ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 121 ไม่ชำระแค้นไม่ถือเป็นบุรุษ
“พี่อวี่เจ๋อ หนูขอสัมภาษณ์หน่อยได้ไหมคะ?” อวิ๋นตั่วไปถามเด็กเนิร์
ดอีกคนหนึ่ง
ชีซิง เฉินอวี้และเจียงหนานจึงพากันมาล้อมเธอไว้ “การสัมภาษณ์ของ
สถานีผู้สื่อข่าวรุ่นจิ๋วของโรงเรียนเธอเหรอ? อยากสัมภาษณ์พวกเราด้วยหรือ
เปล่า?”
“สัมภาษณ์ทีละคนค่ะ ขอสัมภาษณ์ประธานหลิวก่อน” อวิ๋นตั่วว่า
อวี่เจ๋อจึงหัวเราะขึ้น “ถามมาสิ พี่จะตอบทุกอย่างที่รู้”
“พี่กลายเป็นเด็กเนิร์ดได้ยังไงคะ?” อวิ๋นตั่วถาม
อวี่เจ๋อคิดอยู่ครู่หนึ่ง “พี่ไม่คิดว่าพี่เป็นเด็กเนิร์ดนะ?”
ข้างๆ จึงมีเสียงดังขึ้นมา “ตีสองหน้า!”
เฉินอวี้ดึงอวิ๋นตั่วมา ก่อนที่บอกว่า “อวิ๋นตั่วน้อย อย่าหาความจริงจาก
ปากคนแบบนี้เลย เธอถามฉันดีกว่า”
“ครั้งนี้หนูจะสัมภาษณ์เด็กเนิร์ดเป็นหลักค่ะ พี่เป็นเด็กเนิร์ดเหรอคะ?”
เฉินอวี้ครุ่นคิดอยู่นานมาก แล้วพูดออกไปอย่างไม่ค่อยมั่นใจ
“เป็น
ละมั้ง?”
ชีซิงดึงเฉินอวี้มา “ตอนอยู่มัธยมก็ยังพอจะนับได้นะ แต่พออยู่มหาลัย
นายก็นับเป็นเด็กกากแล้ว จะบอกให้นะอวิ๋นตั่ว เธอไปสัมภาษณ์เจียงหนาน
ดีกว่า คนนี้น่ะเป็นเด็กเนิร์ดหญิง”
เจียงหนานที่ถูกพูดแบบนี้จนรู้สึกเก้อเขิน “เด็กเนิร์ดหญิงอะไรกัน อย่า
พูดมั่วสิ”
“เห็นหรือยังล่ะ หนึ่งในโรคของพวกเด็กเนิร์ด ตีสองหน้า!” เฉินอวี้ว่า
อวิ๋นตั่วมองอวี่เจ๋อกับเจียงหนาน
“ทำไมเด็กเนิร์ดถึงไม่ค่อยเต็มใจ
ยอมรับว่าตัวเองเป็นเด็กเนิร์ดคะ?”
อวี่เจ๋อจึงบอกว่า “เพราะสำหรับพวกเขา การเรียนเป็นเรื่องง่ายๆ
ธรรมดา ไม่รู้สึกว่าการเรียนเก่งจะควรค่าแก่การภูมิใจ ก็เหมือนกับพวก
คนงานก่อสร้างน่ะ เขาจะภูมิใจที่ตัวเองสร้างตึกได้หรือเปล่าล่ะ? ปีๆ หนึ่ง
สร้างได้หลายชั้น ถ้าภูมิใจทุกชั้นก็คงไม่ไหวหรอก ใช่ไหม?”
เฉินอวี้กำหมัดอยู่ข้างๆ “คำพูดนี้ ทำให้ฉันอยากจะบีบคอเขาให้ตาย
จริงๆ”
“นายนี่เอาใจยากจริงๆ เลย พอถ่อมตัวก็หาว่าเขาตีสองหน้า ถ้าไม่ถ่อม
ตัวก็อยากบีบคอให้ตายอีกอยู่ดี” ชีซิงว่า
อวิ๋นตั่วหันมองเจียงหนาน “พี่เจียงหนานก็คิดแบบนี้เหมือนกันเหรอ
คะ”
เจียงหนานตอบว่า “พี่จะบอกความลับให้เธอฟังอย่างหนึ่งนะ ที่จริงไม่มี
สิ่งที่เรียกว่าเด็กเนิร์ดหรอก เธอดูพวกที่ปกติแล้วหยอกล้อกับเธอสิ พอสอบ
ขึ้นมาก็เกือบได้ที่หนึ่ง
พวกเขาแอบขยันเรียนลับลังเธอตอนกลางคืน
แน่นอน!”
