ยอดอาจารย์มหาเมตตา - ตอนที่ 743 หาทางออก
“เจ้า!” ยวี่ฉางเซิงโกรธจนอยากจะอาเจียนเป็ นเลือด เขา พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อยับยั้งความโกรธในใจ แต่มัน ยากสาหรับเขาที่จะยับยั้งเมื่อเขาเห็นท่าทางน่าราคาญของเย่ชิว
“เจ้าทาอะไรที่เจ้าต้องการ เจ้าเฒ่า ข้ายอมเจ้ามานานแล้ว เข้า มา! ข้าต่อสู้กับรุ่นเยาว์สักคน เสร็จแล้ว ข้าจะต่อสู้กับเจ้าและดูว่า ตระกูลยวี่สามารถทาได้หรือไม่” เย่ชิวยับยั้งความโกรธมาเป็ น เวลานาน รอให้ยวี่ฉางเซิงมาเคาะประตู บังเอิญ เขาต้องการทดสอบ พลังของวิหารสวรรค์แห่งที่สิบสองด้วย
หากเป็ นในอดีต เย่ชิวคงไม่กล้ายั่วยุยอดฝีมือปลิดเต๋าจริง ๆ แต่ ทว่า หลังจากที่เขาเปิดวิหารสวรรค์ทั้งสิบสองได้สาเร็จและเปิดประตูสู่ โลกใหม่ ความมั่นใจนี้ก็เริ่มปรากฏขึ้น เขารู ้สึกถึงพลังที่ไม่เคยมีมา ก่อน นี่คือที่มาของความมั่นใจ
ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากแหวนแห่งฟ้ าดินแล้ว เย่ชิวยังมีอาวุธ สังหารร ้ายแรงอีกด้วย กระบี่เทพเจ้า:สังหารเทพ นี่คือสมบัติธรรมะ ศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของโลก พลังของมันช่างน่าอัศจรรย์ตั้งแต่แรกเริ่ม ถ้า เขาเพิ่มสามเคล็ดวิชากระบี่พงไพร เย่ชิวจะไม่กลัวศัตรูทั้งหมดใน โลก อาจกล่าวได้ว่าหากความแข็งแกร่งของคู่ต่อสู้ไม่ได้เหนือกว่า ขอบเขตปลิดเต๋า เย่ชิวก็เพียงพอที่จะกดดันได้
เย่ชิวเดินออกไปและเดินไปที่ใจกลางถนนภายใต้สายตาของทุก คน หมิงเยว่ยังงงงวยกับการกระท า แต่นางก็ไม่ได้กังวลมากนักเพราะ นางรู ้ถึงความแข็งแกร่งของเย่ชิวดีกว่าใคร ๆ หากพวกเขาสู้กันจริง ๆ หมิงเยว่ไม่กล้าพูดว่านางสามารถเอาชนะเย่ชิวได้อย่างแน่นอน เขามี ไพ่ตายมากเกินไป
นอกจากนี้ เพียงแค่ความแข็งแกร่งทางร่างกายที่ไร ้เหตุผลก็ เพียงพอแล้วที่จะบดขยี้ผู้คนจานวนมาก ย้อนกลับไปในเทือกเขา มังกรแดง เขาอยู่ในระดับเดียวกับหมิงเยว่ หากเขาเพิ่มดวงตะวันเทพ เจ้าเข้าไป เย่ชิวก็จะไม่แพ้แม้ว่าเขาจะไม่สามารถชนะยวี่ฉางเซิงได้ก็ ตาม
ยิ่งไปกว่านั้น หมิงเยว่ยังรู ้ความลับซึ่งเป็ นความลับที่ไม่มีใครรู ้ นั่นคือ มีวิหารสวรรค์แห่งที่สิบสองซ่อนอยู่ในร่างของเย่ชิว! เขาเป็ น ตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวที่สร ้างแหวนแห่งฟ้ าดินได้สาเร็จ ยวี่ฉางเซิง อาจไม่สามารถใช ้ประโยชน์จากเขาได้
สีหน้าของยวี่ฉางเซิงดูเคร่งขรึมอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เมื่อเขา มองไปที่ร่างสีขาวด้านบน ช่วงเวลาที่กลิ่นอายของเย่ชิวปะทุขึ้น เขา รู ้สึกถึงอันตราย เป็ นความกลัวที่เขาไม่เคยรู ้สึกมาก่อน ในตอนนี้ เขา ตระหนักอย่างแท้จริงว่าเด็กที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่เด็กที่อยู่บนภูเขา ศักดิ์สิทธิ์ที่เขาสามารถควบคุมได้อีกต่อไป
ยวี่ฉางเซิงตกตะลึง เขาไม่คิดว่าเย่ชิวจะเติบโตถึงระดับนี้ในเวลา เพียงไม่กี่เดือน ถ้าอีกฝ่ ายได้รับเวลามากกว่านี้อีกหน่อย เขาไม่รู ้จริง ๆ ว่าอีกฝ่ายจะคว่าโลกนี้ได้อย่างไร
ยวี่ฉางเซิงเงียบลง แม้ว่าเย่ชิวจะยังไม่ได้จุดเพลิงศักดิ์สิทธิ์ แต่ กลิ่นอายก็เข้าใกล้กลิ่นอายของยอดฝี มือปลิดเต๋าแล้ว ความ แข็งแกร่งไม่อาจหยั่งรู ้ได้
“เจ้าเฒ่า! เข้ามาถ้าเจ้ามีความกล้า ข้าสามารถใช ้เจ้าทดสอบ ดาบของข้าได้” ขณะที่เขาพูด ดาบศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏขึ้นในมือ ขณะที่ดาบศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้น ฉากก็ปะทุขึ้นทันที
“เวรเอ๊ย! สมบัติเซียนโกลาหล!”
