ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 958
หลังจากที่ลั่วชิงยวนจัดการสร้างม่านพิษที่ภูเขาด้านหลังเมืองเสร็จแล้ว
นางและเซี่ยงจิ้งก็ไปยังชายแดนผิงหนิงเพื่อเสริมทัพทันที
แต่ทว่าเมื่อเข้าใกล้เมืองผิงหนิง นางก็ได้พบกับซือซิง
ซือซิงและคนของเขาประจำการอยู่ที่ทางเข้าหุบเขา โดยมิได้รีบไปยังผิง
หนิงแม้แต่น้อย
“แม่ทัพซือ เหตุใดท่านยังอยู่ที่นี่?” ลั่วชิงยวนลงจากหลังม้าและเดินไปข้าง
หน้าด้วยน้ำเสียงมิพอใจ
ซือซิงเหลือบมองกองทัพที่ติดตามลั่วชิงยวนแล้วหัวเราะเบา ๆ “แม่นาง
เก่งจริงๆ ที่สามารถสั่งการเซี่ยงจิ้งได้”
“เซี่ยงจิ้งปฏิบัติตามคำสั่งของจักรพรรดิเท่านั้น แม่นางทำได้อย่างไรเล่า?”
ลั่วชิงยวนพูดด้วยน้ำเสียงมิพอใจ “นี่มิใช่เรื่องที่ท่านต้องรู้ สิ่งที่ท่านต้องทำ
คือการปฏิบัติตามคำสั่งของท่านมหาราชาจารย์ต่างหาก”
เมื่อเห็นว่านางโกรธ ซือซิงก็ยิ้มและดึงนางออกไป เขากล่าวว่า “มิใช่ว่าข้า
มิเชื่อฟังคำสั่ง แต่ข้ามิเคยคิดถึงเรื่องนี้เลย หลังศึกครั้งนี้จบลง เซี่ยงจิ้งและข้า
จะกลายเป็นศัตรูกันอย่างถาวร”
“เนื่องจากข้าต้องการรับใช้มหาราชาจารย์ ข้าจึงต้องกำจัดสิ่งกีดขวางเสีย
ก่อน”
“มิเช่นนั้น หลังจบศึกนี้ เซี่ยงจิ้งจะต้องหาทางกำจัดข้าเช่นกัน”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนจึงขมวดคิ้ว “จะกำจัดเขาตอนนี้เลยหรือ? เป็นไป
มิได้หรอก หากเขาตาย ใครจะนำกองกำลังไปต่อต้านพวกนอกด่านเล่า?”
ยิ้
นี้
ซือซิงยิ้มและพูดว่า “ข้ามิได้พูดว่าตอนนี้ เพียงแค่เราสามารถปล่อยให้เขา
ตายในมือของพวกนอกด่านได้ แบบนี้เราก็มิต้องลงมือเอง มิใช่หรือ?”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ในที่สุดลั่วชิงยวนก็เข้าใจ
“ท่านอยากให้เซี่ยงจิ้งนำทัพบุกเข้าไปก่อนใช่หรือไม่?”
“นี่คือเหตุผลที่ท่านถ่วงเวลาการไปเมืองผิงหนิงจนถึงตอนนี้หรือ?”
ซือซิงพานางไปที่ทางเข้าหุบเขาแล้วพูดว่า “ดูนั่นสิ ตรงนั้นคือเมืองผิงหนิง
การสู้รบนั้นดุเดือดเพียงใด”
“คราวนี้พวกนอกด่านกรูกันมาในคราวเดียว เราสามารถใช้โอกาสนี้บุก
โจมตีด้านหลังของพวกมัน ทำให้พวกมันมิทันตั้งตัวได้!”
