ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 267 เสียใจ / ตอนที่ 268 ไม่ค่อยสงบ
ตอนที่ 267 เสียใจ / ตอนที่ 268 ไม่ค่อยสงบ
ตอนที่ 267 เสียใจ
ท่าทางสงบนิ่งไม่สะทกสะท้านของเซี่ยเฉียวทำให้ซย่าหย่าอวิ๋นร้อนใจจนถึงขีดสุด มองอย่างไรนางก็ไม่อาจรู้สึกสงบใจลงได้
ซย่าหย่าอวิ๋นตื่นตระหนกลนลานแล้ว
ฮ่องเต้และฮองเฮารักใคร่โปรดปรานรัชทายาทที่สุด วันนี้พระองค์เสด็จมาคัดเลือกสนมให้รัชทายาทเป็นการเฉพาะ นั่นเป็นเหตุผลที่กุลสตรีมีความสามารถจำนวนมากถูกเชิญให้มาที่นี่ หากมีใครในนี้ที่มีคู่รักอยู่แล้วแต่ก็ยังมาคัดเลือกสนม ฮ่องเต้และฮองเฮาจะต้องทรงพิโรธและลงโทษคนผู้นั้นอย่างรุนแรงเป็นแน่
แม้ว่าจะไม่ได้ถูกลงโทษอย่างรุนแรง แต่ชื่อเสียงของเซี่ยเฉียวจะย่ำแย่ลงแน่นอน!
ดังนั้นเมื่อนางสืบได้ความว่าเซี่ยเฉียวจะมางานนี้ด้วย นางก็ไปจัดการเตรียมเงื่อนคู่รักไว้พร้อมแล้ว
ใครจะไปรู้ว่า…
ซย่าหย่าอวิ๋นคุกเข่าอยู่ตรงนั้นท่าทางตื่นตระหนกลนลาน “หม่อมฉัน หม่อมฉัน…โดนใส่ร้าย พี่หญิงเซี่ยใส่ร้ายข้า…”
เซี่ยเฉียวก้มหน้าก้มตาท่าทางอ่อนน้อม และดูไม่มีความสนใจที่จะโต้แย้งอะไรทั้งสิ้น
แต่ใครที่มีตาก็จะมองออกว่าท่าทางของซย่าหย่าอวิ๋นผิดปกติ
ในเมื่อนางเอ่ยแต่ละทีก็เรียกพี่หญิงเซี่ย นั่นคือการบอกว่าพวกนางมีความสัมพันธ์ที่ดี แต่ถ้าพวกนางมีความสัมพันธ์ที่ดี นางจะกรีดร้องเสียงดังเมื่อเห็นเงื่อนคู่รักได้อย่างไร
หากของนั่นเป็นของเซี่ยเฉียวจริง และถูกนางพบเห็นเข้าจริงๆ เช่นนั้นแล้วการที่นางร้องตะโกนออกมาก็มีเหตุผลพอให้อภัยได้ แต่พอดูบนร่างกายเซี่ยเฉียว…
นางไม่มีที่ว่างเหลือแล้ว
“ก็แค่เงื่อนคู่รักอันหนึ่งเท่านั้น แม่นางซย่าเก็บไว้ให้ดีๆ ครั้งหน้าก็อย่าได้ทำหายอีกก็แล้วกัน แม้จะตกใจก็อย่าได้ใส่ร้ายผู้อื่น” ฮองเฮาเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีเกียจคร้าน น้ำเสียงไร้ความสงสัยอันใด
ซย่าหย่าอวิ๋นยังคิดจะเอ่ยปากพูดอะไรออกไปอีก แต่ทันทีที่นางเงยหน้าขึ้นก็เข้าใจความหมายในคำพูดของฮองเฮา
นอกเสียจากว่านางหาหลักฐานที่มีน้ำหนักมาพิสูจน์ได้ว่าของสิ่งนี้เป็นของเซี่ยเฉียวจริงๆ มิฉะนั้นนางจะต้องรับมันไว้เอง
และหากนางรับมันไว้เอง ฮองเฮาก็จะไม่สอบถามอะไรให้ลึกลงไปอีก
เพียงแต่เรื่องที่ว่านางมีเจ้าของหัวใจอยู่แล้วก็จะสลัดทิ้งไม่ได้ แล้วยังเรื่องที่นางใส่ความเซี่ยเฉียวอีก หากลือออกไปก็คงไม่ดีแน่
แต่หากนางยังทู่ซี้พูดว่าของสิ่งนี้เป็นของเซี่ยเฉียวก็เกรงว่าฮองเฮาจะทรงกริ้วแล้ว
ซย่าหย่าอวิ๋นรู้สึกเสียใจมากที่นางไม่ได้มองให้ดีเสียก่อน ว่าเซี่ยเฉียวแต่งตัวมาอย่างไร!
