ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 263 ลำเอียง / ตอนที่ 264 ส่งของขวัญ
ตอนที่ 263 ลำเอียง / ตอนที่ 264 ส่งของขวัญ
ตอนที่ 263 ลำเอียง
เซี่ยเฉียวอดเห็นใจจ้าวเสวียนจิ่งไม่ได้ ไม่น่าแปลกใจที่เขาไม่สามารถอาศัยอยู่ในวังตะวันออกแห่งนี้ได้ พลังพิฆาตทั้งเล็กและใหญ่พวกนี้รวมกันแล้วไม่น้อยเลย เขาสามารถอยู่มาได้จนถึงตอนนี้ก็เพราะเขามีปราณมังกรปกป้องเขา และโชคชะตาของเขาเองที่แข็งแกร่งพอด้วย!
สีหน้าของเซี่ยเฉียวซับซ้อน นางกำนัลที่อยู่ข้างๆ รู้สึกว่าแม่นางเซี่ยผู้นี้แปลกมากจริงๆ
ฝ่าบาทรับสั่งเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าให้นางนำแม่นางเซี่ยเดินชมรอบๆ ให้ทั่ว ดังนั้นเช้าตรู่วันนี้นางจึงสอบถามลักษณะหน้าตาของแม่นางเซี่ย และพาตัวเองไปยืนอยู่ใกล้ๆ แล้วรอให้แม่นางเซี่ยเอ่ยปาก
ทว่านางคิดว่าการเดินชม…
คือการเดินรอบสวน ชมดอกไม้ใบหญ้า หากนางมีข้อเรียกร้องอะไรก็ให้ทำให้ทันที
แต่การเดินชมของแม่นางเซี่ยคือการเดินชมจริงๆ
หลังจากที่ออกมาจากสวนนั้นแล้วนางก็แทบจะชมวังตะวันออกที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ไปหมดทุกที่แล้ว
สิ่งที่ทำให้นางตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ แม่นางเซี่ยยังพกกระดาษ พู่กัน และ…เข็มทิศเล็กๆ ติดตัวมาด้วย
นางพึมพำอะไรของนางแล้วก้มหน้าลงเขียนๆ วาดๆ ลงบนกระดาษ บ้างเป็นอักษร บ้างเป็นภาพแผนผัง นางไม่เข้าใจแผนผังนั้น แต่รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ลึกลับมาก!
“แม่นางเซี่ย ตอนนี้ก็นานพอสมควรแล้ว ท่านอยากจะกลับไปพักผ่อนหน่อยหรือไม่” นางกำนัลเอ่ยถาม
เซี่ยเฉียวเงยหน้ามองดวงอาทิตย์อันแสนอบอุ่น
อันที่จริงนางก็ไม่ได้เหนื่อยอะไรมาก เดินไปไม่กี่ก้าวนางก็ได้นั่งพักดื่มน้ำ นางกำนัลนางนี้คงได้รับคำสั่งมาเช่นกัน ทางที่พวกนางเดินล้วนเป็นทางลัด นอกจากนี้จ้าวเสวียนจิ่งยังได้เตรียมแผนที่ของจวนรัชทายาทไว้ให้นางก่อนหน้านี้แล้ว นางจึงพอรู้อยู่แล้ว
“การคัดเลือกนางสนมของรัชทายาทใกล้จะเริ่มแล้วสินะ ขั้นตอนเป็นอย่างไรหรือ วันนี้จะต้องคัดเลือกให้ได้เลยใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“เริ่มตั้งแต่เข้าวังมาแล้วเจ้าค่ะ การคัดเลือกสนมครั้งนี้ไม่เหมือนที่ผ่านมา อันที่จริงแล้วก็ไม่มีขั้นตอนอะไรหรอกเจ้าค่ะ ขอแค่ฝ่าบาททรงโปรดปรานก็พอ” นางกำนัยแย้มยิ้ม “ความจริงแล้วตอนที่องค์รัชทายาทอายุสิบหกก็เคยเลือกสนมมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนั้นบรรดาลูกสาว