ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 918
ทารกมีกลิ่นอายชั่วร้ายจาง ๆ กระจายออกมา
ลั่วชิงยวนใจหายวาบทันที
นางจำได้ว่า นางได้จัดการสะสางทุกสิ่งที่เฝิงซีเคยประสบมาก่อนไปจน
หมดแล้ว
กลิ่นอายชั่วร้ายในตัวเด็กคนนี้ มาจากที่ใดกัน?
“อวี้เอ๋อร์ อย่าร้อง อย่าร้อง แม่อยู่นี่แล้ว!” เฝิงซีกล่อมลูกน้อยอย่างอ่อน
โยน
จากนั้นนางเตรียมจะปลดอาภรณ์เพื่อให้นมลูก
ทันใดนั้นการเคลื่อนไหวของนางก็ชะงักไป ก่อนจะมองไปยังลั่วชิงยวน
“พระชายายังมีเรื่องอื่นใดอีกหรือไม่? หากไม่มีแล้ว ท่านกลับไปเถิด”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ขออภัยที่มารบกวนท่านแล้วเพคะ”
นางหันกลับและจากไป
นางกำนัลส่งนางออกจากพระตำหนักชุนซาน
ลั่วชิงยวนมองย้อนกลับไปด้วยความสงสัยในใจว่า คนชุดดำจะไปที่ใดได้
อีกนอกจากเข้าไปในตำหนักชุนซาน?
แต่เวลาผ่านไปนานแล้ว นางตามจับมิทันเสียแล้ว อีกคนแค่เปลี่ยนอาภรณ์
แล้วก็สามารถเดินไปเดินมาในวังได้ตามปกติ
จับตัวมิได้แล้ว
ดังนั้นลั่วชิงยวนจึงทำได้แค่หันหลังกลับไปทางเดิม
ที่
ตราบใดที่จักรพรรดิสูงสุดปลอดภัย หากจักรพรรดิมิเป็นอะไร มิช้าก็เร็วไท
เฮาจะต้องลงมืออีกแน่
แต่การจับคนชุดดำคนนี้ อาจจะลำบากสักหน่อย
ขณะที่ไล่ตามมือสังหาร ลั่วชิงยวนมิได้สังเกตว่า วังหลวงเงียบสงัดอย่าง
ผิดปกติ บัดนี้เมื่อกลับมาถึงพระตำหนักของจักรพรรดิสูงสุด นางถึงได้พบว่ามัน
เงียบอย่างมิน่าเชื่อ
ไม่มีใครอยู่ที่นี่แม้แต่คนเดียว
นางเข้าไปในห้องอย่างเร่งรีบ
เมื่อเห็นเหตุการณ์ในห้อง ก็ตกใจเล็กน้อย
ฟู่เฉินหวนนั่งบนเก้าอี้ ถอดเสื้อของเขาออก เซิ่งไป่ชวนกำลังพันแผลให้เขา
เขามีบาดแผลที่หน้าอก
สีหน้าของฟู่เฉินหวนดูซีดเซียว ดูท่าคงได้รับบาดเจ็บสาหัส
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
ลั่วชิงยวนรู้สึกสับสน วรยุทธของขันทีคนนั้นน่าจะด้อยกว่าฟู่เฉินหวน มิน่า
จะทำร้ายฟู่เฉินหวนได้เช่นนี้
ในเวลานี้ ลั่วเยวี่ยอิงงที่ยืนร้องไห้อยู่ข้าง ๆ และพูดทั้งน้ำตาว่า “ท่านอ๋อง
ทรงพยายามช่วยข้า … “
“ทั้งหมดมันเป็นความผิดของข้าเอง หากมิใช่เพราะข้า ท่านอ๋องคงมิต้อง
เข้ามาขวางกริชแทนข้า แล้วต้องมาได้รับบาดเจ็บเช่นนี้”
ลั่วชิงยวนตกใจมากเมื่อได้ยินสิ่งนี้
ขวางกริชแทนเหรอ?
ชั่
หัวใจของนางถึงกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ
เมื่อเห็นลั่วเยวี่ยอิงร้องไห้ฟูมฟายเพียงนั้น นางก็โกรธมากยิ่งขึ้น
“ยังจะกล้าร้องไห้อีกรึ?”
“รู้อยู่แล้วว่าตัวเองทำอะไรมิเป็น มีแต่ถ่วงคนอื่นเขา เช่นนั้นเจ้ารีบกลับไป
เสียเถอะ”
ลั่วเยวี่ยอิงรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก
ในเวลานี้ ฟู่เฉินหวนยังกล่าวอีกว่า “หลังรุ่งสาง เจ้าก็กลับไปเถอะ ที่นี่มัน
อันตรายเกินไป”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วเยวี่ยอิงก็รู้สึกอบอุ่นในใจ “เพคะ หม่อมฉันจะเชื่อฟัง
ท่าน หม่อมฉันรู้ว่าท่านอ๋องล้วนทำทุกอย่างเพื่อหม่อมฉัน”
“หม่อมฉันมิอยากสร้างปัญหาให้ท่านอ๋อง ขอเพียงท่านอ๋องดูแลตัวเองให้
ปลอดภัย และกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ!”
คำพูดที่จริงใจของลั่วเยวี่ยอิงทำให้หัวใจของลั่วชิงยวนบีบรัดขึ้นโดยมิรู้ตัว
บ้านหรือ?
ที่นั่นกลายเป็นบ้านของพวกเขาสองคนแล้วหรือ?
แต่ตั้งต้นจนจบ นางก็เป็นเพียงส่วนเกินเท่านั้น
เซิ่งไป่ชวนพันผ้าพันแผลให้ฟู่เฉินหวนแล้วจึงพูดว่า “ตำแหน่งบาดแผลที่
ท่านอ๋องได้รับบาดเจ็บนั้นอันตรายมาก โชคดีที่แม่นางลั่วมาทันเวลา มิเช่นนั้น
ชีวิตของท่านอ๋องอาจจะตกอยู่ในอันตราย”
ลั่วชิงยวนสะดุ้งเล็กน้อย
เซิ่งไป่ชวนคือคนที่ลั่วเยวี่ยอิงไปตามมาหรือ?
ลั่
วี่
แต่ลั่วเยวี่ยอิงยังร่วมมือกับเหยียนผิงเซียวอยู่มิใช่หรือ นางต้องการฆ่าฟู่
เฉินหวนมิใช่หรือ? คืนนี้นางมิได้แกล้งทำเป็นปวดท้องเพื่อหลอกล่อฟู่เฉินหวน
หรืออย่างไร?
ลั่วเยวี่ยอิงเปลี่ยนใจแล้วงั้นหรือ?
อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นโอกาสที่ดีมากในการสังหารฟู่เฉินหวน
ฟู่เฉินหวนหันกลับมาและถามว่า “คืนนี้ที่สำนักหมอหลวงมีสิ่งใดเกิดขึ้น
หรือไม่? เหตุใดถึงต้องวิ่งไปถึงสำนักหมอหลวงเพื่อขอความช่วยเหลือเองด้วย
เล่า?”
เซิ่งไป่ชวนพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
เมื่อเห็นลั่วชิงยวนอยู่ที่นี่ เขาจึงตอบออกมาอย่างมิต้องกังวล “วันนี้เจิ้งอู๋เห
ลียงออกคำสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนหลังตะวันตกดิน ไม่มีใครได้รับ
มอบหมายให้เข้าเวรพ่ะย่ะค่ะ”