ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 207 เดินทางทั้งครอบครัว / ตอนที่ 208 กิ่งไม้แห้งและใบไม้เน่า
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 207 เดินทางทั้งครอบครัว / ตอนที่ 208 กิ่งไม้แห้งและใบไม้เน่า
ตอนที่ 207 เดินทางทั้งครอบครัว / ตอนที่ 208 กิ่งไม้แห้งและใบไม้เน่า
ตอนที่ 207 เดินทางทั้งครอบครัว
แผลในปากของนางทำให้หญิงชราแซ่หลินนึกถึงคำพูดของเซี่ยเฉียวขึ้นมาในทันที และความเชื่อถือของนางที่มีต่อเซี่ยเฉียวจากเดิมที่มีแปดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นสิบส่วนในทันที
ไหนเลยนางจะกล้าไปหาเรื่องลูกสะใภ้ของนางอีก
กระทั่งรีบร้อนไปยังหอส่องชะตา
น่าเสียดายที่เซี่ยเฉียวไม่ใช่คนที่นางคิดจะพบก็พบได้ เมื่อหญิงชราแซ่หลินถามผู้ดูแลจึงได้รู้ว่า หากต้องการให้นักพรตโม่ช่วยกำจัดเภทภัยให้ อย่างน้อยจะต้องมีเงินสิบตำลึง
สิบตำลึงหรือ นางจะมีเงินขนาดนั้นได้อย่างไร!
เมื่อวานท่านนักพรตยังคำนวณดวงชะตาให้นางโดยไม่คิดเงินอยู่เลย!
นี่หมายความว่าอย่างไร
นี่หมายความว่านางโชคดี ท่านนักพรตจึงมาชี้แนะให้เป็นการเฉพาะ คนอื่นไม่โชคดีอย่างนางนี้
หญิงชรารีบย้อนนึกถึงคำพูดเมื่อววานของท่านนักพรต นางพยายามจดจำสลักแต่ละคำแต่ละประโยคไว้ในสมอง สำหรับนางแล้วคำพูดเหล่านั้นเทียบเท่ากับเงิน เงินสิบตำลึงที่นางได้มาเปล่าๆ
นางจะไม่เชื่อฟังได้อย่างไร
เซี่ยเฉียวก็ไม่ได้กังวลว่าหญิงชราจะกลับไปใช้นิสัยเดิม คนที่อยู่ในวัยขนาดนี้ต่อไปก็มักจะมีโรคภัยไข้เจ็บอยู่เสมอ หากตอนนี้นางเชื่อในความชั่วร้ายนี้ก็คงเปลี่ยนแปลงได้ยากแล้วในอนาคต
ตราบใดที่มีความกลัวอยู่ในใจ นางก็จะไม่กำเริบเสิบสานเหมือนอย่างเมื่อก่อนแล้ว
นอกจากนั้น ตอนนี้ก็พอจะได้ให้เวลาหายใจแก่สะใภ้ฟังบ้างแล้ว นางเพิ่งสูญเสียสามีไปได้ไม่นานมาก บุคลิกนางจึงยังอ่อนโยนอยู่บ้าง แต่แม่จะต้องเข้มแข็งเพื่อลูก นางจะต้องค่อยๆ ยืนหยัดขึ้นได้อย่างช้าๆ แล้วพอถึงเวลานั้น แม้หญิงชราแซ่หลินคิดจะกลั่นแกล้งรังแกลูกสะใภ้ก็เกรงว่าคงไม่สำเร็จแล้ว
เซี่ยเฉียวเองก็ทำได้เพียงเท่านี้ เรื่องอื่นนางก็ช่วยไม่ได้แล้ว
หากให้เงินให้ผลประโยชน์แก่นางทั้งที่ยังอ่อนแอเช่นนี้ก็จะเป็นการทำร้ายนาง
“หากไม่มีแม่เจ้าคอยสูบเลือกสูบเนื้อแล้ว นางก็น่าจะพอหายใจหายคอได้หน่อย เช่นนี้แล้วเจ้าพอใจหรือไม่” เซี่ยเฉียวมองวิญญาณผู้ชายพลางเอ่ยถาม