น้องสาว และหลานสาวของขุนนางต่างๆ ที่ยังไม่แต่งงานทุกคนสามารถเข้าร่วมการคัดเลือกได้ เมื่อผ่านการคัดกรองในระดับต่างๆ จนในที่สุดก็เลือกออกมาเพียงไม่กี่นาง ซึ่งแต่ละนางต่างก็เป็นสาวงาม ภาพเหมือนของพวกนางทั้งหมดถูกส่งไปให้ฝ่าบาททอดพระเนตร แต่ตอนนั้นเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น ฝ่าบาทจึงไม่ได้เลือกใครเลยสักคน”
เซี่ยเฉียวค่อนข้างประหลาดใจ “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือ”
นางกำนัลลังเลเล็กน้อย
แต่เมื่อนางนึกถึงรับสั่งของฝ่าบาทที่ว่าเมื่อใดที่แม่นางเซี่ยถามก็ให้ตอบเสมอ นางจึงเอ่ย “ตอนนั้นองค์ชายรองทรงพัวพันกับหญิงผู้หนึ่งในนั้นไม่ยอมเลิกรา ถูกฝ่าบาทพบเห็นเข้าพอดี”
ในเวลานั้นเดิมทีการเลือกนางสนมเตรียมไว้สำหรับรัชทายาท แต่องค์ชายท่านอื่นๆ ก็อาจมีส่วนด้วยเช่นกัน
เมื่อฮ่องเต้เลือกสนมให้รัชทายาทแล้ว หากพระองค์รู้สึกว่าผู้ใดมีความเหมาะสมก็เป็นเรื่องปกติที่พระองค์จะเลือกให้แก่องค์ชายท่านอื่นๆ เช่นกัน
แต่รัชทายาทยังไม่ได้เลือก แต่องค์ชายรองก็กำลังคบหากับผู้หญิงคนหนึ่งแล้ว เห็นได้ชัดว่าเป็นการตบหน้ารัชทายาทในตอนนั้นฝ่าบาทก็กริ้วมากด้วยจึงปฏิเสธการเลือกนางสนมทันที
“องค์ชายรอง? เหตุใดข้าจึงไม่เคยได้ยินเลยเล่า” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามด้วยความสงสัย
หลังจากที่นางมาถึงเมืองหลวงแล้ว นางก็เคยได้ยินแต่เรื่องของรัชทายาทและ…องค์ชายสี่
ตอนที่นางทำความสะอาดคอกม้าก่อนหน้านี้ นางยังได้พบกับคนที่ชื่อเมิ่งจี๋ฟัง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นญาติขององค์ชายสี่
แต่นางไม่เคยได้ยินเรื่องขององค์ชายพระองค์อื่นเลย
นางกำนัลต่างก็รู้สึกประหลาดใจ
นางมาถึงจวนรัชทายาทแล้วแต่กลับไม่รู้เรื่องราวที่ผ่านมาพวกนี้เลยหรือ
“ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานรัชทายาท ตอนนั้นองค์ชายรองทำให้รัชทายาทต้องอับอาย ฮ่องเต้จึงทรงกริ้วมาก ต่อมาก็ทรงหาเหตุผลบางอย่างสั่งกักบริเวณองค์ชายรอง” นางกำนัลเอ่ยด้วยท่าทางกระดาก
“…” เซี่ยเฉียวรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
“เช่นนั้นแล้วยังมีองค์ชายสามด้วยใช่หรือไม่” เซี่ยเฉียวเอ่ยถามขึ้นอีก
“ใช่เจ้าค่ะ องค์ชายสาม…ถูกปลดเป็นสามัญชนไปแล้ว” คำพูดของนางกำนัลช่างน่าตกใจ
เมื่อนางกำนัลเห็นว่าเซี่ยเฉียวงุนงงสงสัยจึงเอ่ยอธิบายเพิ่มเติม “รัชทายาททรงได้รับบาดเจ็บที่พระหัตถ์เมื่อทรงอายุได้สิบสองปี ตอนนั้นองค์ชายสามไม่เพียงไม่รู้จักปลอบโยนพี่ชาย แต่กลับเยาะเย้ยรัชทายาทว่าต่อไปนี้เขาก็เป็นแค่คนพิการคนหนึ่ง เมื่อล่วงรู้ไปถึงองค์ฮ่องเต้ ฝ่าบาทก็ทรงกริ้วมาก สั่งปลดองค์ชายสามทันทีในคืนนั้นเอง”
