ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 285 ชดใช้เงิน / ตอนที่ 286 ร่างกายพิการแต่ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา
- Home
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 285 ชดใช้เงิน / ตอนที่ 286 ร่างกายพิการแต่ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา
ตอนที่ 285 ชดใช้เงิน / ตอนที่ 286 ร่างกายพิการแต่ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา
ตอนที่ 285 ชดใช้เงิน
เซี่ยเฉียวรู้สึกตกใจกับความป่าเถื่อนของบิดาและพี่ชายของนางจนต้องนำกระดาษยันต์พวกนั้นพกติดตัวไปด้วยแต่โดยดี
นางเอายันต์พวกนั้นออกไปแค่ไม่นาน ท่านพ่อของนางก็ต้องอนาถขนาดนี้แล้ว!
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป…แม้แต่ชีวิตก็อาจจะหาไม่!
“ข้าไม่ได้แพ้เจ้าเด็กบ้านั่นนะ ก็แค่ช่วงนี้ซวยไปหน่อย ขาข้าเกิดเป็นตะคริวขึ้นมาตอนที่สู้กันอยู่ ไม่อย่างนั้นแล้วความสามารถน้อยนิดของเจ้านั่นหรือจะทำร้ายข้าได้ เฮอะ!!” เซี่ยหนิวซานให้ตายก็ไม่ยอมเสียหน้า
เซี่ยเฉียวรู้สึกผิดเข้าไปอีก
นางกุมยันต์เอาไว้แน่น
“ข้าให้คนไปส่งจดหมายที่บ้านตระกูลเมิ่งตั้งแต่เช้าแล้ว ก็น่าจะมีจดหมายตอบกลับเรื่องดูตัวในไม่ช้า เจ้าไปเรียนหนังสือเถอะ ที่เหลือเจ้าก็ไม่ต้องเป็นกังวลอะไรแล้ว!” เซี่ยหนิวซานเอ่ยเสริม พูดจบเขาก็แยกเขี้ยวเล็กราวกับบังเอิญไปสัมผัสบาดแผลเข้าโดยไม่ตั้งใจ
เซี่ยเฉียวพยักหน้าแต่โดยดี กระทั่งเผยรอยยิ้มว่าง่ายออกมาด้วย
หากพ่อนางรู้ว่าที่ตนเองต้องโชคร้ายก็เพราะนางเป็นสาเหตุ เขาจะถือมีดมาบั่นคอนางหรือไม่
เซี่ยเฉียวกลัวจนตัวสั่น นางรีบแจ้นขึ้นไปนั่งบนเกี้ยวอย่างเร็ว
หลังจากหยุดเรียนไปหลายวันเซี่ยเฉียวก็ค่อนข้างคิดถึงสำนักศึกษาอยู่บ้าง
ในกระเป๋าสะพายที่นางเย็บมีหนังสือกองหนา และเมื่อนางมาถึงสำนักศึกษา นางก็ไปหอหนังสือเพื่อเอามันไปแลกกับถั่วเงินทันที
การคัดลอกหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตายของนางออกดอกออกผลบ้างแล้ว เวลานี้ทันทีที่นางวางหนังสือจำนวนมากลงตรงหน้าอาจารย์ อาจารย์ท่านนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองด้วยความประหลาดใจ
“เยอะขนาดนี้เลย?” พอนับดูดีๆ ก็พบว่ามีถึงเจ็ดแปดเล่มเลยทีเดียว
แม่นางน้อยคนนี้ขยันเกินไปแล้วไหม
เซี่ยเฉียวยิ้มอย่างขมขื่น “ผู้มีความสามารถย่อมทำงานหนักกว่าคนอื่น”
“ดีมาก” อาจารย์รับหนังสือไปตรวจดู
