ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 962
ลั่วชิงยวนตะโกนขึ้นทันที
“ข้ารับรองว่าพวกท่านจะมิตาย!”
“แม้ว่าคนในครอบครัวที่ตายไปแล้วจะมิสามารถกลับมาได้ แต่เสบียงที่ถูก
ปล้นไป และทรัพย์สินที่สูญหายสามารถลงทะเบียนไว้ได้ที่นี่”
“เมื่อสงครามสงบลง ข้าจะมอบบ้านที่สงบสุขคืนให้กับพวกท่าน!”
“ในการต่อสู้กับพวกนอกด่านครั้งนี้ ข้าจะไม่มีวันยอมให้พวกท่านต้องเข้า
สู่สนามรบอีก! เมื่อฟ้ามืดลง แม่ทัพเซี่ยงจะพาพวกท่านออกจากเมืองและ
อพยพไปจากที่นี่”
นี่เป็นวิธีที่เหมาะสมวิธีเดียวที่นางคิดออกในยามนี้
เมื่อได้ยินดังนั้น ชาวบ้านก็หยุดมืออีกครั้ง
“จริงหรือ? จะคุ้มกันพวกเราให้อพยพหรือ? คงจะมิปล่อยให้เราออกไป
ตายนอกเมืองใช่หรือไม่?”
เซี่ยงจิ้งก็พูดทันที “อย่ากังวล ข้าเซี่ยงจิ้งไม่มีทางเอาชาวบ้านไปเป็นโล่
ป้องกันแน่นอน”
“ค่ำนี้จะอพยพ รีบกลับไปเก็บข้าวของกันเถอะ”
หลังจากที่ทุกคนฟังแล้ว พวกเขาก็เริ่มเชื่อขึ้นมา
พวกเขาแยกย้ายกันไปทันทีและกลับไปเก็บข้าวของ
เซี่ยงจิ้งยังส่งคนไปตามบ้านแต่ละหลังทันที เพื่อแจ้งข่าวและพาพวกเขา
ออกจากเมืองในคืนนี้
ซี่
รองแม่ทัพหลิวมิพอใจเล็กน้อย “แม่ทัพเซี่ยง หากท่านนำคนไปคุ้มกันชาว
บ้านออกจากเมือง แล้วหากพวกนอกด่านมารุกราน…”
ลั่วชิงยวนเหลือบมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “เจ้ากลัวอะไร? แม่ทัพซือยัง
อยู่ที่นี่”
รองแม่ทัพหลิวเถียงมิออก ได้แต่กัดฟันแน่นด้วยความอึดอัดใจ
ลั่วชิงยวนกล่าวอย่างครุ่นคิด
“แม่ทัพเซี่ยงจะนำคนอพยพไปในยามกลางคืน และไปทางทิศใต้ ใช้เวลา
เดินทางอย่างเร็วที่สุดก็ครึ่งวัน หากพาชาวบ้านไปด้วยก็อาจช้าลงไปกว่านั้น
แน่นอนว่าจะต้องถูกพวกนอกด่านโจมตีแน่”
“ข้ากังวลว่า พวกนอกด่านะหลบเลี่ยงเราและแอบโจมตีแม่ทัพเซี่ยงกับ
พวกชาวบ้านแทน”
“เส้นทางที่พวกเขาต้องผ่านคือแม่น้ำเฉี่ยนซี แม่ทัพซือพาคนของเจ้าไป
ซุ่มโจมตีแถว ๆ แม่น้ำเฉี่ยนซี หากมีกองกำลังศัตรู อย่าปล่อยให้ใครรอดไปได้
แม้แต่คนเดียว!”
“แล้วให้ทหารพันนายคอยป้องกันจุดต่าง ๆ ในเมืองเอาไว้”
เซี่ยงจิ้งและซือซิงตกใจเมื่อได้ยินสิ่งนี้
เซี่ยงจิ้งถามด้วยความสับสน “แม่นางลั่วมิเคยมายังเขตชายแดนมิใช่หรือ?
เหตุใดถึงคุ้นเคยภูมิประเทศของชายแดนแถบนี้นัก?”
