ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 171 ถูกบังคับ / ตอนที่ 172 ก้าวร้าวกับคนในบ้าน
ตอนที่ 171 ถูกบังคับ / ตอนที่ 172 ก้าวร้าวกับคนในบ้าน
ตอนที่ 171 ถูกบังคับ
ทุกคนรู้จักตระกูลเซี่ยดีเกินไปแล้ว
เซี่ยผิงกั่งเพิ่งเข้ามาเมืองหลวงได้ไม่นานก็ทำร้ายอาจารย์ของสำนักศึกษาหลวง เซี่ยผิงไหวและเซี่ยซีอยู่เรือนไห่ถังมาสองปีแล้ว และไม่มีความก้าวหน้าใดๆ
แม้ว่าเซี่ยเฉียวจะดีหน่อย แต่หลังจากที่นางเข้าเรียนที่นี่แล้ว นอกจากวิชากระบี่ที่ทำได้ดีแล้ว นางก็ปรากฏตัวในชั้นเรียนอื่นน้อยมาก
พวกเขาต่างก็ไม่ใช่พวกรักการเรียนรู้
คนในครอบครัวแบบนี้หรือจะรู้จักผลงานของปรมาจารย์อวิ๋นเวย
เสียงแห่งความสงสัยเริ่มดังเซ็งแซ่ขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเซี่ยเฉียวได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ
“ใครเป็นคนปล่อยข่าวเรื่องนี้หรือ” เซี่ยเฉียวเอ่ยปากถามฉินหลิว
ฉินหลิวค่อนข้างเป็นห่วงนาง “เป็น…น้องสาวคนนั้นของบ้านเจ้า? แม่นางเผยของชั้นเรียนที่สี่เรือนหวงจวี๋บอกว่าพลั้งปากไป ตอนนี้มีหลายคนไปถามนาง นางก็ทำท่าทางลำบากใจอย่างยิ่ง ข้าไปแอบดูนางมา ท่าทางของนางอย่างนั้นคงทำให้คนอื่นต่างพากันคิดไปว่าเรื่องที่ลือๆ กันนี้เป็นเรื่องจริงไปแล้วล่ะ”
เซี่ยเฉียวหน้านิ่วเล็กน้อย
เมื่อคิดอย่างรอบคอบแล้ว ดูเหมือนนางว่าจะไม่เคยทำเรื่องอะไรที่เกินเลยกับเผยหว่านเย่ว์เลยนี่?
เพราะเหตุใดเผยหว่านเย่ว์จึงได้ยึดติดนางอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้
“เซี่ยเฉียว ตกลงแล้วภาพวาดนั้นของเจ้าเป็น…” ฉินหลิวก็ลังเลอยู่บ้าง นางพูดไปได้แค่ครึ่งหนึ่งก็ตบศีรษะตัวเอง “ข้ามันโง่จริงๆ เจ้าก็ไม่ได้โง่ จะทำลายอนาคตของตัวเองอย่างนั้นได้อย่างไร”
นางก็ไม่ได้เพิ่งรู้จักเซี่ยเฉียววันแรกเสียหน่อย เซี่ยเฉียวไม่มีทางทำอย่างนั้นได้เลย
เซี่ยเฉียวแตกต่างจากข่าวลือโดยสิ้นเชิง นางฉลาดมาก และนางสามารถเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจารย์หลี่ว์ผู้เฒ่าอธิบายได้เป็นอย่างดี!