แค่เห็นว่านางสวมเสื้อคลุมสีแดงสดซึ่งดูดีเหลือเกิน แต่กลับไม่ได้ใส่ใจว่าข้างในเป็นอย่างไร
ต้องโทษเซี่ยเฉียวด้วยที่ผอมเกินไป เสื้อคลุมนั้นจึงห่มคลุมนางอย่างแน่นหนา ไหนเลยจะเห็นได้ว่าที่เอวของนางแขวนห้อยอะไรไว้บ้างเล่า
ยิ่งไปกว่านั้น การแต่งกายของเซี่ยเฉียวก็แปลกจริงๆ จี้หยกผิงแต่ละอันนั้นเกี่ยวร้อยกันไปดูแปลกประหลาดที่สุด
ซย่าหย่าอวิ๋นกัดริมฝีปากแล้วก้มหน้า “หม่อมฉันสำนึกผิด…”
ฮองเฮาเพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น แล้วสั่งให้นางและเซี่ยเฉียวถอยกลับออกไปทั้งคู่
ซย่าหย่าอวิ๋นนั่งอยู่ท่ามกลางผู้คน ในใจทั้งรู้สึกโกรธกรุ่นและหดหู่
นางรู้สึกว่าเมื่อสักครู่นางวิ่งออกไปเหมือนคนโง่ เสียแรงเปล่า ทำให้เซี่ยเฉียวเดือดร้อนไม่ได้ ยังลากตัวเองเข้าไปพัวพันด้วยอีก
ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ
ตอนนี้นางไม่กล้าที่จะเป็นจุดเด่นใดๆ อีก แต่หลังจากที่รอให้ทุกคนหันไปสนใจกับโคลงกลอนแล้ว นางก็ระบายอารมณ์เอากับของที่อยู่ใกล้มือ
นางทุบจานใบหนึ่งทันที
แล้วหันกลับไปถลึงตาใส่นางกำนัลที่อยู่ด้านหลัง “ยังไม่รีบเอามันออกไปอีก!”
นางกำนัลไร้ความผิด นางเพิ่งจะเปลี่ยนจานไปบางส่วน พริบตาเดียวก็แตกอีกแล้ว
ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานไป
“นางแกล้งนางกำนัลอีกแล้ว!” วิญญาณตนหนึ่งแหกปาดฉีกยิ้มเอ่ยขึ้นข้างหูของเซี่ยเฉียว ลูกตาข้างหนึ่งหลุดออกมาด้วยความโกรธ “ตัวเองใส่ความคนอื่นไม่สำเร็จ ถือดีอะไรมาระบายอารมณ์กับนางกำนัลอย่างพวกเรา”
“ข้านึกถึงตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้เจอเจ้านายที่เหมือนกับนาง ข้าก็แค่หวีผมเจ้านายแรงไปหน่อย แต่นางกลับตบปากข้า! ตอนนั้นข้าแค่สิบกว่าปีเอง หน้าบวมไปทั้งหน้า แล้วข้าก็ยังต้องถูกนางกำนัลคนอื่นๆ หัวเราะเยาะด้วย…”
พวกวิญญาณพูดไปพูดมาก็เข้ามาใกล้ซย่าหย่าอวิ๋น
บางตนเหยียดเล็บสีแดงสดออกมาข่วนใบหน้าของซย่าหย่าอวิ๋น ในขณะที่บางตนพยายามบีบคอของนาง
ตอนที่ 268 ไม่ค่อยสงบ
เซี่ยเฉียวที่นั่งอยู่ข้างๆ รู้สึกหนาวเย็นไปทั้งร่าง
มีวิญญาณมากเกินไป ทั้งโหวกเหวกทั้งน่ากลัว
นางพยายามทำให้ร่างกายอบอุ่นด้วยการดื่มชา ส่วนซย่าหย่าอวิ๋นที่อยู่ข้างกัน แค่รู้สึกเนื้อตัวไม่สบาย
นางโกรธมากเหลือเกิน จนทำให้นางรู้สึกอึดอัดในอก หายใจไม่ออกเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อได้ยินเสียงความเลื่อนไหวของเซี่ยเฉียวที่นั่งอยู่ด้านข้าง ก็ยิ่งรู้สึกว่านางโชคร้ายเกินไป
