ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 12 สิ่งที่ต้องการ
หลังจากกลับถึงบ้าน เธอก็ถูกซักเสียยกใหญ่ว่าหนีออกไปจากบ้านได้
อย่างไร
อวิ๋นตั่วปิดปากเงียบ ไม่ยอมพูดอะไรออกมา
อี้ฟานดูกล้องวงจรปิดถึงได้รู้ว่าใต้พุ่มไม้มีรูอยู่ เมื่อเห็นแบบนั้น เขาจึง
ออกคำสั่ง ให้คนงานมาจัดการปิดรูให้เรียบร้อยในวันพรุ่งนี้
อวิ๋นเฉียวที่อยู่ข้างๆ พูดปราชดขึ้นว่า “ไม่มีประโยชน์หรอกครับ พอน้อง
สูงอีกหน่อย ก็ปีนกำแพงได้แล้ว หากให้ผมแนะนำนะ ทำกำแพงให้สูงขึ้นอีก
หน่อย แล้วก็ล้อมรั้วไฟฟ้าไปเลย”
“นี่บ้านนะ ไม่ใช่คุกคุมขังนักโทษ” อี้ฟานเตือนลูกชายลูกสาวด้วยสี
หน้าจริงจัง “ถ้าพวกลูกอยากจะออกไป ไม่ว่าจะทำยังไงก็คงห้ามไม่ได้ แต่
การเอาเรื่องหนีออกจากบ้านมาขู่พ่อกับแม่แบบนี้ อย่าแม้แต่จะคิดอีกเชียว”
อวิ๋นเฉียวเดินเข้าไปลูบหน้าอวิ๋นตั่ว
“อย่าโกรธพ่อเลยนะ กลับไป
ทบทวนตัวเองดีๆ”
วันต่อมาเป็นวันพุธ ซึ่งปกติแล้วไม่ใช่วันที่อวิ๋นตั่วต้องเรียนพิเศษ ทว่าอวี่
เจ๋อกลับมาที่บ้านตระกูลอวิ๋น
ชูยินแปลกใจมาก “เธอมาทำไมน่ะ”
“ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณน้าครับ ผมมาเพราะรู้ว่าวันนี้อวิ๋นตั่วกับอวิ๋น
เฉียวเลิกเรียนคํ่า”
“อืม มีอะไรล่ะ?”
“คุณน้าไม่พอใจกับการทำหน้าที่ครูของผม เพราะอย่างนั้นผมก็เลยจะ
ขอลาออกจากงานนี้ ผมจะคุยกับอวิ๋นตั่วเองครับ”
“ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะ”
“ที่อวิ๋นตั่วหนีออกจากบ้าน ก็เพราะเรื่องนี้ใช่ไหมล่ะครับ”
“อวิ๋นตั่วบอกเธอเหรอ”
“ไม่ว่าผมจะถามยังไงอวิ๋นตั่วก็ไม่ยอมพูด และเพราะเธอไม่พูด ผมถึงได้
พอเดาออก” อวี่เจ๋อยิ้มบางๆ “เดิมทีผมก็ไม่ได้อยากเป็นครูจริงจัง และผมก็
ไม่มีประสบการณ์ในการสอนด้วย ถ้าคุณน้าจะไม่พอใจ ก็เป็นเรื่องปกติ ผม
คิดมาตลอด เพียงแต่ไม่มีโอกาสได้พูดกับคุณน้าเท่านั้น”
ชูยินนั่งนิ่ง ราวกับนักเรียนคนหนึ่งที่กำลังตั้งใจฟังคุณครูอบรมสั่งสอน
เป็นท่าทางที่ดูน่าขันนัก ด้วยเพราะคนตรงหน้านั้นเป็นชายหนุ่มที่เป็นรุ่นลูก
อวี่เจ๋อพูดว่า
“ผมเชื่อว่าในใจของคุณน้าอวิ๋นตั่วเป็นลูกสาวที่มีค่า
เหนือกว่าสิ่งใด เพียงแต่บางอย่าง คนพูดอาจไม่คิดอะไร แต่คนฟังกลับเก็บไป