ตอนที่ 264 ส่งของขวัญ
เมื่อเซี่ยเฉียวได้ยินคำพูดของนางกำนัลก็รู้สึกเหลือเชื่อ
เวลานั้นฮ่องเต้องค์นี้ช่างไร้หัวใจยิ่งนัก ถึงอย่างไรเสือร้ายก็ไม่กินลูกตัวเอง แม้ว่าพวกลูกๆ จะทะเลาะวิวาทกันเอง แต่ไม่ค่อยจะมีบิดาที่จะตัดสินใจเด็ดขาดได้ขนาดนี้
ถ้าหากจ้าวเสวียนจิ่งเป็นสนมในวังหลังแล้วล่ะก็ การได้รับความโปรดปรานในระดับนี้คงจะเป็นต้นเหตุของหายนะแน่แล้ว
ดูท่าแล้ว เมื่อมีบทเรียนจากพี่ชายทั้งสองคนเป็นตัวอย่างเช่นนี้แล้ว องค์ชายสี่ผู้เป็นน้องชายก็น่าที่จะอยู่อย่างระมัดระวังตน ไม่กล้าที่จะทำอะไรเกินขอบเขตแล้วสินะ
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดรัชทายาทถึงเป็นที่โปรดปรานเช่นนี้” เซี่ยเฉียวเอ่ยถาม
“ฝ่าบาททรงมีพระปรีชาญาณตั้งแต่ยังเด็ก ไม่ว่ารูปร่างหน้าตาหรือความสามารถ พระองค์ก็เป็นเลิศที่สุดในหมู่องค์ชาย ยิ่งไปกว่านั้นรัชทายาททรงกำเนิดจากฮองเฮา ฮองเฮาและฮ่องเต้ทรงรักกันอย่างลึกซึ้ง ทั้งยังเป็นคู่รักกันมาตั้งแต่เด็กๆ ทายาทของพระนางย่อมมีความสำคัญที่สุดในสายพระเนตรของฝ่าบาท อีกอย่างฮองเฮาทรงสุขภาพพลานามัยไม่แข็งแรง ฝ่าบาทจึงนับว่าโตมาได้ด้วยการเลี้ยงดูขององค์ฮ่องเต้เอง ความสัมพันธ์ระหว่างพระบิดาและพระโอรสจึงแน่นแฟ้น และฝ่าบาทยังทรงใช้พระร่างกายของพระองค์เองบังฝ่าบาทจากเสือร้าย…”
เซี่ยเฉียวพอจะเข้าใจแล้ว
หนึ่งคือเป็นทายาทที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม สองคือกำเนิดจากหญิงผู้เป็นที่รัก สามคือเลี้ยงดูมากับมือ สี่คือมีบุญคุณที่ช่วยชีวิต
ไม่ให้โปรดเขาแล้วจะให้โปรดใคร?
เพียงแต่ความโปรดปรานในระดับนี้สำหรับรัชทายาทแล้วเกรงว่าจะเป็นภัยต่อเขาด้วย
เซี่ยเฉียวเดินชมมาพอสมควรแล้วก็เลยเดินกลับไป
ตอนที่นางกลับไปถึงก็พบว่าทุกคนนั่งลงอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว
ในตำแหน่งด้านบนปรากฏผู้หญิงจำนวนหนึ่งที่สวมชุดชาววังสวมใส่เครื่องประดับดูหรูหราและสง่างาม
“พระนางทรงคิดได้แล้วหรือไม่ว่าจะเลือกสนมอย่างไรให้องค์รัชทายาท ปีนี้พระองค์ก็ทรงผ่านวัยสวมหมวกไปแล้ว หากยังไม่เสกสมรสอีก ฝ่าบาทก็คงกังวลพระทัยแล้ว” เมิ่งกุ้ยเฟยเอ่ย
หร่วนเฟยที่อยู่ข้างๆ แย้มยิ้ม “น้องคิดว่าคราวนี้จะต้องได้เรื่องแน่เจ้าค่ะ ก่อนที่จะมาที่นี่ข้าได้ยินว่ารัชทายาททรงส่งเทียบเชิญให้หญิงผู้หนึ่งด้วยตนเองด้วย!”