ลั่วชิงยวนตอบว่า “ข้าเพิ่งดูแผนที่บนผนัง ยามที่เรากำลังคุยกันเรื่องนี้”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เซี่ยงจิ้งก็ตกใจ
แค่ดูแผนที่ก็คิดแผนพาผู้คนอพยพออกไปได้อย่างรวดเร็ว
ซือซิงก็แอบตกใจเช่นกัน สตรีผู้นี้มิธรรมดาจริง ๆ มิแปลกที่กล้ามาที่นี่คน
เดียว
มหาราชาจารย์เหยียนมีแต่ยอดฝีมือไว้ข้างกาย
“ตกลง” ซือซิงรับคำทันที
เขารีบพาคนไปเตรียมการ
เซี่ยงจิ้งกล่าวอย่างเป็นกังวล “ข้าเห็นว่า ชาวบ้านเหล่านี้มีความแค้นสะสม
อยู่ในใจอย่างสุดซึ้ง บางคนคงกลัวว่าจะเป็นกับดักและมิยอมอพยพไปกับเรา
เหตุใดเรามิไปลองสืบดูหน่อยเล่า?”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า “ดีเหมือนกัน”
นางยังต้องการสอบถามรายละเอียดบางอย่าง เพื่อให้ยืนยันได้ว่าฉินเชียน
หลี่สั่งการอะไรบ้าง
รองแม่ทัพหลิวที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ รู้สึกโกรธอย่างยิ่ง “ไร้สาระสิ้นดี ถึงกับต้อง
ฟังความคิดของสตรีคนเดียวเช่นนี้!”
เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ดวงตาเย็นชา
แต่ก็ดี หากเซี่ยงจิ้งและซือซิงไปกันหมด จะไม่มีใครเหลืออยู่ในเมือง ที่นี่ก็
ต้องฟังคำสั่งของเขาอยู่ดี
ลั่วชิงยวนติดตามเซี่ยงจิ้งไปยังบ้านหลายต่อหลายหลัง เกลี้ยกล่อมให้บาง
คนที่มิกล้าอพยพสามารถอพยพได้อย่างสบายใจ
การป้องกันในจุดต่าง ๆ ของเมืองถูกพวกนอกด่านทำลายไปแล้ว และพวก
นอกด่านบางคนยังสามารถเข้าเมืองผ่านทางคลองระบายน้ำและเข้าสังหาร
ผู้คนได้
ยามนี้ผู้คนในเมืองต่างอกสั่นขวัญแขวน ทุกแห่งหนเต็มไปด้วยอันตราย
จึงต้องอพยพออกจากที่นี่ไปอย่างเลี่ยงมิได้
นางยังสอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับฉินเชียนหลี่ไปตลอดทาง
ที่
ที่
สั่
คำตอบที่ได้รับชัดเจนมาก ผู้ที่ออกคำสั่งให้ปล้นเสบียงชาวบ้านคือฉินเชีย
นหลี่ และผู้ที่สั่งให้เกณฑ์ชาวบ้านไปเป็นทหารก็เป็นเขาเช่นกัน
แต่เมื่อถูกถามว่าในอดีตฉินเชียนหลี่ปฏิบัติต่อชาวบ้านอย่างไร ทุกคนล้วน
บอกว่าฉินเชียนหลี่เคยเป็นคนดีมากมาก่อน
เซี่ยงจิ้งอดมิได้ที่จะสงสัย “ฉินเชียนหลี่ถูกพวกนอกด่านบีบบังคับหรือไม่?”
“ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ การทำให้เกิดความวุ่นวายในเมืองผิงหนิงก็อาจ
เป็นแผนการของพวกนอกด่านในการโจมตีเมืองด้วย”
“จู่ ๆ ฉินเชียนหลี่จะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยได้อย่างไร?”
ลั่วชิงยวนส่ายหน้า “เรื่องนี้มีพิรุธบางอย่าง แต่เรายังมิสามารถบอกได้ว่า
สถานการณ์เป็นอย่างไร”