ที่นางแปลมาล้วนแล้วแต่เป็นภาษาแคว้นโจวไหล หลายเล่มก็ใช้ภาษาคลุมเครือและเข้าใจยากเป็นพิเศษ มีระดับความยากมาก มันถูกเก็บไว้ในหอหนังสือมาตั้งนานขนาดนี้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถแปลออกมาได้หมด นึกไม่ถึงเลยว่าภายในเวลาไม่กี่วันเซี่ยเฉียวจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้แล้ว
เนื้อหานั้นยังได้รับการตรวจสอบก่อน แต่ตัวอักษรดูเรียบร้อย ดูไม่เหมือนว่าทำไปด้วยความวิตกกังวลใจ และเห็นได้ว่าจิตใจของเด็กสาวคนนี้มั่นคง
“ในบรรดาหนังสือเหล่านี้ มีเล่มหนึ่งที่มีค่าแรงสามร้อยถั่วเงิน ส่วนเล่มอื่นๆ ล้วนมีค่าแรงเล่มละสองร้อยถั่วเงิน นับรวมกันแล้ว…” อาจารย์ดีดลูกคิด “เท่ากับถั่วเงินหนึ่งพันเจ็ดร้อยเมล็ด ถูกไหม”
เซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าทันที
“แต่ถั่วเงินพวกนี้…ต้องหักออกไปครึ่งหนึ่ง” อาจารย์เอ่ยอีก
“ทำไม” เซี่ยเฉียวขมวดคิ้ว
“ข้าได้ยินมาจากผู้ดูแลม้าว่า ตอนเทศกาลส่งเสื้อผ้ากันหนาวเจ้ามาขี่ม้าที่สำนักศึกษา? หลังจากกลับมาม้าที่เจ้าขี่ในวันนั้นก็หงุดหงิดเล็กน้อยโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ดูแลรั้งไว้ไม่อยู่ ปล่อยให้มันวิ่งไปที่สวนด้านข้างเหยียบย่ำทำลายต้นไม้ไปมากมาย และต้นไม้ดอกไม้พวกนั้นก็มีราคาแพงมาก ดังนั้น…จะต้องหักเงิน”
“…” เซี่ยเฉียวรู้สึกราวกับว่าฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
เซี่ยเฉียวหน้ามุ่ย “ข้าคืนมาไปแล้วนี่ เรื่องหลังจากนั้นจะมาโทษข้าได้อย่างไรเล่า”
“เจ้าไม่รู้หรือว่าตอนที่เจ้าเช่าม้าในตอนนั้น…คือสิบสองชั่วโมง? เรื่องที่เจ้าม้านั่นทำในวันนั้นถึงอย่างไรก็เป็นความรับผิดชอบของเจ้า” อาจารย์มีสีหน้าจริงจัง “ผู้ดูแลคนนั้นได้ยินว่าเจ้ากำลังแปลหนังสือก็เลยมาขอให้ข้าหักเงินให้มากเป็นพิเศษ แต่ข้าเห็นว่าไม่ง่ายเลยที่เด็กสาวคนหนึ่งจะขยันขันแข็งเช่นนี้ได้ พูดกันไปพูดกันมา จึงได้ตกลงหักเจ้าแค่ครึ่งหนึ่ง หากหักเงินตามมูลค่าที่แท้จริงของต้นไม้ดอกไม้พวกนั้นแล้วก็ต้องหักทั้งหมดเลยทีเดียว…”
หัวใจของเซี่ยเฉียวแหลกสลายทันทีที่อาจารย์พูดจบ
กลั่นแกล้ง
สำนักศึกษาช่างกลั่นแกล้งคนเก่งจริงๆ
หาวิธีโกงถั่วเงินจากศิษย์!
“ดอกไม้ชนิดใดหรือ ขอข้าดูหน่อยได้ไหม อีกอย่าง…ในเมื่อข้าใช้ถั่วเงินชดใช้ไปแล้ว อย่างนั้นดอกไม้พวกนี้…ไม่ว่าจะเป็นหรือตายก็ต้องให้ข้าเอากลับไปได้สินะ?” อารมณ์เซี่ยเฉียวกรุ่นเล็กน้อย
ตอนที่ 286 ร่างกายพิการแต่ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา
การแปลหนังสือเป็นเรื่องง่ายสำหรับนางไม่เหมือนการวาดยันต์ซึ่งต้องใช้พลังจิตอย่างมาก แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้นางเขียนจนข้อมือจะหักอยู่แล้ว
เงินที่นางได้จากการตรากตรำทำงานหนัก นึกจะหักก็หักไปเสียง่ายๆ!