ทันทีที่ความหงุดหงิดนี้แล่นริ้ว ซย่าหย่าอวิ๋นก็อดรู้สึกคันเล็กน้อยไปทั่วร่างไม่ได้ และเมื่อนางลูบใบหน้าของตัวเอง นางก็สัมผัสได้ถึงตุ่มสิวที่ผุดขึ้นมาจำนวนหนึ่ง!
สีหน้าของซย่าหย่าอวิ๋นเปลี่ยนไปในพริบตา
ช่วงนี้นางก็ไม่ได้กินอาหารรสเผ็ดนี่?
ทั้งหมดต้องโทษเซี่ยเฉียวที่ทำให้นางโกรธ เพราะสภาพจิตใจที่ตกต่ำของนางถึงได้เกิดของแบบนี้ขึ้นมาได้!
ซย่าหย่าอวิ๋นยิ่งหงุดหงิด ใบหน้าของนางคันยุบยิบแต่นางก็ไม่กล้าที่จะเกาอีก ร่างกายของนางเย็นเล็กน้อย และไม่สามารถปลุกความมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้
ในหัวเต็มไปด้วยความคิดฟุ้งซ่าน
ขณะที่นางกำลังคิดอยู่จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บที่เท้าขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เมื่อนางก้มหน้าลงไป มอง ก็เห็นดวงตาถั่วเขียวคู่หนึ่งลำตัวเหยียดยาวกำลังจ้องมองนาง!
“กรี๊ดดดด!” ซย่าหย่าอวิ๋นตกใจโลดขึ้นทันที นางกรีดร้องจนคอแทบพัง งูนั่นกัดนางไปทีหนึ่งแล้ว เมื่อมันเห็นนางมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรุนแรงในเวลานี้ จู่ๆ งูตัวนั้นก็พุ่งพรวดขึ้นมาทันที และทิ้งรอยเขี้ยวอันดุร้ายน่ากลัวไว้บนใบหน้าซย่าหย่าอวิ๋นสองรอย!
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันทำให้ทุกคนตกใจ
สาวใช้และขันทีต่างก็ปกป้องชนชั้นสูงเหล่านั้น หญิงสาวทุกนางก็ตกใจจนกอดกันกลม
หลังจากที่มองดูดีๆ แล้วก็พบว่าแท้จริงแล้วมันคืองูหญ้า ยิ่งทำให้พวกหญิงสาวหน้าซีดด้วยความตกใจ
หลังจากที่ซย่าหย่าอวิ๋นถูกกัดไปได้สักพักนางก็หมดสติไปทันที
บ้างตะโกนเรียกองครักษ์ บ้างตะโกนเรียกหมอหลวง วุ่ยวายกันไปหมด
แม้วังตะวันออกของรัชทายาทจะไม่มีคนอยู่อาศัยถาวร แต่ทุกวันจะมีคนมาทำความสะอาด เวลานี้ก็ล่วงเข้าเดือนสิบแล้ว อากาศเริ่มหนาว พวกงูก็น่าจะไปจำศีลหน้าหนาวไปตั้งนานแล้ว แต่เวลานี้กลับมาโผล่ที่งานเลี้ยงเสียได้…
เหล่าหญิงสาวที่อยู่ในเหตุการณ์ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงข่าวลือเกี่ยวกับรัชทายาท
แม้ว่าฮ่องเต้จะจงใจระงับข่าวลือเหล่านั้น แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่เล่าลือกันออกมา
ได้ยินว่า วังตะวันออก…ไม่ค่อยสงบ
กระทั่งว่าช่วงปีแรกๆ ดูเหมือนจะมีพูดว่าคุณธรรมของรัชทายาทไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ดังนั้นวังตะวันออกจึงได้เกิดเรื่องซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ครั้งก่อนที่รัชทายาทเลือกนางสนม องค์ชายรองก็ถูกกักบริเวณ…
ครั้งนี้ก็มีคนได้รับบาดเจ็บอีก ทั้งยังถูกงูกัดในหน้าหนาวเสียด้วย หรือว่ารัชทายาทจะมีดวง…พิฆาต?!