วิญญาณพยักหน้าอย่าซื่อๆ “ข้าไม่มีเงินอะไรจะตอบแทน…”
“ไม่เป็นไร” เซี่ยเฉียวเลิกคิ้ว
ในเมื่อไม่มีเงิน เช่นนั้นแล้วก็เป็นการทำความดีที่บริสุทธิ์ บุญที่สะสมก็ยิ่งมาก ท่านยมบาลในยมโลกควรจะมีสมุดบันทึกบุญใช่หรือไม่ นางทำดีก็ควรที่จะเขียนอะไรเพิ่มให้นางบ้างสักหน่อย
เซี่ยเฉียวมีความสุขมาก
แล้วเก็บวิญญาณผู้ชายไป
ที่ชั้นบนของหอส่องชะตามีรูปปั้นเทพเจ้า ด้านล่างของรูปปั้นเทพเจ้ามีตู้เก็บของเล็กๆ จัดวางอยู่โดยเฉพาะ ซึ่งด้านในวางขวดเล็กๆ ไว้จำนวนมาก
ในขวดมีวิญญาณบรรจุไว้ไม่น้อยแล้ว
วิญญาณทั้งหมดถูกใส่ไว้ในขวดกระเบื้องเหล่านี้ ซึ่งมีขนาดเล็กและมีสีต่างกัน สีแดงคือวิญญาณแค้นและสวดมนต์ให้ ครั้งนี้ยังไปเกิดใหม่ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นชาติหน้าจะต้องไปเกิดเป็นวัวเป็นม้าให้คนอื่นใช้แน่ๆ
วิญญาณแค้นที่นางเก็บมาวันนั้นก็น่าสงสาร และนับได้ว่าเป็นผู้ถูกกระทำ ดังนั้นเขายังต้องรออีกหน่อย นางค่อยส่งไปเกิดใหม่เมื่อถึงเทศกาลเชงเม้งปีหน้า
วิญญาณธรรมดาอยู่ในขวดสีขาว พวกเขาสะอาดหมดจด
ในสายตาของเซี่ยเฉียวนั้น พอเทศกาลส่งเสื้อกันหนาวใกล้เขามา รอบด้านก็ดูมืดมนมากยิ่งขึ้น
แต่ก่อนในช่วงเวลานี้นางจะไม่ยอมออกจากบ้านเลย เนื่องจากพลังหยินแรงกล้า จนนางกลัวว่ายันต์จะกดไว้ไม่อยู่
แต่ตอนนี้เมื่อมาเมืองหลวงแล้ว การสื่อสารบางอย่างก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
……
ก่อนหน้าเทศกาลส่งเสื้อกันหนาวหนึ่งวัน หลูซื่อเตรียมรถม้าไว้เพื่อพาทุกคนออกเดินทาง
ผู้ชายตระกูลเซี่ยขี่ม้า เซี่ยซีและหลูซื่อนั่งไปบนรถม้าคันเดียวกัน ส่วนเซี่ยเฉียวแยกไปนั่งรถม้าอีกคัน และตามพวกเขาไปติดๆ
เซี่ยหนิวซานและหลูซื่อเตรียมของขวัญไว้มากมาย
มียาบำรุงสำหรับท่านยาผู้ชรา เสื้อผ้า และเครื่องประดับ
ตระกูลเซี่ยนับว่านำบ่าวรับใช้ไปด้วยไม่น้อย เพื่อให้ดูแลทุกคนได้อย่างทั่วถึง เซี่ยหนิวซานคิดว่าเขาเป็นขุนนาง จะปล่อยให้พี่น้องและมารดาลำบากไม่ได้ เขาใจกว้างมากในเรื่องนี้
อย่างไรเมื่อตาม ก่อนหน้านี้นอกจากจะมีของขวัญแล้วก็จะต้องมีเงินไปให้ด้วยหนึ่งพันตำลึงเป็นอย่างน้อย
แต่ครั้งนี้เนื่องจากเซี่ยผิงกั่งปรามเอาไว้ จึงเตรียมตั๋วเงินไปแค่หนึ่งร้อยตำลึงเท่านั้น