สายตาที่ดื้อรั้นของเซี่ยเฉียวมองจนอาจารย์รู้สึกละอายใจ
“เรื่องนั้น…เกรงว่าคงจะไม่ได้ เพราะนี่ก็คิดราคาพิเศษให้เจ้าแล้ว อีกอย่างดอกไม้พวกนี้ก็…เป็นของอาจารย์ซัง เขาออกไปพเนจรแล้ว ก่อนจะออกเดินทางได้สั่งเอาไว้เป็นพิเศษด้วยว่า ไม่ว่าดอกไม้พวกนี้จะเป็นหรือตายก็ต้องอยู่ในเรือนของเขา หากยังอยู่ดีก็ดูแลต่อไป หากตายแล้วก็ให้ตากแห้งไว้ พอเขากลับมาจะตรวจสอบให้ละเอียดอีกที สำนักศึกษายังต้องรับผิดชอบเรื่องนี้แทนเจ้าด้วย มิฉะนั้นหากอาจารย์ซังรู้ว่าเจ้าเป็นคนทำลายดอกไม้ของเขา…”
อาจารย์ท่านนี้หัวเราะเบาๆ “เขารักดอกไม้เท่าชีวิต และจะฆ่าเจ้าได้”
“…” เซี่ยเฉียวเจ็บปวดใจไปพักหนึ่ง นางครุ่นคิดก่อนจะเอ่ย “ข้าอยากจะไปดู หากข้าดูแลจนมันฟื้นขึ้นมาได้…ก็ไม่ต้องหักเงินแล้ว?”
อาจารย์มองนางด้วยความประหลาดใจ “ใช่”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ขอให้อาจารย์ให้เวลาข้าอีกสักหน่อย ท่านเก็บถั่วเงินไว้ให้ข้าก่อนชั่วคราว หากข้าทำให้ดอกไม้ฟื้นกลับคืนมาได้ทั้งหมดแล้วค่อยให้ข้า” เซี่ยเฉียวรีบเอ่ย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นอาจารย์ก็ตอบตกลงอย่างอารมณ์ดี
กู้ชีวิตดอกไม้พวกนั้น?
เป็นไปไม่ได้แน่นอน
เขาไปดูมาแล้วและพบว่าลำต้นของดอกไม้หักหมดแล้ว มีแต่ความยุ่งเหยิง โชคดีที่ปกป้องรากเอาไว้ได้จึงอยู่ต่อมาได้นานหลายวันขนาดนี้
แต่เมื่อมองดูใบไม้เริ่มกลายเป็นสีเหลืองและเหี่ยวเฉามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ช้าก็เร็วคงต้องตาย
เซี่ยเฉียวบอกว่านางจะไปดูดอกไม้พวกนั้น แต่นางยังต้องรีบไปเข้าเรียนก่อน จึงได้ไปดูตอนเที่ยงแทน
สิ่งที่ทำให้เซี่ยเฉียวแปลกใจก็คือ ซย่าหย่าอวิ๋นยังกล้ามาอีก
บาดแผลบนใบหน้าของนางมีรอยแผลเป็น แม้จะไม่ใหญ่นักแต่ก็พอจะเห็นได้ว่าถูกงูกัด
“แย่จริงๆ ใครๆ ในสำนักศึกษาก็รู้เรื่องของซย่าหย่าอวิ๋นกันหมดแล้ว วันนี้ทุกคนต่างก็วิจารณ์เรื่องนี้กันทั้งนั้น…” ฉินหลิวถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
นางถูกฮองเฮาไล่ออกจากวัง กระทั่งไม่ได้รับอนุญาตให้เหยียบเข้าไปในวังอีก ใครยังจะกล้าเล่นกับนางอีกเล่า!
