ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 955
ในที่สุดนางก็เข้าใจแล้วว่าความทะเยอทะยานในดวงตาของเหยียนหน่าย
ซินที่นางเห็นคือสิ่งใด
“ก่อนหน้านี้เจ้าล้วนแสร้งทำหรือ?”
เหยียนหน่ายซินยิ้มเบา ๆ “เจ้าหมายถึงเรื่องใดเล่า”
“อาศัยตำแหน่งว่าที่ฮองเฮา ทำตัวตามอำเภอใจ ก่อความผิดมหันต์ กล่าว
อ้างว่ามิอยากเป็นฮองเฮา และต้องการหนีไปกับคนรักของเจ้า ทั้งหมดนี้เจ้า
ล้วนแสร้งทำหรือ?”
“ดังนั้นเจ้าจึงใจแข็งถึงขนาดลงมือฆ่าโม่เชียนด้วยมือของเจ้าเอง”
เหยียนหน่ายซินได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะออกมา “ใช่แล้ว”
“ท่าทางโง่เขลาและสิ้นหวังนั้นล้วนเป็นการแสร้งทำ ข้ามิอยากอภิเษกกับ
ฝ่าบาทจริง ๆ เพราะถึงข้าจะเป็นฮองเฮาของเขา ข้าก็จะเป็นเพียงหุ่นเชิดของ
ตระกูลเหยียน มิต่างอะไรจากการเป็นหุ่นเชิดในวังหลัง”
“ข้ายอมรับมิได้ที่ต้องเป็นหุ่นเชิด ถึงจะยืนอยู่ในตำแหน่งที่สูงขนาดนี้ แต่
กลับมิอาจครอบครองอำนาจที่ควรมีได้เลย”
“เช่นนั้น ข้าจึงมาที่นี่”
เหยียนหน่ายซินพูด พลางหยิบป้ายคำสั่งออกมาจากอกเสื้อและมอบให้ลั่ว
ชิงยวน
“เจ้าบอกซือซิงว่า ตระกูลเหยียนส่งเจ้ามา แต่หากเจ้าไม่มีป้ายคำสั่ง ซือซิง
ย่อมมิเชื่อแน่”
“ตอนนี้กองทัพกว่าครึ่งของอู่จิ้นอยู่ในมือของเขาแล้ว มีเพียงต้องใช้สิ่งนี้
หลอกเขาเท่านั้นเขาจึงจะยอมเรียกทัพมาสนับสนุน”
มื่
สิ่
นี้
ลั่
ุ
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนก็ตกตะลึง
นางรับป้ายคำสั่งมา บนป้ายนั้นมีตัวอักษร ‘เหยียน’ สลักอยู่บนนั้น
นอกจากนี้ ยังมีตัวอักษรเล็ก ๆ ว่า ‘มหาราชาจารย์’ สลักอยู่ด้านล่างด้วย
“นี่คือป้ายคำสั่งของมหาราชาจารย์เหยียน เจ้าได้มาได้อย่างไร?”
เหยียนหน่ายซินตอบอย่างใจเย็น “แน่นอนว่าข้าขโมยมันมา”
“ข้ามิต่างอะไรกับคนที่ตายไปแล้วสำหรับตระกูลเหยียน”
“การขโมยสิ่งนี้ นับว่ามิใช่เรื่องยาก”
“เดิมทีข้าวางแผนที่จะนำป้ายคำสั่งนี้ไปหาซือซิงเพื่อระดมกำลังเอง แต่
บังเอิญเจอเจ้าพอดี ข้าคิดว่าเจ้าคงเหมาะสมกว่าข้าในการทำเรื่องนี้”
“ท้ายที่สุด หากแผนล้มเหลว ข้าก็ยังสามารถกลับไปตระกูลเหยียนได้”
น้ำเสียงของเหยียนหน่ายซินสงบ ราวกับว่านางไม่มีอะไรปิดบัง
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วอย่างสงสัย “เจ้ามีจุดประสงค์อะไรในการทำเช่นนี้
หรือ?”