กระทั่งยังชี้แนะนางอยู่หลายครั้งด้วยซ้ำ
นางเป็นคนมีเหตุผลและรู้ความ ครอบครัวของนางก็ไม่ได้ขาดแคลนเงินห้าพันตำลึง นางจึงไม่จำเป็นต้องโกหกหลอกลวงเลย
“คนที่ทำลายอนาคตของตัวเองอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ข้าหรอก” สีหน้าเซี่ยเฉียวเย็นชาเล็กน้อย “หากยังลือกันแบบนี้ต่อไป ต่อให้ข้าไม่ออกมาพูด ท่านอาจารย์สวีก็คงจะต้องออกมาพูดแทนข้าสินะ”
“เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว มีคนพูดด้วยนะว่าท่านอาจารย์สวีถูกพี่ชายใหญ่ของเจ้าข่มขู่…” ฉินหลิวรู้สึกลำบากใจที่จะพูด “วันก่อนที่เจ้าจะเข้าเรียนหนึ่งวัน เจ้ายังถูกท่านอาจารย์สวีวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง แต่วันรุ่งขึ้นเขากลับส่งเจ้าไปที่เรือนคงกู่ ทุกคนจึงคิดว่าเขาถูกบังคับให้ทำเช่นนั้น”
เซี่ยเฉียวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสนุกขึ้นมาทันที
ถูกบังคับหรือ
คนพวกนี้ช่างคิดจริงๆ
พี่ชายใหญ่ของนางไม่ใช่เผด็จการเสียหน่อย!
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน จู่ๆ ด้านนอกก็คึกคักขึ้นมา
พวกนางเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังเข้าไปในเรือนคงกู่ด้วยอาการก้าวร้าว ผู้มาเยือนนั้นไม่ได้มีเจตนาดี และทันทีที่พวกเขามาถึงเรือนคงกู่ก็ส่งเสียงดังบอกจุดประสงค์ที่มาชัดเจน
“คนไหนคือแม่นางเซี่ยเฉียว” ทันทีที่ผู้มาเยือนพูดออกมา หลายคนที่อยู่ในเรือนคงกู่ต่างก็หันไปมองเซี่ยเฉียวโดยสัญชาตญาณ
ผู้ที่มาต่างก็เป็นลูกศิษย์ในสำนักศึกษาแห่งนี้ มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง และอายุยังน้อย ซึ่งเป็นวัยที่หุนหันพลันแล่นและภูมิใจในตัวเองพอดี
หลังจากที่เห็นเซี่ยเฉียวแล้ว แต่ละคนก็พากันบีบกันใกล้เข้ามา
สีหน้าของฉินหลิวเปลี่ยนไปทันที
นางคว้าแขนเซี่ยเฉียวด้วยความประหม่าทันที “พวกเราหนีออกไปทางด้านหลังกันเถอะ…”
หากเกิดทะเลาะตบตีกันขึ้นมาเล่าจะทำอย่างไร ร่างกายของเซี่ยเฉียวแย่ขนาดนี้ แค่ผลักนางเบาๆ ทีสองทีก็คงรับไม่ไหวแล้ว
“ข้าวิ่งไม่ไหว” เซี่ยเฉียวพูดตามความจริง
ใบหน้าฉินหลิวขาวซีดทันที “จริงด้วย…”
ร่างกายของเซี่ยเฉียวนี้น่าสงสารจริงๆ
“พวกเจ้าคิดจะทำอะไร” ฉินหลิวรีบเอ่ย “พี่หญิงเซี่ยร่างกายไม่ดี พวกเจ้าทำอย่างนี้นางตกใจนะ!”
“…” เซี่ยเฉียวเลิกคิ้วพลางเหลือบมองฉินหลิว
ต่อหน้าฉินหลิวดูเหมือนว่านางจะไม่ได้แสดงออกว่าไร้ความสามารถเกินไปนี่?