ฮองเฮาที่นั่งอยู่ตรงกลางนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“พูดถึงสาวน้อยจากตระกูลเซี่ยผู้นั้นหรือไม่” ฮองเฮาสรวลเบาๆ “ลูกของข้าเป็นเด็กกตัญญู ได้ยินว่าหญิงสาวผู้นั้นเขียนภาษาสันสกฤตได้ดี จึงให้นางคัดลอกพระสูตรมาให้หนึ่งเล่ม ในเมื่อส่งของขวัญมาให้แล้ว ข้าก็เลยเชิญนางมาดูหน้าค่าตาเสียหน่อย อีกอย่างบิดาของนางก็ยังเป็นขุนนางขั้นสี่ด้วย แม้ว่าลูกข้าจะไม่เชิญด้วยตัวเอง นางก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะมา”
หร่วนเฟยชะงักไปเล็กน้อย
แล้วรีบเอ่ยขึ้นว่า “เป็นเช่นนี้นี่เอง เป็นข้าที่ไม่รอบคอบ เชื่อข่าวลือเหลวไหลพวกนั้น”
น้ำเสียงของฮองเฮาไม่ดังแต่ก็ไม่เบา คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นต่างก็ได้ยินกันทั้งหมด
พวกเด็กสาวก็รู้ว่าคนที่ฮองเฮาพูดถึงคือใคร ทันใดนั้นก็พากันมองไปทางเซี่ยเฉียวอย่างอดไม่ได้
“นางส่งของขวัญไปให้ฮองเฮาอย่างนั้นหรือ เห็นๆ กันอยู่ว่าพี่ชายของนางเป็นคนเอ่ยปากกับรัชทายาท ครอบครัวของข้ามีคนอยู่ที่ศาลตัดสินคดี เขาได้ยินคำพูดนี้จากปากของพี่ชายนางกับหูตัวเองเลยนะ!” ซย่าหย่าอวิ๋นบ่นพึมพำ
เพราะนางสนใจในตัวเซี่ยเฉียว ดังนั้นนางจึงค่อนข้างใส่ใจเรื่องของคนอื่นๆ ในตระกูลเซี่ยด้วย
นึกไม่ถึงเลยว่าฮองเฮาจะอธิบายแทนเซี่ยเฉียวต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้!
เซี่ยเฉียวเองก็ยังตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดของฮองเฮา
นางจะมีเวลาว่างที่ไหนมาส่งพระสูตรกันเล่า
ช่วงนี้นางทั้งยุ่งกับการวาดยันต์ทั้งต้องแปลหนังสือ นางยุ่งจนมือเท้าเป็นระวิง!
เมื่อต่งซีอวิ๋นที่นั่งอยู่ข้างๆ ซย่าหย่าอวิ๋นได้ยินที่นางบ่นพึมพำก็แทบจะนั่งไม่ติด
“น้องซย่า เจ้าระวังคำพูดหน่อย” อย่าทำให้คนอื่นต้องพลอยเดือนร้อนไปด้วย!
ซย่าหย่าอวิ๋นขยับตัวอย่างอึดอัด จากนั้นก็ปิดปากสนิทเงียบไปทันที
เมื่อหญิงสาวรวมตัวกันมากมายเช่นนี้ พวกนางไม่อาจแค่ดื่มกินพูดคุย ฮองเฮาเป็นคนไม่ชอบพูด ทั้งยังสุขภาพไม่ดี เรื่องต่างๆ จึงให้สนมอีกสองคนเป็นประธาน
ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมีสนมไม่มาก ทรงนับได้ว่าเป็นฮ่องเต้ที่ไม่ชอบคัดเลือดนางสนมมากที่สุดองค์หนึ่งแล้ว นางสนมในวังหลังส่วนมากก็เป็นคนเก่าๆ
ทายาทก็ไม่นับว่ามากมาย มีองค์ชายทั้งหมดห้าคน และองค์หญิงอีกสาม
นางสนมที่พอจะมีปากมีเสียงบ้างก็เป็นพวกที่มีทายาทเหล่านั้น