“นี่หมายความว่ายังไงคะ?”
“แสดงว่าพวกเขาก็ทำได้น่ะสิ”
อวิ๋นตั่วมองอวี่เจ๋อแล้วถามว่า “พี่ก็เป็นแบบนี้เหรอคะ?”
“ก็ไม่ต่างกันเท่าไร” อวี่เจ๋อตอบ
“ถ้างั้นพวกพี่ก็โหดร้ายกับตัวเองมาก” อวิ๋นตั่วได้ข้อสรุปแล้ว
“เธอถามเรื่องพวกนี้ไปทำไมกัน จู่ๆ ก็คิดอะไรไม่ออก ก็เลยอยากเป็น
เด็กเนิร์ดเหรอ?” ชีซิงถาม
“ไม่ใช่ค่ะ เด็กเนิร์ดห้องหนูเขาเด็ดขาดและยุติธรรมเกินไปแล้ว จดชื่อหนู
ทุกรอบเลย ไม่ไว้หน้ากันสักนิด” อวิ๋นตั่วตอบ
“ใครอ่ะ?” ชีซิงถาม “ชั้นเรียนเธอมีเด็กเนิร์ดด้วยเหรอ?”
อวี่เจ๋อจึงบอกว่า “ต้องเป็นสือเหยียนแน่ๆ เลย ตัวเองไม่ขยันเอง แล้วยัง
ไปโทษว่าคนอื่นจดชื่อตัวเองอีก นี่เป็นความผิดของเธอหรือเปล่า?”
“นี่มันไม่เหมือนกันนะคะ หนูก็แค่ลืมการบ้านไว้ที่บ้านเอง ใช่ว่าจะไม่
เคยทำนี่น่า หนูรู้สึกว่าเขาพุ่งเป้ามาที่หนู พวกพี่ไม่รู้หรอกว่าทั้งโรงเรียนต้อง
ถูกเธอจดไปกี่ชื่อ หนูว่าถ้าเธอแข่งคัดลายมือนะ มีอยู่สองตัวที่เธอเขียนได้ดี
ที่สุดเลย นั่นก็คือคำว่าอวิ๋น กับคำว่าตั่ว!” อวิ๋นตั่วว่า
ชีซิง เฉินอวี้ เจียงหนานที่อยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
“พวกพี่อย่าขำสิ หนูพูดจริงๆ นะ ถ้าไม่เชื่อก็ไปดูชื่อที่เธอจดไว้ที่บอร์ด
ของห้องสิ”
“โดนจดชื่อบ่อยขนาดนี้ยังไม่จำอีก ยังไม่รอบคอบอีกเหรอไง?” อวี่เจ๋อ
ว่า
“วิชาวรรณคดีครั้งต่อไป หนูก็จะจดชื่อเธอบ้าง” อวิ๋นตั่วบอก
“แก้แค้นส่วนตัวนี่ นิสัยเลวร้ายนะ”
อวิ๋นตั่วทำปากยู่ “ก็แค่พูดเฉยๆ เอง ไม่ได้ลงมือทำจริงๆ หรอกค่ะ”
ทว่าเฉินอวี้กลับบอกว่า “ฉันดูถูกพวกที่พูดเฉยๆ แต่ไม่ยอมทำมากกว่า
ถ้าสือเหยียนนั่นเบียดบังผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นของส่วนตัวจริงๆ อวิ๋นตั่วมี
สิทธิ์อะไรจะแก้แค้นไม่ได้ล่ะ ไม่ชำระแค้นไม่ถือเป็นบุรุษ ฉันสนับสนุนเธอ
อวิ๋นตั่ว”