ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 950
เซิ่งไป่ชวนพยักหน้า
ทันใดนั้น ลั่วชิงยวนก็กระโดดขึ้นไปบนหลังคาที่ถูกเจาะเป็นรูด้วยวิชาตัว
เบา
ในขณะนี้ จักรพรรดิสูงสุดกำลังบรรทมอยู่บนหลังคา
ลั่วชิงยวนแบกร่างจักรพรรดิสูงสุดไว้บนหลังแล้วกระโดดลงมาจากหลังคา
เซิ่งไป่ชวนรีบก้าวไปประคองจักรพรรดิสูงสุด และอุ้มเขาขึ้นไปที่เตียง
ในเวลานั้น เพื่อมิให้จักรพรรดิหวาดกลัว จึงให้ยานอนหลับแก่เขาเล็กน้อย
ดังนั้นตอนนี้เขาจึงยังคงหลับอยู่
เพื่อความปลอดภัย จึงได้ซ่อนจักรพรรดิสูงสุดไว้บนหลังคา
“พี่สาม!” ในที่สุดเมื่อฟู่จิ่งหลีมาถึงห้องมืด และได้เห็นฟู่เฉินหวนที่ร่างกาย
ถูกปกคลุมไปด้วยเลือด สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
ฟู่เฉินหวนจวนจะตายอยู่รอมร่อแล้ว เขามองเห็นเพียงร่างเลือนรางที่อยู่
เบื้องหน้า และตะโกนอะไรบางอย่างด้วยสติเลื่อนลอย
ฟู่จิ่งหลีก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนปลดเชือกออกจากร่างของเขา
แล้วแบกเขาไว้บนหลัง “มิเป็นไรแล้ว พี่สาม ข้าจะพาท่านกลับไปรักษาเดี๋ยวนี้”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็รีบแบกฟู่เฉินหวนขึ้นหลังแล้วจากไป
มุ่งตรงออกจากวังหลวงอย่างมิหยุดพัก
ฟู่เฉินหวนนอนหงาย และตะโกนอะไรบางอย่างด้วยสติเลื่อนลอย
ฟู่จิ่งหลีฟังอยู่นาน ก่อนตระหนักว่าเขากำลังตะโกนคำว่า ชิงยวน
ชั่
นึ่
จิ่
ชั่วขณะหนึ่ง ในใจฟู่จิ่งหลีรู้สึกซับซ้อน
“พี่สาม มิต้องกังวล ลั่วชิงยวนสบายดี”
“มิช้า นางจะกลับมา”
ฟู่จิ่งหลีอุ้มฟู่เฉินหวนกลับไปยังตำหนักอ๋องผู้สำเร็จราชการ ทั้งตำหนัก
อ๋องต่างพากันแตกตื่นและกุลีกุจอกันไปตามหมอมารักษาอาการบาดเจ็บของฟู่
เฉินหวน
ฟู่จิ่งหลีคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อนจะให้ซูโหยวเชิญซ่งเชียนฉู่มา
เมื่อลั่วเยวี่ยอิงรู้ข่าวว่าฟู่เฉินหวนได้รับการช่วยเหลือแล้ว นางก็รีบวิ่ง
เข้าไปในห้องทันทีและใช้ผ้าเช็ดคราบเลือดบนใบหน้าของฟู่เฉินหวน
น้ำตาหยดลงมาที่ข้างเตียง
“ท่านอ๋อง…”
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้? บาดเจ็บเพียงนี้ได้อย่างไร…”
ลั่วเยวี่ยอิงร้องไห้มิหยุด
ฟู่เฉินหวน ตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ เมื่อเขาเห็นร่างที่พร่ามัวตรงหน้า เขาก็เอ่ย
อย่างยากลำบากว่า “ชิงยวน ใช่เจ้าหรือไม่… ”
ทันทีที่นางได้ยินสิ่งนี้ ลั่วเยวี่ยอิงก็ตกตะลึง
นางมองเขาด้วยความมิเชื่อด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตา
จากนั้นดวงตาของนางก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา พูดด้วยความเยือกเย็นว่า
“ท่านอ๋องอย่าคิดถึงลั่วชิงยวนอีกเลย นางจะมิกลับมาอีกแล้ว”
“นางมิสนใจแม้แต่น้อยว่าท่านอ๋องจะได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียงใด องค์
ชายเจ็ดต่างหาที่ช่วยท่านอ๋องกลับมา”
สิ่
ที่
นั้
“สิ่งเดียวที่นางสนใจคือตัวนางเองเท่านั้น”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ฟู่เฉินหวนก็ขมวดคิ้ว รู้สึกอึดอัดในอก พยายามจะลุกขึ้น แต่
ร่างกายเจ็บปวดจนเขามิสามารถขยับได้
ในตอนนั้นเอง ซ่งเชียนฉู่เดินเข้ามาและตะคอกใส่นางอย่างเย็นชา “หยุด
ว่าร้ายชิงยวนเสียที”
“ข้าจะรักษาอาการบาดเจ็บให้ท่านอ๋อง เจ้าออกไปได้แล้ว”
ลั่วเยวี่ยอิงกัดฟัน จ้องมองนางอย่างเกลียดชัง แล้วลุกขึ้นเดินจากไป
เพราะเหตุใดทุกคนถึงต้องดีกับลั่วชิงยวนเช่นนี้ เพราะเหตุใดกัน!
