ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 901
น้ำเสียงของลั่วชิงยวนเปลี่ยนไปกะทันหัน และเฉียบคมยิ่งขึ้น
ทว่า สีหน้าของไทเฮากลับซีดลง
รอยยิ้มที่ยากจะสังเกตเห็นปรากฏขึ้นที่มุมริมฝีปากของฟู่เฉินหวน ลั่วชิง
ยวนหาวิธีล่อลวงไทเฮาได้แนบเนียนจริง ๆ
นางน่าจะรู้ดีอยู่แล้วถึงสภาพร่างกายของจักรพรรดิสูงสุด ดังนั้นนางจึง
จงใจแกล้งทำเป็นล้มเหลว เพื่อให้ไทเฮารับรองหมอหลวงหลี่
แต่ตอนนี้ต่อหน้าคนจำนวนมาก ไทเฮามิอาจถอยได้แล้ว อีกทั้งนางก็
อธิบายอะไรมิได้ด้วย
ในตอนนั้นเอง เสียงที่ทุ้มลึกและสง่างามดังมาจากภายนอก…
“สาวน้อยคนนี้เป็นแค่ชายาอ๋องผู้สำเร็จราชการ กล้าดีอย่างไรมาทำท่าที
เช่นนี้ต่อไทเฮา?”
เมื่อหันกลับมาเขาเห็นว่าผู้ที่มาคือมหาราชาจารย์เหยียน
พี่ชายของไทเฮาเหยียน
ลั่วชิงยวนเคยได้พบกับมหาราชาจารย์เหยียนหลายครั้ง แต่ส่วนใหญ่แล้ว
มหาราชาจารย์เหยียนดูเคร่งขรึมและเก็บงำถ้อยคำ
ฟู่เฉินหวนพูดอย่างใจเย็น
“มหาราชาจารย์เหยียน มิจำเป็นต้องรีบไปตำหนิลั่วชิงยวน ลั่วชิงยวนมีผล
งานในการรักษาองค์จักรพรรดิสูงสุด ตอนนี้การตั้งข้อสงสัยต่อหมอหลวงหลี่
และไทเฮาก็นับว่าสมเหตุสมผล”
ทั้
รื่
“ทั้งหมดก็เพราะนางใส่ใจเรื่องอาการป่วยของจักรพรรดิสูงสุดมากเกิน
ไป”
“มหาราชาจารย์เหยียนมิคิดเช่นนั้นหรือ?”
ประโยคสุดท้ายแฝงด้วยความอาฆาตแค้นที่ยากจะสังเกตได้ สร้างความ
กดดันอย่างรุนแรง
มหาราชาจารย์เหยียนขมวดคิ้ว มองดูฟู่เฉินหวนอย่างจริงจัง
“หมอหลวงหลี่สมควรตายเพราะวินิจฉัยอาการขององค์จักรพรรดิสูงสุด
ผิด แต่ไทเฮาก็มีเหตุผลที่ต้องกังวลเรื่องอาการป่วยขององค์จักรพรรดิสูงสุดจึง
ขาดความรอบคอบไป ซึ่งนั่นก็เข้าใจได้”
ในสถานการณ์เช่นนี้ มหาราชาจารย์เหยียนมิสามารถช่วยหมอหลวงหลี่ได้
ทำได้เพียงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแก้ตัวแทนไทเฮา และขจัดความสงสัย
ออกจากตัวนางไป
ไทเฮาหน้าซีดเผือด ดูอ่อนล้าและสับสนอย่างมาก ให้ความร่วมมือเป็น
อย่างดีกับมหาราชาจารย์เหยียน กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ใช่แล้ว ข้าตื่น
ตระหนกไปครู่หนึ่ง และข้าก็มิไว้วางใจลั่วชิงยวนจริง ๆ ดังนั้นจึงเชื่อสิ่งที่หมอ
หลวงหลี่พูด”
หมอหลวงหลี่ตาเบิกกว้างจ้องไปที่ไทเฮาด้วยความสิ้นหวัง
ในเวลานี้ขุนนางบางคนก็พูดแทนไทเฮาด้วย
“ไทเฮาทรงมิลังเลเลยที่จะใช้พระโลหิตของพระนางเองเพื่อช่วย
จักรพรรดิสูงสุดในครั้งนี้ พระนางยอมเสี่ยงที่จะแลกชีวิตของพระนางเพื่อทรง
ช่วยชีวิตขององค์จักรพรรดิสูงสุด”
“เรามิควรเคลือบแคลงความจริงใจของไทเฮาที่มีต่อองค์จักรพรรดิสูงสุด”
ไทเฮาฟังแล้วหลับตาลง แอบปาดน้ำตาเงียบ ๆ
รี่
สิ่
ที่
ฟู่เฉินหวนหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วพูดอย่างเย็นชา “สิ่งที่พวกท่านพูดก็สม
เหตุสมผล”
“คนที่สมควรตายที่สุดก็คือ หมอหลวงหลี่”
ฟู่เฉินหวนพูดและขยิบตาให้ฟู่จิ่งหาน
ฟู่จิ่งหานสั่งทันที “ใครก็ได้! นำตัวหมอหลวงหลี่ไปที่คุก เตรียมรอ
ประหาร!”