“หากร่างกายไม่ดีก็กลับไปรักษาตัวที่บ้านดีกว่ากระมัง แม่นางเซี่ย สำนักศึกษาของพวกเราไม่เหมาะกับเจ้าหรอก” คนบางคนเอ่ยขึ้น
เซี่ยเฉียวเหลือบไปมอง
มีคนมาค่อนข้างมาก เซี่ยเฉียวมองดูก็เห็นว่าน่าจะมีมากกว่าร้อยคน แน่นอนว่าหลายคนก็มาร่วมสนุกด้วย แต่คนที่เป็นผู้นำก็คือไม่กี่คนที่อยู่ข้างหน้านาง พวกเขาสวมใส่เสื้อผ้าต่างออกไปเล็กน้อย บนเสื้อผ้ามีลวดลายดอกโบตั๋นมากขึ้นมาหน่อย
ตอนที่ 172 ก้าวร้าวกับคนในบ้าน
คนที่เป็นผู้นำเกือบทั้งหมดมาจากเรือนหมู่ตัน
ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขามีท่าทีองอาจขนาดนี้
มีบางคนทางฝั่งเรือนคงกู่นี้สะดุ้งตกใจอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็แสดงสายตาโกรธเคือง
“พวกเจ้าเรือนหมู่ตันมาหาเรื่องพวกเราถึงเรือนคงกู่มันจะมากไปหรือเปล่า” พวกฟังมู่เสวี่ยยืนขึ้น
ท่าทางที่พวกเขาแสดงออกต่อเซี่ยเฉียวนั้นค่อนข้างซับซ้อน
แม้ว่าพวกเขาจะกังวลเกี่ยวกับชื่อเสียงของตระกูลเซี่ย แต่ปกติแล้วเซี่ยเฉียวก็ประพฤติตัวดีมากตอนที่อยู่ในสำนักศึกษา อาจารย์หลี่ว์ชอบนางมาก ในชั้นเรียนเซี่ยเฉียวก็เป็นคนที่ตั้งใจจริงจังที่สุด…
แม้จะไม่รู้ว่านางฟังเข้าใจหรือไม่ แต่พวกนางสามารถสัมผัสได้ถึงความเคารพที่นางมีต่ออาจารย์
ส่วนเรื่องของขวัญเข้าเรียนนี้…
แน่นอนว่าพวกนางย่อมรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง
แต่นี่ไม่ได้หมายความพวกเขาจะทนให้คนจะเรือนหมู่ตันมารังแกข่มเหงกันถึงห้องเรียนของพวกนาง
“แม่นางฟัง เจ้าคงไม่ต้องการให้คนหลอกลวงแบบนี้อยู่ในสำนักศึกษาหรอกใช่หรือไม่” ผู้พูดกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม
เซี่ยเฉียวไม่รู้จักใครเลยสักคน
“หากเซี่ยเฉียวเป็นคนทำของปลอมออกมาจริง ท่านอาจารย์ย่อมต้องเป็นคนออกหน้าลงโทษนางเอง เกี่ยวอะไรกับพวกเจ้าด้วย” ฟังมู่เสวี่ยเอ่ยขึ้นมาอีก
“ใครจะไปรู้ว่าพี่ชายของนางข่มขู่ท่านอาจารย์หรือไม่เล่า” ชายคนหนึ่งลุกขึ้นยืน “ก่อนหน้านี้เขาก็รังแกแม่นางต่ง น้องสาวของคนประเภทนี้จะเป็นคนดีไปได้อย่างไร”
ทันทีที่ได้ยินชายคนนี้พูดเช่นนั้น เซี่ยเฉียวเหลือบไปเห็นแม่นางคนที่พูดขึ้นมาเมื่อครู่มีสีหน้าโกรธและอายแปลกๆ
คนคนนี้คงไม่ใช่…
แม่นางต่งคนที่ปฏิเสธพี่ชายของนางหรอกนะ?
ทว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่นางจะมาสงสัยเรื่องพวกนี้
“ทุกท่าน” เซี่ยเฉียวเอ่ย “พวกเจ้าบอกว่าข้าทำของปลอมก็น่าจะมีหลักฐานใช่หรือไม่”
“น้องสาวของเจ้าเป็นคนพูดออกมาเอง” หญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยทันที
เซี่ยเฉียวอดยิ้มไม่ได้ “น้องสาวของข้ามีแค่เซี่ยซีคนเดียวเท่านั้น นางเป็นคนบอกเจ้าหรือ”
“ไม่ใช่ เป็นแม่นางเผย…” หญิงสาวคนนั้นรีบแสดงท่าทีของนาง หลังจากที่นางพูดจบก็มีใครคนหนึ่งในฝูงชนผลักเผยหว่านเย่ว์ออกมา “นี่คือน้องสาวเจ้าใช่หรือไม่ นางเห็นทั้งหมดกับตาตัวเองว่า เจ้านำภาพวาดปลอมออกมาโอ้อวดด้วยความภูมิใจอย่างยิ่ง”
โอ้อวด?