ทุกคนต่างพากันคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
ในบรรดาผู้คนทั้งหมดที่อยู่ที่นั่น มีคนบางส่วนที่เย่อหยิ่งและดูถูกรัชทายาทพิการ แต่ก็มีบางตระกูลที่ต้องการได้ผลประโยชน์ในขณะที่รัชทายาทยังทรงเป็นที่โปรดปรานอยู่
หากฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้ แม้พวกนางจะไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ก็พอจะยอมรับได้ด้วยความยินดี
ถึงอย่างไรตอนนี้รัชทายาทก็ยังไม่ได้ถูกปลดเสียหน่อย
ด้วยท่าทีของฮ่องเต้เกรงว่าฝ่าบาทคงต้องการกำจัดอุปสรรคทั้งหมดให้องค์รัชทายาท และประคองให้พระองค์ขึ้นครองบัลลังก์ให้ได้ ต่อให้รัชทายาทจะขึ้นครองบัลลังก์ไม่ได้ก็ตาม แต่พระองค์ก็ยังสามารถเป็นองค์ชายที่อยู่อย่างสบายๆ ได้ ซึ่งสำหรับพวกนางแล้วพระองค์นับว่าเป็นไม้ใหญ่ให้พวกนางเกาะอาศัยได้แล้ว
แต่ตอนนี้…
พวกนางหวาดกลัวขึ้นมาแล้ว
ไม่นานนักหมอหลวงก็มาถึง
“ทูลพระนาง งูตัวนี้ไม่มีพิษ แค่ทายารักษาแผลก็จะหายดีได้ภายในไม่กี่วัน เพียงแต่รอยเขี้ยวที่งูทิ้งไว้นั้นค่อนข้างลึก ต่อไปอาจมีรอยแผลเป็นให้เห็นอยู่บ้างเล็กน้อย” หมอหลวงเอ่ย
รอยแผลเป็นเล็กๆ แค่นี้ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อันใด
เขี้ยวงูไม่ใหญ่ รอยแผลเป็นย่อมไม่ได้ใหญ่อะไรมาก ที่สำหนักหมอหลวงมียาลบรอยแผลเป็นชั้นดี ที่พอทายาไปนานๆ เข้า รอยแผลเป็นก็แทบจะมองไม่เห็นแล้ว แต่พวกเขาไม่อาจพูดจาฟันธงได้ขนาดนั้น เพื่อป้องกันเรื่องไม่คาดฝันในอนาคต
สีหน้าของฮองเฮาดีขึ้นเล็กน้อย
ถ้าหากวันนี้มีคนตายเพราะงูพิษ พรุ่งนี้ตอนอยู่ในท้องพระโรงเกรงว่าคงมีหลายคนว่าลูกชายของนางไม่เป็นมงคลแน่แล้ว
ในเวลานี้เมื่อฮองเฮามองไปยังซย่าหย่าอวิ๋นก็เริ่มไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ
“ส่งแม่นางซย่ากลับจวนไปรักษาตัว ครั้งนี้เกิดเรื่องขึ้นในวังจนตกใจขนาดนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องขึ้นอีกในภายหน้า ข้าอนุญาตให้นางไม่ต้องเข้าวังอีก” ฮองเฮารับสั่งด้วยสีหน้าเย็นชา