ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 891
“ครั้งนี้ต้องขอบพระทัยไทเฮา! ไทเฮาใช้พระโลหิตของพระองค์เองเพื่อ
ช่วยองค์จักรพรรดิสูงสุด!”
ทุกคนที่ได้ยินต่างตกใจอย่างมาก
ฟู่จิ่งหานรีบก้าวไปข้างหน้าด้วยความกังวล “เสด็จแม่ ไฉนถึงได้เสี่ยงเช่นนี้
เล่า”
ไทเฮาตบบนหลังมือของฟู่จิ่งหานเบา ๆ แล้วพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “ตราบใด
ที่เสด็จพ่อของเจ้ามิเป็นไรก็พอแล้ว ตัวข้าเข้าวังมาตั้งแต่อายุสิบสี่ปี อยู่เคียง
ข้างเสด็จพ่อของเจ้ามาตลอด”
“ตอนนี้จะทนเห็นพระองค์เป็นอะไรไปได้อย่างไร ตราบใดที่ยังพอมี
หนทาง ตัวข้าก็จะมิยอมละทิ้งพระองค์”
คำพูดของไทเฮาทำให้ขุนนางที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างรู้สึกซาบซึ้งใจเป็น
อย่างมาก
ไม่มีใครคาดคิดว่าไทเฮาจะยอมใช้พระโลหิตของพระองค์เองเพื่อช่วยองค์
จักรพรรดิสูงสุด
ในเวลานี้ แม่ทัพใหญ่ฉินเดินเข้ามาถามว่า “มิทราบว่าในวันนี้พวกเราจะ
เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิสูงสุดได้หรือไม่?”
หมอหลวงหลี่กล่าวว่า “ชีพจรขององค์จักรพรรดิสูงสุดเพิ่งจะกลับมาเป็น
ปกติ พระองค์ยังทรงบรรทมอยู่ ขุนนางทุกท่านโปรดวางใจเถิด”
“มิสะดวกให้เข้าไปรบกวนองค์จักรพรรดิสูงสุด”
แม่ทัพใหญ่ฉินรู้สึกมิพอใจในใจ เรียกพวกเขามาทุกวัน แต่ก็มิให้พวกเขา
เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดิสูงสุด
มิรู้เลยว่าอาการขององค์จักรพรรดิสูงสุดเป็นอย่างไรบ้าง
แต่ในครั้งนี้ ฟู่จิ่งหานพูดขึ้นว่า “ตัวข้าสามารถเข้าไปดูเสด็จพ่อได้ใช่หรือ
ไม่”
หมอหลวงหลี่รีบโบกมือ “มิได้ มิได้ มิได้พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
“ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญในการพักฟื้นขององค์จักรพรรดิสูงสุด มิอาจ
รบกวนได้พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฟู่จิ่งหานก็ขมวดคิ้ว “แต่ในห้องของเสด็จพ่อไม่มีผู้ใดเลย
หากเสด็จพ่อตื่นขึ้นมาแล้วอยากเสวยน้ำจะทำเยี่ยงไร?”
“หากไม่มีคนดูแลจะมิยิ่งอันตรายกว่าหรือ?”