เซี่ยหนิวซานเป็นคนไม่ค่อยใส่ใจ ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าไม่ดี ตามความเห็นของเขาแล้วในแต่ละปีมีเทศกาลต่างๆ มากมาย ครั้งนี้ให้น้อยหน่อย ครั้งหน้าก็ค่อยชดเชยให้ก็ได้แล้ว ดังนั้นเขาจึงยังคงมีความสุขอย่างเคย
ตอนที่ 208 กิ่งไม้แห้งและใบไม้เน่า
บ้านของพี่น้องตระกูลเซี่ยคนอื่นๆ อยู่ห่างออกไปหน่อย ถึงอย่างไรเซี่ยหนิวซานก็เป็นขุนนาง รอบด้านจึงล้วนแต่เป็นบ้านพักของขุนนางมากหน่อย
อย่างไรก็ตามบ้านที่เขาซื้อให้พี่น้องตระกูลเซี่ยก็ไม่ได้นับว่าแย่อะไร เป็นบ้านที่มีลานบ้านสามชั้น และยังเลี้ยงบ่าวรับใช้ไว้จำนวนหนึ่ง
เซี่ยหนิวซานยังไม่ลืมที่จะหางานให้พี่น้องของเขาทำ
เซี่ยหมั่งซานก็รับราชการ แต่ไม่ได้มียศตำแหน่งอะไร เป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาเล็กๆ เท่านั้น ทำงานเป็นหัวหน้าที่กำแพงป้องกันเมือง ดูแลเรื่องความปรารถนาสุดท้ายของพวกทหาร ซึ่งเป็นงานที่ไม่หนัก ส่วนเซี่ยฉงซานเคยร่ำเรียนหนังสือมาก่อน จึงให้ทำตำแหน่งเกี่ยวกับสถานีพักม้า
เพียงแต่ตอนนี้ลูกชายของเซี่ยหมั่งซานและเซี่ยฉงซานก็โตแล้วเช่นกัน
พวกเขาต่างก็หวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากเซี่ยหนิวซานให้ช่วยถางทางให้
เรื่องเหล่านี้ชุนเอ๋อร์เป็นคนไปสอบถามในจวนจนได้ความมา
ท่านพ่อผู้โง่เขลาของนางในสายตาคนอื่นก็เหมือนหมูอ้วนที่รอจะถูกเชือด
“ซีเอ๋อร์ พี่สาวของเจ้านี้ก็จริงๆ เลย วันหยุดของสำนักศึกษาก็ไม่เห็นว่านางจะอยู่บ้าน เอาแต่วิ่งวุ่นอยู่ข้างนอกตลอดทั้งวัน วันนี้เห็นพวกเจ้าสองพี่น้องอยู่ด้วยกันช่างหาได้ยากจริงๆ ก็ยังไม่ปล่อยให้เจ้าได้นั่งรถม้าคันเกียวกันกับนางเพื่อสร้างความผูกพัน” หลูซื่อลูบศีรษะของเซี่ยซีพลางถอนหายใจ
เซี่ยซีไม่ชอบพูดจา เอาแต่นิ่งเงียบ
สายตานางเอาแต่มองเครื่องประดับบนร่างตัวเอง
วันนี้เซี่ยซีสวมชุดน่ารักมาก เป็นชุดกระโปรงผ้าไหมเนื้อดีบางเบาโปร่งแสง บนคอสวมสร้อยที่ทำจากอัญมณีส่งเสียงดังกรุ๋งกริ๋ง บนศีรษะประดับปิ่นรูปแมลงปอทองคำฝังหยก บนข้อมือยังมีกำไลหยกขาวสองวง รอบเอวมีพู่หยกหลากสีสัน ดูมีเสน่ห์และใจกว้าง
พูดง่ายๆ ก็คือ สิ่งที่นางสวมใส่ในวันนี้ค่อนข้างมีราคา
เมื่อเห็นว่าเซี่ยซีไม่พูดอะไร เอาแต่ลูบหยกหลากสีบนเอวนาง หลูซื่อก็ถอนหายใจ
“เครื่องประดับพวกนี้เป็นของปีที่แล้ว ปีนี้ในบ้านมีคนเพิ่มเข้ามา แต่ไม่มีรายรับอะไรเพิ่มเติม ก็เลยไม่ได้ซื้อของใหม่ดีๆ ให้เจ้า” หลูซื่อเอ่ย