ลั่วชิงยวนมองไปรอบ ๆ เห็นได้ชัดว่าเมืองที่ตกอยู่ในอันตรายท่ามกลาง
กองไฟ
ทั้งเมืองกำลังถูกพวกนอกด่านล้อมอยู่
ลั่วชิงยวนหรี่ตาลงเล็กน้อย แล้วมองไปที่ซือซิง “ดูเหมือนว่าท่านจะสืบ
เรื่องนี้มาอย่างดีแล้ว”
ซือซิงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ที่ตั้งของอู่จิ้นพิเศษมาก หากมิสืบหาข้อมูลของ
ศัตรูให้ดี หากพวกมันโจมตีเราโดยมิทันตั้งตัว ทุกอย่างก็จะจบสิ้น”
ดูเหมือนว่าซือซิงจะเข้าใจสถานการณ์ศึกในชายแดนผิงหนิงและกำลังรบ
ของพวกนอกด่านมาอย่างดีเชียว
“ท่านสามารถโจมตีเผ่านอกด่านจากข้างหลังได้ แต่ท่านมิอาจพาคนไป
ด้วยทั้งหมดได้”
ซือซิงเห็นด้วยทันที “ไม่มีปัญหา ข้าจะส่งทหารม้าสามพันนายไป”
“แต่แม่นาง ท่านต้องสัญญากับข้าว่า คนของข้าจะปลอดภัย หากมี
อันตรายใด ๆ ให้คนของเซี่ยงจิ้งบุกเข้าไปก่อน”
แม้ว่าคำขอดังกล่าวจะดูไร้ยางอายในสนามรบก็ตาม
แต่ลั่วชิงยวนก็ยังรับปาก
ในการเสริมกำลังรบครั้งนี้ ซือซิงมิรู้ว่าจริง ๆ แล้วนางถือตราประทับมังกร
ขององค์จักรพรรดิสูงสุดในมือ ดังนั้นเขาจึงเกรงว่า หลังจากนี้เซี่ยงจิ้งจะนำ
ความไปฟ้องและเปิดโปงว่าเขาทำตามคำสั่งของตระกูลเหยียน
หากเป็นเช่นนั้น ซือซิงก็ถึงคราวจบสิ้น
จากมุมมองของเขา การยืมมือพวกนอกด่านกำจัดเซี่ยงจิ้งถือเป็นวิธีที่ดี
เช่นไรก็ตาม นางมองไปยังใบหน้าของเซี่ยงจิ้งแล้วมิเห็นเคราะห์ร้ายใด ๆ
อีกทั้งยังมีแสงสีทองราง ๆ ที่บ่งบอกถึงความรุ่งโรจน์อีกด้วย
ดังนั้น นางจึงมิได้กังวลมากนัก
ซือซิงส่งทหารม้าสามพันนายออกไปโจมตีค่ายเผ่านอกด่านในทันที
หลังจากนั้น พวกเขาก็รีบมุ่งหน้าไปยังใจกลางสนามรบ
แม้ว่าจะเร่งความเร็วไปให้เร็วที่สุดก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง ทหารคนสุดท้ายล้ม
ลงแล้ว
ร่างของเขาถูกแทงด้วยหอกของชนนอกด่านนับสิบเล่ม
ร่างทรุดลงกับพื้น เลือดอาบไปทั่วใบหน้า
พวกนอกด่านตะโกนลั่น “ข้าเตือนพวกเจ้าว่า ให้รีบเปิดประตูยอมจำนน
เสีย มิเช่นนั้นพวกเจ้าจะต้องพบจุดจบเช่นเดียวกับแม่ทัพของเจ้า!”
เผ่านอกด่านคนหนึ่งคว้าศีรษะของแม่ทัพแล้วเหวี่ยงมีดยาวเพื่อตัดศีรษะ
ของเขา
รูม่านตาของลั่วชิงยวนเบิกกว้างขึ้น รีบใช้วรยุทธเข้าไปช่วย แต่มิทันการณ์
เสียแล้ว
ขึ้
มั่
นางหยิบธนูและศรขึ้นมา ขาหนีบท้องม้ามั่น แล้วเร่งม้าเข้าไป
เสียงลูกธนูแหวกอากาศดังขึ้น
ยิงร้อยครั้งถูกร้อยครา ธนูดอกนั้นพุ่งไปด้วยความเร็วสูงทะลุผ่านร่างของ
พวกนอกด่านไป
ซือซิงและเซี่ยงจิ้งตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นฉากนี้
มิคาดคิดเลยว่า สตรีที่ดูอ่อนแอผู้นี้จะระเบิดความแข็งแกร่งอันทรงพลัง
ออกมาได้เช่นนี้ ในระยะทางที่ห่างไกลขนาดนี้ นางยังสามารถยิงธนูขณะควบ
ม้าอย่างมิหยุดยั้ง และยิงธนูที่สามารถแทงทะลุหัวใจของศัตรูได้อย่างแม่นยำ
เสียด้วย
ฝีมือยอดเยี่ยมจริง ๆ!
ลูกธนูดอกนี้ทำให้พวกนอกด่านตกตะลึง