“นางอาจจะยังคิดถึงเรื่องที่เดิมพันกับข้าไว้” เวลานี้เซี่ยเฉียวยังรู้สึกชื่นชมในความยึดมั่นของนาง
เรียกได้ว่า…ร่างกายพิการแต่ไม่ย่อท้อต่อโชคชะตา
นอกจากประโยคนี้แล้ว นางก็นึกคำอื่นที่จะมาบรรยายความ ‘ความกล้าหาญ’ ของซย่าหย่าอวิ๋นไม่ออกแล้วจริงๆ!
ฉินหลิวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนางที่คิดๆ ดูแล้วก็เอ่ย “ท่านอาของซย่าหย่าอวิ๋นแต่งเข้าบ้านตระกูลเมิ่ง ข้าได้ยินมาว่าท่านอาของนางดูเหมือนจะต้องการจับคู่ซย่าหย่าอวิ๋นกับเมิ่งจี๋ฟัง ส่วนเมิ่งจี๋ฟัง…ก็รู้ว่าพวกเจ้ามีเดิมพันกันอยู่ ข้าได้ยินมาว่า เมิ่งจี๋ฟังพูดจาหยาบคายที่บ้านตระกูลซย่า…”
เซี่ยเฉียวมองนางอย่างสงสัย
นางมักจะรู้สึกว่าฉินหลิวดูเหมือนกำลังเป็นห่วงนางอยู่กระนั้น
เรื่องของซย่าหย่าอวิ๋นเกี่ยวอะไรกับนางด้วย
“เมิ่งจี๋ฟังเป็นพวกไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นึกจะพูดอะไรก็พูด เขาบอกว่าหากจะให้เขาแต่งกับซย่าหย่าอวิ๋นก็ได้ แต่ซย่าหย่าอวิ๋นจะต้องชนะเจ้าให้ได้เสียก่อน” ฉินหลิวเอ่ย
พอพูดจบนางก็รีบลูบหลังไหล่ปรับลมหายใจให้เซี่ยเฉียวทันทีอย่างรู้งาน
เซี่ยเฉียวขมวดคิ้วมุ่น “ทำไมต้องลากเอาข้ามาเปรียบเทียบด้วย”
“เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้ อาจเป็นเพราะช่วงนี้ซย่าหย่าอวิ๋นคอยเป็นศัตรูกับเจ้าไปทุกที่ เมิ่งจี๋ฟังคงอยากที่จะดูเรื่องสนุก คนคนนี้เดิมทีก็มีนิสัยเช่นนี้อยู่แล้ว ใครบ้างในสำนักศึกษาที่จะกล้ายั่วยุเขา” ฉินหลิวทอดถอนใจ
สำหรับเซี่ยเฉียวแล้ว แม้เดิมทีมันจะเป็นการแข่งขันกันอยู่แล้ว แต่คราวนี้หากแพ้ล่ะก็จะยิ่งน่าอับอายขายหน้าขึ้นไปอีก
เซี่ยเฉียวเองก็เคยเห็นเมิ่งจี๋ฟังมาก่อน นางรู้ว่าคนคนนี้…เป็นพวกไร้แก่นสารโดยแท้
นิสัยไม่ยอมแพ้ใคร ไม่น่ายุ่งด้วยยิ่งนัก
“แข่งก็แข่ง เดิมทีก็ตกลงกันไว้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องการแต่งงานของพวกเขา ข้าไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย ก็แล้วแต่พวกเขา” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ไม่เหมือนกันหรอก” ฉินหลิวสีหน้ากังวล “ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องชนะแน่ๆ แต่เมิ่งจี๋ฟังใช้ถั่วเงินหนึ่งหมื่นเมล็ดเพื่อเรียกร้องให้สำนักศึกษาจัดการให้พวกเจ้าทั้งสองคนแข่งขันกันตัวต่อตัวด้วยการทำกุศล แต่ไม่ใช่แค่การบริจาคถั่วเงินห้าร้อยเมล็ดเท่านั้นนะ ยังมีเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย”
เรื่องนี้ยังไม่ได้ประกาศออกมาให้ทราบโดยทั่วกัน แต่นางมีเส้นสายภายในสำนักศึกษาจึงได้รู้ก่อนล่วงหน้า
นางอดรนทนไม่ไหวจึงได้เตือนเซี่ยเฉียวเสียก่อน