ใส่ใจ อย่าเอาแต่เปรียบเทียบเธอกับสือเหยียนเลยครับ เพราะแบบนั้นจะทำ
ให้เธอน้อยใจ รู้สึกต้อยตํ่า ผมเชื่อว่าเธอนั้นไม่เป็นสองรองใครแน่นอน คนที่
ยอดเยี่ยมคนหนึ่งไม่ได้ดูเพียงแค่ที่กระดาษข้อสอบ แต่ต้องดูที่การใช้ชีวิต
ต่างหาก การเรียนเป็นส่วนหนึ่งที่ค่อยๆ เติบโตในชีวิต ไม่ใช่เรื่องที่จะเห็น
ผลได้ในชั่วข้ามคืน ก็เหมือนการสร้างบ้าน เราจะสร้างบ้านได้สูงแค่ไหน ก็
ต้องดูที่ความแข็งแรงของฐาน แต่ฐานนั้นกลับฝังอยู่ในดิน
ทำให้เราไม่
สามารถมองเห็นได้”
อวี่เจ๋อลุกขึ้น โค้งให้กับชูยิน “ที่อยากจะพูดผมก็พูดไปหมดแล้ว หากมี
ตรงไหนไม่เหมาะสม ต้องขออภัยด้วยนะครับ”
ชูยินพูดไม่ออก รู้สึกละอายใจขึ้นมา
“ได้ยินว่านายไปสอนแม่ฉันเหรอ” อวิ๋นเฉียวเอ่ยถามอวี่เจ๋อในขณะที่
อยู่ที่โรงเรียน
“ถือเป็นการเยี่ยมบ้านก็แล้วกัน” อวี่เจ๋อกำลังเปิดหนังสือ
อวิ๋นเฉียวดูหน้าปกหนังสือ “หนังสือของบ้านฉันเหรอ”
“ไม่เลวนี่” อวี่เจ๋อแปลกใจมากที่คุณชายอย่างฝ่ายนั้นจำหนังสือของ
บ้านตัวเองได้
อวิ๋นเฉียวดูออก “ที่ด้านหลังของหนังสือทุกเล่มจะมีตราประทับของ
ตระกูลอวิ๋นอยู่”
อวี่เจ๋อเปิดไปที่หน้าสุดท้าย และก็มีตราประทับสีนํ้าเงินอยู่จริงๆ ห้อง
หนังสือฟานยิน
“แม่ฉันชื่นชมนาย ไม่เกี่ยวกับน้องสาวของเราที่สอบได้ 27 คะแนน แต่
คนที่ทำให้แม่ชื่นชมได้จริงๆ น่ะมีน้อยมาก เพราะงั้นที่แม่ยอมรับนายแบบนี้ได้
ไม่ง่ายเลยจริงๆ” อวิ๋นเฉียวตบบ่าอวี่เจ๋อ
“ฉันต้องรู้สึกเป็นเกียรติไหม”
“นั่นมันก็เรื่องของนาย ที่ฉันมาหานายเพราะว่ามีเรื่องอยากปรึกษา นี่
ใกล้ปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว ถ้าจะเปลี่ยนเวลาเรียนเป็นวันจันทร์ถึงศุกร์ หยุดวัน
เสาร์อาทิตย์ ได้ไหม”
“แบบนี้เวลาอ่านหนังสือของฉันก็น้อยลงสิ”
“เราจะเพิ่มค่าจ้างให้ด้วย อีกอย่าง อยู่ที่บ้านเรา นายก็อ่านหนังสือได้
เหมือนกัน”
อวี่เจ๋อคิดไปถึงห้องหนังสือ ซึ่งถือว่าเป็นสภาพแวดล้อมในการอ่าน
หนังสือที่ไม่เลวเลยจริงๆ อวิ๋นเฉียวไม่รู้เลยสักนิดว่าตัวเองอยู่ในขุมทรัพย์มีค่า
แบบนั้น “ก็ได้”
“โอเคแล้วใช่ไหม งั้นขอบคุณแทนน้องสาวของฉันด้วย”
“ฉันอยากหาเงิน ส่วนอวิ๋นตั่วก็ต้องเรียนพิเศษ ถือว่าวินวินทั้งสองฝ่าย
ไม่มีอะไรต้องขอบคุณหรอก”