ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย - บทที่ 985
หลังจากคิดอยู่นาน เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นช้า ๆ “ชิงยวน ตำหนัก
อ๋องผู้สำเร็จราชการ กักขังเจ้าไว้หรือไม่?”
แต่นางกลับมิได้รับคำตอบสักที
เมื่อเขาหันกลับไป ก็พบว่าลั่วชิงยวนฟุบหลับไปบนโต๊ะเสียแล้ว
ฟู่เฉินหวนยิ้มอย่างหมดหนทาง
เขาก้าวไปข้างหน้าและอุ้มลั่วชิงยวนขึ้นมา พานางไปส่งที่อีกห้องหนึ่ง
ถอดรองเท้าของนางออกแล้วห่มผ้าให้
คิดดูแล้ว นางคงมิได้นอนหลับอย่างสบายมาหลายวัน ดังนั้นให้นางนอน
หลับอย่างสงบสักครั้งเถิด
ก่อนเขาจะเดินออกจากห้องไป
ที่ลานเรือน เซียวชูเข้ามาพร้อมกับยกยามาด้วย
“ท่านอ๋อง ถึงเวลาเสวยพระโอสถแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เขารออยู่ในเงามืดมา
ตลอด จนยาจวนจะเย็นชืดแล้ว
ฟู่เฉินหวนหยิบชามยาขึ้นมาและกินหมดในอึกเดียว “ข้าจะกินยาที่เจ้านำ
มานี้เท่านั้นและจะมิกินอีก ในเมืองมียาสมุนไพรเหลือมิมากแล้ว เก็บไว้ให้
ทหารที่บาดเจ็บเถิด”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ฟู่เฉินหวนก้าวออกไป และเซียวชูก็รีบก้าวไปข้างหน้า “ท่านอ๋อง เดินทาง
มาไกลหลายวัน ท่านจะมิพักหน่อยหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ฟู่เฉินหวนมิหยุดก้าวเดิน ตอบอย่างใจเย็นว่า “กองกำลังของซือซิงมิได้
อ่อนแอ ต้องจับตาดูเขาเอาไว้ มิเช่นนั้นเขาอาจจะเล่นแง่กับเราได้”
“เมืองที่ลั่วชิงยวนปกป้องมาเนิ่นนาน คราวนี้ข้าจะปกป้องแทนนางเอง”
เมื่อพูดเช่นนั้น ฟู่เฉินหวนก็เดินขึ้นไปยังหอประตูเมือง
นี่เป็นการนอนหลับที่ยาวนานที่สุดของลั่วชิงยวนนับตั้งแต่มาถึงเมืองผิง
หนิง
นางนอนหลับยาวจนถึงบ่ายของวันรุ่งขึ้นกว่าจะตื่นขึ้นได้
เมื่อลุกขึ้นยืน ภาพเบื้องหน้ากลับมืดลง เกือบจะเป็นลมล้มพับไป
รู้สึกอ่อนแออย่างหนัก
การใช้วงเวทอัญเชิญวิญญาณมากเกินไป ทำให้พลังเหือดหายไปมาก
ก่อนหน้านี้เพราะนางต้องปกป้องเมือง ยามนี้ความอ่อนแอดูเหมือนจะ
ย้อนกลับมาเล่นงานนาง ทำให้ยิ่งอ่อนแอและไร้เรี่ยวแรงขึ้นไปอีก
นางไปดูอาการลั่วอวิ๋นสี่ อาการของลั่วอวิ๋นสี่มิได้ดีไปกว่านางมากนัก
ลั่วชิงยวนตั้งใจว่าจะไปหาเครื่องยาสมุนไพรเพิ่ม
ในเมืองนี้มีโรงหมอและร้านขายยาหลายแห่ง บางทีในคลังของพวกเขา
อาจจะยังมียาสมุนไพรเหลืออยู่บ้าง
ผู้ลี้ภัยที่หลบหนีตายเข้ามาก่อนหน้านี้ ฟู่เฉินหวนก็ได้จัดการหาที่พักพิงให้
พวกเขาแล้ว ส่วนภายในเมืองก็เพิ่มกำลังคนลาดตระเวน ป้องกันมิให้พวกนอก
ด่านลอบเข้ามาได้
ทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยดี
ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจขึ้น
นี้
หวังเพียงสงครามนี้จะจบลงในเร็ววัน
หลังจากเดินไปรอบ ๆ เมืองอันว่างเปล่า ก็มิพบอะไรดี ๆ เลย
ตรงกันข้ามร่างกายกลับรู้สึกเหนื่อยล้าไร้เรี่ยวแรง จึงพิงกำแพงพักสักครู่
ในเวลานี้ มีสตรีนางหนึ่งเดินเข้ามาหาลั่วชิงยวน “ใต้เท้ามิสบายหรือ?”