ไทเฮาก็ปฏิเสธเช่นกัน “ฟังหมอหลวงเถิด”
“ตัวข้าจะกลับไปพักสักหน่อย ค่ำ ๆ จะมาดูแลองค์จักรพรรดิสูงสุดเอง
พวกเจ้าวางใจเถิด”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วแน่น เลือดของไทเฮาจะมีผลอะไรดีเลิศเลอ เลือดของ
นางจะช่วยองค์จักรพรรดิสูงสุดได้อย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น บัดนี้บอกว่าองค์จักรพรรดิสูงสุดทรงประชวรหนัก มีเพียง
นางเท่านั้นที่ดูแลองค์จักรพรรดิสูงสุดได้ แม้แต่ฟู่จิ่งหานก็ยังมิได้รับอนุญาตให้
เข้าเฝ้า
ทว่า ยากที่จะบอกว่าสถานการณ์จริงเป็นอย่างไร
ฟู่จิ่งหานเดิมทีตั้งใจจะเลิกแล้วต่อกัน แต่ลั่วชิงยวนก้าวไปข้างหน้า ส่ง
สายตาให้ฟู่จิ่งหาน
พวกเขาต้องการดูกระดูกหมาป่านั้น
ฟู่จิ่งหานจึงกล่าวว่า “เอาอย่างนี้ พระชายาอ๋องเชี่ยวชาญการแพทย์ ข้าให้
นางเข้าไปดูแลองค์จักรพรรดิสูงสุด เพื่อดูอาการของพระองค์”
มื่
ที่ลั่
เมื่อพูดจบ สายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่ลั่วชิงยวน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายตาของไทเฮานั้น ยิ่งแหลมคมยิ่งนัก
“ลั่วชิงยวน? ลั่วชิงยวนมีความรู้ทางการแพทย์อะไร”
ฟู่จิ่งหานกล่าวว่า “หมอหลวงในวังรักษามานานก็มิเห็นดีขึ้น ให้ลั่วชิงยวน
เข้าไปดู คงมิเป็นไร”
ไทเฮาปฏิเสธอย่างเด็ดขาดว่า “มิได้!”
“ข้าใช้ความพยายามอย่างมาก กว่าจะทำให้องค์จักรพรรดิสูงสุดมีอาการ
คงที่ หากลั่วชิงยวนเข้าไปแล้วเกิดผิดพลาดขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า?”
ไทเฮาปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา ต่อหน้าขุนนางมากมาย มิไว้หน้าองค์
จักรพรรดิแม้แต่น้อย
สีหน้าของฟู่จิ่งหานเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
มิแปลกใจเลยที่ฟู่จิ่งหานจะร่วมมือกับฟู่ฉินหวน ต่อต้านตระกูลเหยียน
รวมถึงไทเฮาที่คอยกดขี่เขาอยู่ตลอดเวลา
หมอหลวงหลี่เหลือบมองลั่วชิงยวน แล้วแค่นเสียงเย็นชา “ฝ่าบาททรงถูก
ใครหลอกลวงแล้วกระมัง? กระหม่อมรักษาคนมานับสิบปี ยังสู้สตรีผู้นี้มิได้
เชียวหรือพ่ะย่ะค่ะ”
ด้วยการสนับสนุนจากไทเฮา หมอหลวงหลี่จึงมีความกล้ามากขึ้น
ลั่วชิงยวนหรี่ตาลง แววตามีความเย็นชา
นางค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้า พลางหัวเราะเบา ๆ
“ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นหมอเถื่อนอย่างเจ้านี่เอง”
“รักษาอาการตาบอด กลับจ่ายยาแรงอย่างสนหิมะเขาฉีซาน มิกลัวตา
คนไข้จะพังไปเลยหรือไร”
“หมอไร้จรรยาบรรณเช่นนี้ ยังกล้าให้รักษาองค์จักรพรรดิสูงสุดอีกหรือ?”
ไทเฮาได้ยินเช่นนั้นก็โกรธอย่างมาก นางตวาดใส่ลั่วชิงยวน “ลั่วชิงยวน
เจ้ากำลังจะบอกว่าข้าใช้คนผิดรึ!”
ลั่วชิงยวนมิสะทกสะท้าน ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเย้ยหยัน
“หม่อมฉันมิได้มีเจตนาจะก้าวล่วงไทเฮาเพคะ”
“แต่ขอประทานอภัยที่หม่อมฉันจะถามไทเฮาอย่างกล้าหาญสักหน่อย
พระโลหิตของไทเฮาเป็นยาวิเศษอะไรหรือเพคะ เหตุใดจึงรักษาองค์จักรพรรดิ
สูงสุดได้?”
“องค์จักรพรรดิสูงสุดทรงประชวรมานาน หากพระโลหิตของไทเฮารักษา
ได้ เหตุใดมิใช้ตั้งแต่แรกหรือเพคะ?”