“สวรรค์ ชายคนนี้มีสมบัติกี่อย่างกันนะ? เขามีอาวุธศักดิ์สิทธิ์ใน ระดับนี้”
ณ เวลานี้ สถานที่ทั้งหมดปะทุขึ้น
ทันทีที่ดาบศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัว กลิ่นอายของเย่ชิวก็เปลี่ยนไป ทันที ทันใดนั้น กลิ่นอายที่กดดันอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ก็ถูกบดขยี้ ยวี่ฉางเซิงรู ้สึกได้ว่าตราบเท่าที่เขาก้าวไปข้างหน้า เจตนาดาบที่เย็น ยะเยือกไปถึงกระดูกสามารถสลายร่างได้ทันที
นี่คือความรู ้สึกของอันตราย! ความรู ้สึกถึงอันตรายที่เขาไม่ได้ รู ้สึกมานาน ยวี่ฉางเซิงลังเล แม้ว่าเย่ชิวจะทาให้ตระกูลยวี่อับอายซ้า แล้วซ้าเล่าและทาให้เขาโกรธ แต่เขาก็ทาอะไรไม่ถูก แล้วถ้าเขา
เอาชนะเย่ชิวได้ล่ะ? เขาไม่กล้าที่จะสังหารเย่ชิวในที่สาธารณะ เพราะ สิ่งนี้จะทาให้เมิ่งเทียนเจิ้งมีข้ออ้างในการทาลายตระกูลยวี่เท่านั้น
ดังนั้น เขาจึงเลือกที่จะอดทนต่อความโกรธนี้ ตราบใดที่ยังมีชีวิต ก็ยังมีความหวัง เขาเชื่อว่าคงไม่นานก่อนที่หลานชายสมบัติจะเติบโต เป็ นยอดฝีมือที่ท้าทายสวรรค์ไม่ด้อยกว่าเย่ชิวด้วยความช่วยเหลือ
เมื่อถึงเวลานั้น เย่เฟิงจะตอบแทนความอัปยศอดสูที่ตระกูลยวี่ ประสบในวันนี้ทีละนิด อาจกล่าวได้ว่ายวี่ฉางเซิงใช ้ความพยายาม อย่างมากกับเย่เฟิง
“ฮ่าฮ่า สหายน้อยเย่ชิวรู ้วิธีล้อเล่นจริง ๆ ข้าจะสู้เด็กรุ่นเยาว์ที่ อายุเท่านี้ได้อย่างไร? นั่นจะไม่เป็ นการดูหมิ่นหรือ? เป็ นเรื่องตลก ช่างเป็ นเรื่องตลกจริง ๆ ถ้าข่าวออกไปและคนทั้งโลกรู ้ว่าข้ากาลัง แข่งขันกับรุ่นเยาว์ ข้าเกรงว่าจะรักษาศักดิ์ศรีของตนเองไม่ได้”
ไม่มีใครให้ทางออกยวี่ฉางเซิง เขาหาทางออกด้วยตนเอง เขา สวมบทบาทเป็ นผู้ฝึกตนแก่ ๆ ที่ไม่เคยรังแกผู้อ่อนแอ
“เป็ นเรื่องยากที่นักบุญหญิงเยียวยาสวรรค์และเทพจะมารวมตัว กันที่เมืองหลวงของดินแดนเพลิงในวันนี้ เราควรชูจอกของเราเพื่อ เฉลิมฉลองยุคทองดังกล่าว เหตุใดตระกูลยวี่ของข้าไม่จัดงานชุมนุม รุ่นเยาว์ในวันนี้และปล่อยให้อัจฉริยะของโลกรวมตัวกันเพื่อ แลกเปลี่ยน?”
