก็ตบเข้าที่หลัง
ด้วยฝ่ามือแล้วฝ่ามือเล่า ลั่วชิงยวนรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรง เส้นลมปราณ
ของนางเกือบจะระเบิดเพราะความเจ็บปวด และเลือดก็พุ่งออกมาอย่างรุนแรง
มีเลือดไหลออกมาจากมุมปากของนาง และนางก็คุกเข่าลงบนพื้นอย่าง
อ่อนแรง
ร่างกายเจ็บปวดและชาหนึบ
มองเห็นเพียงจือเฉาที่ร้องไห้รีบวิ่งเข้ามาและตะโกน “พระชายา!”
เสียงเย็นชามาจากด้านบน…
“เจ้าบังคับข้าเอง”
“ข้าทำลายวรยุทธ์ของเจ้าแล้ว”
“แม้นเส้นลมปราณได้รับความเสียหาย แต่ก็มิเป็นอันตรายถึงชีวิต”
“เจ้าพักฟื้นให้ดี และล้มเลิกความคิดที่จะฆ่าลั่วเยวี่ยอิงเสีย”
หลังจากพูดเช่นนั้น ฟู่เฉินหวนก็เดินจากไป
ฝ่ามือของเขายังคงสั่นเล็กน้อย เขากำมันไว้แน่น
การต่อสู้ของลั่วชิงยวนดีขึ้นเรื่อย ๆ เขากลัวว่าวันหนึ่งหากมิเฝ้าให้ดี ลั่วชิง
ยวนจะฆ่าลั่วเยวี่ยอิง
มื่
ลั่
ลั่
เขาตกใจมากเมื่อเห็นสายตาบ้าคลั่งอำมหิตของลั่วชิงยวน เขามิสงสัยใน
เจตนาสังหารของลั่วชิงยวนที่จะฆ่าลั่วเยวี่ยอิงเลย
เขาไม่มีทางเลือกอื่น
มองดูเงาหลังที่จากไปอย่างเย็นชา น้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตาของลั่ว
ชิงยวน
“พระชายา!” จือเฉาสะดุดล้มและประคองนางทั้งน้ำตาไหลอาบหน้า
ลั่วชิงยวนขยับตัว และกระอักเลือดออกมาอีกคำหนึ่ง
เมื่อมองดูขี้เถ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ลมจากหน้าต่างพัดเข้ามา ยก
ให้เถ้ากระดูกปลิวขึ้นมา
นางร้อนรน รีบคุกเข่าลงกับพื้น รวบรวมเถ้ากระดูกที่ปลิวกระจัดกระจาย
เข้าด้วยกัน
“อาจารย์…” เสียงของลั่วชิงยวนเต็มไปด้วยสะอื้น
จือเฉาหลั่งน้ำตาและรีบช่วยนางเก็บขี้เถ้า
แต่เถ้ากระดูกที่รวบรวมขึ้นมาก็ยังมิทันใส่ภาชนะ ก็ถูกลมพัดกระจายออก
ไปอีก
เต็มห้องไปหมด
จือเฉารีบเช็ดน้ำตาแล้วพูดว่า “บ่าวจะไปปิดประตูหน้าต่างเจ้าค่ะ!”
ลั่วชิงยวนมองดูฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศอย่างอ่อนแรง และทิ้งมือลง
“ตั้งแต่ที่ถูกทุบ มันก็สลายหายไปหมดแล้ว”
นางมองออกไปนอกหน้าต่างน้ำตาไหล
“อาจารย์ เป็นเพราะข้าไร้ประโยชน์ มิอาจแม้แต่จะเก็บรักษาเถ้ากระดูก
ของท่านไว้ได้”
เดิมที นางต้องการให้อาจารย์ของนางได้เห็นจุดจบของลั่วไห่ผิง เมื่อเรื่อง
ของลั่วไห่ผิงสิ้นสุดลง นางจะฝังอาจารย์ของนางและลิ่นฝูเสวี่ยไว้ด้วยกัน
น่าเสียดาย ที่มิอาจทำได้อีกแล้ว
ทันใดนั้น การมองเห็นของนางก็มืดดับลง ลั่วชิงยวนก็ล้มลงอย่างไร้
เรี่ยวแรง
เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของจือเฉาเข้ามาในหูของนาง
“พระชายา!”