เซี่ยซีเงยหน้ามองนาง
แต่ในที่สุดก็ไม่ได้พูดอะไร
ไม่นานนักก็ถึงที่หมาย
พวกเขาเพิ่งลงจากรถม้าก็มีคนออกมาจากบ้านแล้ว เซี่ยหมั่งซานและเซี่ยฉงซานยืนอยู่ที่นั่น และต้อนรับขับสู้เซี่ยหนิวซานอย่างร่าเริงยินดี บ่าวรับใช่ที่อยู่ด้านหลังก็เริ่มเคลื่อนไหวรับของที่พวกเขานำมาด้วย
เซี่ยเฉียวมองท่าทางไม่เกรงใจเช่นนี้ด้วยสายตางุนงง
พี่น้องเซี่ยทั้งสองคนเพียงแต่ตบบ่าเซี่ยผิงไหวเบาๆ “เด็กดีเจ้าโตขึ้นอีกแล้วสินะ ไป เข้าไปข้างในกันดีกว่า”
เซี่ยผิงกั่งกวาดสายตามองสองพี่น้องก่อนจะแค่นเสียงออกมา “ลูกตานี้คงมองไม่เห็นคนอื่นแล้วสินะ หากมองไม่เห็น ข้าก็จะพาน้องสาวของข้าไปล่ะ”
ทันทีที่เซี่ยผิงกั่งส่งเสียงออกมาก สองพี่น้องก็ตกใจสีหน้าแข็งทื่อไปทันที “หลานชายคนโตก็มาด้วย?”
“โอ้ว นี่มันหลานสาวคนโตของข้ามิใช่หรือ…หน้าตา…” ทั้งสองคนไม่สนใจเรื่องนี้มากนัก พวกเขาพูดได้ครึ่งหนึ่ง จากนั้นจึงหันไปมองเซี่ยเฉียว แล้วก็ต้องชะงักไป “ไม่เลว…”
“ข้าคิดว่าตาของลุงใหญ่กับอาเล็กผิดปกติเป็นแน่ น้องสาวของข้าดูเหมือนงดงามราวกับหยกบุปผาเยี่ยงนี้ พวกท่านยังบอกว่าหน้าตาไม่เลว ก็จริงดังว่า ลูกๆ ของพวกท่านอย่างกับกิ่งไม้แห้งใบไม้เน่าเทียบกับนางไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ไม่เคยได้เห็นโลกกว้าง ก็เลยพูดอะไรไม่ถูกต้องเป็นธรรมดา” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยออกมาโดยไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
หลังจากพูดจบเขาก็ก้าวเข้าไปในบ้านทันที
เขาออกเงินตัวเองซื้อบ้านหลังนี้ด้วยส่วนหนึ่ง ดังนั้นเขาจึงเข้าออกบ้านหลังนี้ได้โดยไม่รู้สึกถึงแรงกดดันอะไร
เซี่ยเฉียวติดตามเขาไปทันที นางกวาดตามองท่านลุงกับท่านอาทั้งสอง แล้วก็ไม่ได้เอ่ยอะไร
ตามพี่ชายของนางไปก็พอแล้ว
หลังจากที่เซี่ยเฉียวเข้ามา นางก็ได้มองดูผังของบ้าน
ซึ่งค่อนข้างน่าพอใจและไม่มีปัญหาใหญ่
มีคนรออยู่ที่ห้องหลักแล้ว
ทันทีที่เซี่ยเฉียวเข้ามา นางก็ได้เห็นหญิงชราที่เป็นเจ้าบ้าน
ท่านย่าของนางดูคล้ำเล็กน้อย ร่องน้ำบนใบหน้าชัดเจน ดวงตาทั้งคู่ก็ขุ่นมัวอย่างยิ่ง ตอนนี้นางอายุกว่าหกสิบปีแล้ว แต่ไม่มีราศีอย่างนายหญิงใหญ่ในเมืองหลวง เสื้อผ้าสวยงามราคาแพงที่สวมใส่นั้นก็ดูไม่เข้ากันกับนางอยู่บ้าง