ท่านอ๋องได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียงนี้แล้ว เหตุใดเขาถึงยังคิดถึงลั่วชิงยวน
อยู่
นางคือคนที่ท่านอ๋องรักมิใช่หรือ?
มิเช่นนั้น เหตุใดเขาถึงเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องนางจากคมกริชเล่า?
แต่เหตุใดยามที่เขาสติเลื่อนลอยถึงเอาแต่พูดถึงลั่วชิงยวน?
เวลาคืบคลานเข้าช่วงค่ำโดยมิรู้ตัว
ลั่วชิงยวนมายังข้างเตียงของจักรพรรดิสูงสุดด้วยหัวใจที่หนักอึ้งพร้อมยา
ในมือ
“นี่คือยาชามสุดท้ายแล้วเพคะ”
จักรพรรดิสูงสุดพยักหน้าด้วยสีหน้าสงบ
ลั่วชิงยวนป้อนยาให้เขาทีละน้อย
หลังจากดื่มยาแล้ว จู่ ๆ จักรพรรดิสูงสุดก็กระอักเลือดออกมาเต็มปากและ
หลับตาลงอย่างอ่อนแรง
ลั่
ทิ้
ขึ้
ลั่วชิงยวนกำมือแน่น ทิ้งชามยา กระโดดขึ้นและออกไปทางหลังคา
เมื่อฟู่จิ่งหานเข้ามาในห้องและเห็นจักรพรรดิสูงสุดที่จวนจะสิ้นพระชนม์
และกระอักเลือดออก สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
เขาร้องออกมาด้วยความตกใจ “เสด็จพ่อ!”
“ลั่วชิงยวนอยู่ที่ไหน มีใครอยู่บ้าง รีบมานี่เร็วเข้า!”
ในมิช้า หมอหลวงก็ถูกเรียกตัวมา
ไทเฮาได้ยินข่าวก็รีบเสด็จมาทันที
หัวหน้าหมอหลวงมู่มาวินิจฉัยและทำการตรวจรักษาองค์จักรพรรดิด้วยตัว
เอง เขามีสีหน้าเคร่งขรึมและกล่าวว่า “องค์จักรพรรดิสูงสุดดีขึ้นแล้วใช่หรือ
เหตุใดถึงแย่ลงอีก?”
จักรพรรดิกังวลอย่างยิ่ง “ท่านหมอหลวงมู่ โปรดรีบไปรักษาเสด็จพ่อของ
ข้าด้วย!”
หมอหลวงมู่ทำอะไรมิถูก และกล่าวว่า “กระหม่อมมิรู้ว่าพระชายาอ๋องผู้
สำเร็จราชการใช้วิธีการรักษาแบบใด ควรรีบเรียกให้พระชายามาโดยเร็วที่สุด
พ่ะย่ะค่ะ”
ฟู่จิ่งหานมีสีหน้าโกรธเกรี้ยวและกำหมัดแน่น
“นางหายตัวไปแล้ว”
“ตอนที่ข้ามา ข้ามิเห็นนางเลย ข้าให้คนไปหานางแล้ว แต่หาอย่างไรก็มิ
เจอ”