ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 98
ในสวน แม่นมเติ้งและคนอื่น ๆ ต่างก็พากันอึ้งงัน พวกเขาไม่คิดว่าวิธีการที่
พระชายาใช้จะทำให้ลั่วเยวี่ยอิงฉวยยานั้นขึ้นมาแล้วกินลงไปเอง
หากว่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับอาการบาดเจ็บของลั่วเยวี่ยอิง ก็ไม่มีอันใด
ที่เกี่ยวข้องกับพระชายาทั้งสิ้น ในสายตาของทุกคนเห็นว่า ลั่วเยวี่ยอิงนั้นเป็น
ฝ่ายที่แย่งชิงยาไปกินเอง
แม่นมเติ้งห็นว่า งานที่แสนยากนั้นเมื่ออยู่ในมือพระชายาก็สำเร็จได้อย่าง
ง่ายดาย นางไม่เพียงเล่นลูกไม้กับลั่วเยวี่ยอิง ทำตามแผนได้สำเร็จและยังได้แก้
แค้นอีกด้วย นี่มันน่าพึงพอใจยิ่งนัก
นางยิ่งรู้สึกชื่นชมพระชายามากขึ้น
หากว่าไม่ใช่เพราะเป็นการไม่สะดวกที่จะพูดคุยกันตรงนี้ นางก็คงจะเอ่ย
ชื่นชมพระชายาออกมาแล้ว
ที่ทางเดินนอกสวน ฟู่เฉินหวนเองก็แอบยืนมองอยู่เงียบ ๆ
เด็กรับใช้อดไม่ได้ที่จะบอกว่า “กระหม่อมคิดว่า พระชายาโดนคุณหนูรอง
ลั่วเล่นงานเสียอีก ไม่คาดเลยว่าแท้จริงเป็นพระชายาที่วางแผนเล่นงานคุณหนู
รองลั่ว”
แววตาสงบนิ่งของฟู่เฉินหวนเกิดคลื่นระลอกหนึ่ง ในดวงตาฉายแววคม
กล้า เขายิ้ม “ข้ากลัวว่านางไม่ได้มีเจตนาเพียงแค่จะกลั่นแกล้งคุณหนูรองลั่ว
เท่านั้นหรอก”
“ข้าไม่คิดมาก่อนว่า บุตรสาวสายตรงที่ไร้ค่าซึ่งโดนคนอื่นกลั่นแกล้งรังแก
มาตลอดจะเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้”
การเปลี่ยนแปลงนั้นช่างใหญ่หลวงเสียจนพวกเขาเองก็อดตื่นตะลึงไม่ได้
ลั่
รื่
“พระชายาเจ้าคะ คุณหนูรองลั่วคงไม่เอาเรื่องไปฟ้องท่านอ๋องใช่หรือไม่
เจ้าคะ?” จือเฉารู้สึกเป็นกังวล
ลั่วชิงยวนยิ้ม นางหยิบผลไม้จากจานขึ้นมากินและบอกว่า “หลังจากต้อง
อับอายถึงเพียงนี้ นางมิกล้าคาบเรื่องนี้ไปฟ้องหรอก ข้าว่าป่านนี้นางคงเก็บตัว
ร้องไห้อยู่ในห้องเสียมากกว่ากระมัง”
ด้วยเหตุผลบางอย่างภาพของฟู่เฉินหวนก็ปรากฏขึ้นในหัวของนาง
เมื่อคิดถึงอาการปวดหัวจนแทบแตกเป็นเสี่ยงของเขาเมื่อวันก่อน รวมถึง
แววตาเปี่ยมโทสะนั้น ต้องมีบางอย่างผิดปกติเป็นแน่
แต่นางก็เพียงมองดูเท่านั้น ไม่ได้จับชีพจรของเขาดังนั้นจึงไม่สามารถรู้
อาการได้
ช่างมันเถอะ เรื่องนี้จะเกี่ยวอะไรกับนางกัน?