ยวี่ฉางเซิงแนะนาทันที คาแนะนานี้ได้รับการตอบรับจากผู้คน จานวนมากในทันที ตามมาด้วยเสียงโห่ร ้องคึกครื้น
ท้ายที่สุดแล้ว ชื่อของเย่ชิวและชื่อของหมิงเยว่นั้นโด่งดังเกินไป เมื่อเหตุการณ์นี้แพร่กระจายออกไป มันจะดึงดูดตัวตนที่โดดเด่นของ เก้าสวรรค์สิบแผ่นดินได้อย่างแน่นอน ในเวลานั้น เมืองหลวงของ ดินแดนเพลิงนี้จะมีชีวิตชีวาเพียงพออย่างแน่นอน
มีการชุมนุมไม่มากนัก บางคนอาจไม่เคยได้เห็นสักครั้งในชีวิต ด้วยซ้า ดังนั้นพวกเขาจึงรู ้สึกตื่นเต้นเป็ นธรรมดา อย่างไรก็ตาม หมิง เยว่ไม่สนใจเรื่องเช่นนี้ สาหรับเย่ชิว เขาไม่สนใจแม้แต่น้อย เขายังคง ยุ่งอยู่กับการตรวจสอบเมล็ดมาร เขาจะมาเสียเวลากับขนผสมเหล่านี้ ได้อย่างไร?
เมื่อเห็นว่ายวี่ฉางเซิงไม่กล้าโจมตี เย่ชิวก็ค่อย ๆ ทะยานลงมา จากท้องฟ้ า เขาชาเลืองมองสิ่งเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างหลังยวี่ฉางเซิง เย่เซ วียน และทันใดนั้นก็เตะอีกฝ่ าย “เจ้ารังแกหมา! จาหน้าข้าไว้ ครั้ง ต่อไปที่เจอข้า ไม่ต้องพูดถึงการเรียกหาปู่ ของเจ้า แม้แต่สวรรค์ก็ไม่ สามารถช่วยเจ้าได้”
เย่เซวียนไม่กล้าส่งเสียงหลังจากถูกเตะอย่างกระทันหัน ครั้งนี้ เขาได้เห็นอย่างชัดเจนว่าความกลัวคืออะไร ไม่ว่าเขาจะงี่เง่าแค่ไหน เขาก็เข้าใจว่าคนตรงหน้าเขาเป็ นคนที่แม้แต่ท่านปู่ก็ไม่อาจรุกรานได้
เย่เซวียนกระอักหลั่งหลั่งเลือดมาเต็มปาก เขาตกใจมากจน ใบหน้าซีดเซียว เขาไม่หยิ่งยโสและกดขี่เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป มี เพียงความกลัวในดวงตา
หลังจากระบายความโกรธแล้ว เย่ชิวก็หันไปพูดกับยวี่ฉางเซิงว่า “ผู้อาวุโสยวี่ หลานชายตัวน้อยของท่านไม่รู ้อะไรมาก ท่านจะไม่โกรธ ถ้าข้าช่วยท่านควบคุมเขา ?”
“ไม่ ไม่… ข้าขอบคุณมาก” ยวี่ฉางเซิงกลั้นหายใจและฝืนยิ้มบน ใบหน้า
“ข้าโล่งใจ ขอจบเรื่องของวันนี้ไว้เท่านี้ อย่างไรก็ตาม ข้ายังคง ต้องเตือนผู้อาวุโสยวี่ ท่านต้องสร ้างวินัยให้กับเด็กคนนี้ ท่านไม่ควร สนับสนุนนิสัยชั่วร ้าย ถ้ามีครั้งหน้า อย่าหาว่าข้าไม่ไว้หน้าท่านอีก” นี่เป็ นคาขู่ เป็ นคาขู่ที่เย็นชาอย่างหาที่เปรียบมิได้
ยวี่ฉางเซิงสามารถบอกได้ว่าเย่ชิวหมายถึงอะไร หากมีครั้งหน้า เขาคงไม่เห็นเย่เซวียนที่กาลังกระโดด แต่อาจะเห็นเป็ นซากศพแทน แม้ว่าเขาจะโกรธ แต่เขาก็อดทน เขาอดไม่ได้ที่จะสาปแช่งในใจ “เจ้า เคยไว้หน้าข้าตอนไหน?”
แม้จะไม่เต็มใจเพียงใด ก็ยังทนได้ ตระกูลยวี่ทาอะไรไม่ถูก ชื่อเสียงไปอย่างสิ้นเชิงในวันนี้ พวกเขาทาอะไรไม่ถูกชื่อเสียงต่อ- ตรงหน้าทุกคน ด้วยอารมณ์ของยวี่ฉางเซิง เป็ นไปไม่ได้ที่เขาจะทน กับความอัปยศอดสูเช่นนี้ได้ เขาแค่ไม่รู ้ว่าจะแก้แค้นอย่างไร