แต่ไหนแต่ไรเซี่ยเฉียวรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเก็บความรู้สึกตลอดมา
“ในเมื่อพวกเจ้าบอกว่านางแซ่เผย แล้วจะเป็นน้องสาวของข้าได้อย่างไร สับสนแล้วใช่หรือไม่” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวผ่อนคลาย ใบหน้าของนางถึงกับประดับรอยยิ้มน้อยๆ เสียด้วยซ้ำ พลังเนิบช้าแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของนาง เมื่อนางกวาดตามองเผยหว่านเย่ว์ด้วยอาการไม่รีบร้อน “นางเป็นคุณหนูของตระกูลเผย ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลเซี่ยของข้า ไม่ว่านางจะทำอะไรก็ไม่อาจที่จะมาว่าร้ายบ้านข้าได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กลุ่มคนที่อยู่ตรงข้ามกับนางก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะ
“แม่นางเซี่ย คนที่ทำเรื่องที่น่าละอายเป็นเจ้าเองมิใช่หรือ แม่นางเผยโดนเจ้ารังแกจนต้องถูกไล่ออกมาจากบ้าน เจ้าภูมิใจมากใช่หรือไม่” คนบางคนแค้นเคืองต่อความไม่เป็นธรรม
เผยหว่านเย่ว์ก้มหน้าอยู่ตลอดเวลา นางดูถ่อมตนอย่างยิ่ง
“คุณธรรมบกพร่อง ก้าวร้าวกับคนในบ้าน คนเช่นนี้พวกเราตระกูลเซี่ยเลี้ยงเอาไว้ไม่ได้หรอก” เซี่ยเฉียวเอ่ยเสียดสี “การกระทำของทุกท่านออกจะเกินเลยไปเสียหน่อย ข้าจะเชิญท่านอาจารย์ให้มาจัดการแทนข้า”
นางไม่ได้โง่ถึงจะสู้กับคนเป็นร้อยด้วยตัวคนเดียว
นางพูดอะไรมากมายไปก็เปล่าประโยชน์ ไม่สู้ให้อาจารย์มาจัดการจะดีกว่า
“พี่หญิงใหญ่ ท่านรีบออกไปจากสำนักศึกษาด้วยตัวเองจะดีกว่านะ เหตุใดต้อง…ทำอย่างนี้ด้วยเล่า รังแต่จะทำให้ทุกคนยิ่งโมโหมากขึ้น” เผยหว่านเย่ว์รีบเอ่ยขึ้นทันที
“ข้าว่าเจ้าน่าจะถูกฟ้าผ่าแน่แล้ว ถึงได้โง่มากถึงขาดนี้” เซี่ยเฉียวมองนางอย่างรังเกียจ
เผยหว่านเย่ว์อึ้งไปเล็กน้อย
ผ่านไปสักพักนางก็รู้สึกละอายและโกรธ “พี่หญิงใหญ่ ข้ารู้ว่าข้าไม่ควรพูดเรื่องนี้ออกมา เรื่องนี้จะต้องถูกเปิดเผยไม่ช้าก็เร็ว ท่านทำอย่างนี้ไม่ถูกนะ หากอย่างนั้นให้ท่านพ่อเอาเงินมามอบให้อีกทีก็ได้…พวกเราต้องชดเชยให้เขา”
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกอึดอัดไปหมด
นางอยากจะเผาหญิงสาวคนนี้ไปพร้อมกับธูปอย่างอดไม่ได้