เหยียนหน่ายซินตอบ “ข้ามิอยากเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง ข้าต้องการ
กำหนดชะตาชีวิตของตัวข้าเอง”
“ดังนั้นข้าจึงมิอาจปล่อยให้แผนร้ายของตระกูลเหยียนสำเร็จลุล่วงไปได้”
“เหตุผลนี้เพียงพอหรือไม่?”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้ว “แผนร้ายของตระกูลเหยียนคืออะไรหรือ?”
เหยียนหน่ายซินตอบว่า “ตามข้อมูลที่ข้ารวบรวมมาได้ ตระกูลเหยียนร่วม
มือกับพวกนอกด่าน เมื่อพวกนอกด่านบุกโจมตีแคว้นเทียนเชวีย และ
สถานการณ์ถึงขั้นวิกฤติ”
“ตระกูลเหยียนจะยึดอำนาจทางทหารจากอ๋องผู้สำเร็จราชการ”
“แล้วจะขับไล่พวกนอกด่านกลับไป”
“ข้ามิรู้ว่า พวกนอกด่านต้องการอะไรจากพวกเขา แต่ตระกูลเหยียน
ต้องการบางสิ่ง บางสิ่งที่มีค่าเสียด้วย”
“เพียงแต่ข้ามิรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่”
ลั่วชิงยวนขมวดคิ้วและครุ่นคิด ผู้คนจำนวนมากเสียชีวิตในหอสมุทรมรกต
เพียงเพื่อสมบัติบางอย่าง และไข่มุกราตรีในโลงศพของฮูหยินผู้เฒ่าลั่วก็หายไป
เช่นกัน
ตระกูลเหยียนกำลังค้นหาสมบัติบางอย่างอยู่จริง ๆ
ดูเหมือนว่า เหยียนหน่ายซินมิได้โกหก ทุกอย่างสอดคล้องกัน
“ได้ ข้าจะเชื่อเจ้าสักครั้ง”
การแสดงตราประทับมังกรให้ซือซิงนั้นไม่มีประโยชน์ เขาจะมิเชื่อฟังคำสั่ง
ของราชวงศ์ แต่เขาจะฟังเพียงคำสั่งของตระกูลเหยียนเท่านั้น
ดังนั้นป้ายคำสั่งของเหยียนหน่ายซินอาจมีประโยชน์
เหยียนหน่ายซินยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “หาก
แผนสำเร็จ ก็อย่าลืมบอกความดีความชอบของข้าต่ออ๋องผู้สำเร็จราชการด้วย
เล่า”
หลังจากพูดเช่นนั้น เหยียนหน่ายซินก็หันหลังจากไป
ลั่วชิงยวนสะดุ้งเล็กน้อย บอกความดีความชอบของนาง?
เหยียนหน่ายซินคิดอะไรอยู่กันแน่?
สตรีผู้นี้โหดเหี้ยมกับตัวเองจริง ๆ มิรู้ว่าอาการบาดเจ็บที่ไหล่จากการถูก
หมาป่ากัด หายเป็นปกติแล้วหรือยัง
สี่
นี้
ที่
นางเอาชีวิตมาเสี่ยงในแผนการนี้ ดูเหมือนว่า นางต้องการที่จะหลุดพ้น
จากการควบคุมของตระกูลเหยียนอย่างมากจริง ๆ
หลังจากตั้งสติได้ ลั่วชิงยวนก็รีบหยิบป้ายคำสั่งและจากไปทันที
ในมิช้า นางก็ได้พบกับซือซิงที่กำลังสั่งคนตามหานางอยู่
พวกทหารก็รีบเข้ามาล้อมนางไว้ทันที
ซือซิงเดินช้า ๆ และจับตาดูนาง “เจ้าไปที่ใดมา?”
“แค่เดินเล่นไปเรื่อยเปื่อย มีอะไรหรือ?” ลั่วชิงยวนตอบอย่างใจเย็น
ซือซิงยิ้มอย่างเย็นชา “ใครส่งเจ้ามา เจ้าคิดว่าข้ามิรู้หรือว่าเจ้าเป็นใคร?”