“ฝ่าบาท! ไทเฮา! โปรดไว้ชีวิตกระหม่อมด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!” หมอหลวงหลี่
คำนับด้วยความกลัว ร้องขอความเมตตา
แต่ทว่าทันทีที่เขาเงยหน้าขึ้น เขาก็สัมผัสกับสายตาเตือนของไทเฮา
หมอหลวงหลี่เงียบไปทันที มิพูดอะไรอีก
เขาถูกทหารลากไปอย่างเงียบ ๆ ทั้งสิ้นหวัง และมิปริปากพูดอะไรสักคำ
ลั่วชิงยวนมองเห็นความผิดปกติในพฤติกรรมของหมอหลวงหลี่ จึงเริ่มคิด
ตริตรองในใจ
ไทเฮาน่าจะมีจุดอ่อนของหมอหลวงหลี่อยู่ในมือ
เขากำลังจะตาย ดังนั้นสิ่งเดียวที่เขาสนใจก็คือชีวิตและความตายของ
ครอบครัวของตนเท่านั้น
มหาราชาจารย์เหยียนกล่าวว่า “พระอาการขององค์จักรพรรดิสูงสุดดีขึ้น
นับว่าน่ายินดี ข้ารู้สึกว่า เราควรเรียกหมอจากสำนักหมอหลวงมาวินิจฉัยและ
รักษาองค์จักรพรรดิสูงสุดทันที”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว
องค์จักรพรรดิสูงสุดมิได้ประชวรหนักแต่อย่างใด แต่ได้รับอันตรายจาก
ใครบางคน และบุคคลนั้นน่าจะเป็นไทเฮา
นี้ลั่
ยิ่
วันนี้ลั่วชิงยวนเปิดเผยตัวต่อหน้าพวกเขา ตระกูลเหยียนจะยิ่งรีบร้อนฆ่า
นางเพื่อปิดปากนางให้เร็วขึ้นเท่านั้น
นางต้องรักษาจักรพรรดิสูงสุดให้ได้! เมื่อนั้นนางก็จะมีโอกาสรอดพ้นจาก
เคราะห์กรรมนี้ไปได้!
ตอนที่ลั่วชิงยวนกำลังจะพูด มีคนพูดก่อน “ลั่วชิงยวนทำหน้าที่ได้อย่าง
ยอดเยี่ยมในการช่วยชีวิตจักรพรรดิสูงสุดได้สำเร็จ ดังนั้นนางจึงควรได้รักษา
องค์จักรพรรดิสูงสุดต่อไป”
มหาราชาจารย์เหยียนแค่นเสียงเย็นชา ดวงตาของเขาดูถูกเหยียดหยาม
“นางน่ะหรือ? นางจะเก่งกว่าหมอหลวงทุกคนในสำนักหมอหลวงเชียว
หรือ? นางมีคุณสมบัติอะไรในการรักษาองค์จักรพรรดิสูงสุด?”
“อ๋องผู้สำเร็จราชการเลือกให้พระชายาของตนรักษาองค์จักรพรรดิสูงสุด
เช่นนี้ อาจซ่อนเจตนาร้ายไว้ก็เป็นได้!”
ประโยคนี้มีความหมายลึกซึ้ง
ถึงเวลาแล้วที่ฟู่เฉินหวนจะต้องหลีกเลี่ยงข้อกังขา
มิเช่นนั้นก็มีแนวโน้มว่าจะมีข่าวลือมิดีขึ้น
ก่อนที่ฟู่เฉินหวนจะทันได้พูด ลั่วชิงยวนก็มองตรงไปที่มหาราชาจารย์เห
ยียน
นางพูดเสียงดังชัดเจนและหนักแน่น มิแสดงอาการขลาดกลัวแม้แต่น้อย…
“องค์จักรพรรดิสูงสุดมิได้ทรงพระประชวร แต่ถูกคนทรยศวางยาพิษต่าง
หาก!”