“เชิญไปนั่งพักดื่มน้ำที่บ้านของเราสักหน่อยเถิด”
ลั่วชิงยวนสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความเมตตา สิ่ง
สำคัญคือนางได้กลิ่นสมุนไพรอย่างชัดเจน
“พี่หญิงผู้นี้ ท่านมีกลิ่นสมุนไพรแรงมาก มิทราบว่ามีสมุนไพรอะไรบ้าง
หรือ?”
หญิงสาวยิ้มแล้วพูดว่า “ข้าหาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บสมุนไพร ตอนที่หนีเอา
ชีวิตรอดอยู่บนเขาก็เก็บมาได้บ้าง มิทราบว่าท่านต้องการสมุนไพรอะไร เชิญ
มากับข้าเถิด”
ลั่วชิงยวนจึงเดินตามไป
หลังจากเดินไปมิกี่ก้าวก็ถึงลานที่พวกเขาพักอาศัยชั่วคราว ลานแห่งนี้มี
ห้องหลายห้อง มีคนจำนวนมากอาศัยอยู่ที่นี่
เมื่อเข้าไปในห้อง สตรีนางนั้นวางถุงใบใหญ่ไว้ข้างหน้าลั่วชิงยวน “ที่ข้า
เก็บมาก็มีเท่านี้ หากท่านต้องการ ก็เอาไปได้ทั้งหมดเลย”
“เพียงแต่ว่า… ข้าขอแลกเป็นนมแพะได้หรือไม่… ข้ายังมีลูกเล็กคนหนึ่ง
แต่พักนี้ข้าไม่มีน้ำนมเลี้ยงนางเลย”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ลั่วชิงยวนจึงตระหนักว่า อีกฝ่ายกำลังเดือดร้อน
ต้องการความช่วยเหลือจากนาง
“ในเมืองคงไม่มีแพะ ข้าจะลองหาวิธีช่วยท่านดู”
นั้
ตื่
สตรีนางนั้นพยักหน้าอย่างตื่นเต้น “ขอบคุณ! ขอบคุณ!”
ลั่วชิงยวนกำลังจะออกไปพร้อมกับสมุนไพร
ทันใดนั้น ชายร่างกำยำก็เดินออกจากห้อง และมุ่งหน้าออกไป
ลั่วชิงยวนเห็นว่ามีเชือกสีแดงและเขี้ยวหมาป่าผูกอยู่รอบข้อมือของเขา
น่าสงสัยอยู่มิน้อย เพราะมันมิใช่เครื่องประดับของแคว้นเทียนเชวีย
“ท่านรู้จักชายผู้นั้นหรือไม่? เป็นคนในหมู่บ้านของพวกท่านหรือไม่?”
หญิงสาวโผล่ศีรษะออกไปมองแวบหนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหน้า
“ข้ามิรู้จักเขา”
“ดูเหมือนว่าจะเจอเขาระหว่างที่กำลังหลบหนี”
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ คิ้วของลั่วชิงยวนก็รู้สึกสะดุ้งขึ้นในใจ
พวกนอกด่าน!