กังวลไปก็เสียเวลาเปล่า
คนเขาไม่ได้มาซาบซึ้งใจด้วยสักหน่อย
ทันใดนั้นก็มีเสียงอ่อนโยนแฝงรอยยิ้มดังขึ้นจากด้านหลัง
“จริงสิ วันนี้คุณหนูรองลั่วเสียหน้า ชิงยวนคงถือว่าได้เอาคืนเรื่องที่เกิดขึ้น
ที่งานฉลองในวังเมื่อคืนก่อนนั้นแล้วกระมัง”
ลั่วชิงยวนอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนที่จะหันมาเห็นฟู่อวิ๋นโจวกำลังเดินเข้ามาหา
“องค์ชายห้าเห็นหรือเพคะ?” นางไม่รู้ตัวเลยว่าฟู่อวิ๋นโจวก็อยู่แถวนี้
ฟู่อวิ๋นโจวพยักหน้าและนั่งลงตรงข้ามนาง เขาแย้มยิ้มให้นางอย่างอ่อน
โยน “ข้าเห็นแล้ว ข้าดีใจนะที่เห็นชิงยวนเป็นเช่นนี้ บางครั้งหากว่าเจ้าไม่ต่อสู้
กลับบ้างก็จะโดนรังแกไม่เลิกรา”
ลั่วชิงยวนมองสีหน้าของฟู่อวิ๋นโจววันนี้
ขึ้
แม้ว่าเขาจะยังดูซูบซีดอยู่เล็กน้อย แต่ว่าก็ดูดีขึ้นมาก
“วันนี้องค์ชายห้าสีพระพักตร์ดีขึ้นนะเพคะ ท่านต้องออกมาโดนแดดให้
มากขึ้นเพื่อให้อารมณ์ดี สุขภาพของท่านก็จะต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ แน่”
เมื่อได้เห็นท่าทางจริงจังของนาง หัวใจฟู่อวิ๋นโจวก็สั่นไหวเล็กน้อย ดู
เหมือนว่านางจะเป็นเพียงคนเดียวที่ห่วงใยสุขภาพเขาอย่างจริงใจ
“ข้าจะทำเช่นนั้น” เขายิ้มอ่อนโยน
เมื่อมองออกไปพวกเขาก็เห็นกลุ่มองครักษ์ปรากฏขึ้น พวกเขาขนลังไม้
หลายขนาดมุ่งหน้าไปทางเรือนของฟู่เฉินหวน
ลั่วชิงยวนเกิดสงสัยและถามขึ้นมา “พวกนั้นเขาทำอะไรกันรึ? ท่านอ๋องจะ
เคลื่อนย้ายของมากขนาดนั้นเลยเชียวรึ?”
ฟู่อวิ๋นโจวรู้สึกรื่นรมย์มาก เขาบอกว่า “อีกหนึ่งเดือนก็จะถึงวันเกิดของ
ท่านมหาราชครูลั่ว เสด็จพี่คงเลือกของขวัญให้เขาด้วยตัวเองเป็นแน่”
เมื่อได้ยินคำว่า “มหาราชครูลั่ว” ลั่วชิงยวนก็นิ่งและหยุดคิด
มหาราชครูลั่วผู้นี้ดูเหมือนว่าจะเป็นอารอง เป็นน้องของอัครเสนาบดีที่
เป็นบิดาของนาง
“วันเกิดท่านอารองเหรอเพคะ?” ลั่วชิงยวนถามพร้อมเลิกคิ้ว
ฟู่อวิ๋นโจวอึ้งไปชั่วครู่เมื่อได้ยินนามที่นางเรียก ก่อนที่จะพยักหน้าพร้อม
ยิ้ม “ใช่แล้ว เป็นอารองของเจ้านี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้ยินเจ้าเรียกเขาเช่นนี้”
“มหาราชครูลั่วอาจารย์ของจักรพรรดิองค์ก่อน จักรพรรดิและเหล่าองค์
ชายทั้งหลาย เขาเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูง ตอนนี้จะถึงวันเกิดของเขาทุกคน
ต่างก็พากันเสาะหาของขวัญที่คู่ควร ข้าเองก็ปวดหัวกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ไม่
ทราบว่าชิงยวนจะพอมีคำแนะนำอะไรบ้างหรือไม่?”