ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 126 ตัดหัวนักโทษก่อนรายงานฮ่องเต้
โรงแรมแรมไม่ใหญ่ แต่ตกแต่งเรียบร้อยสวยงาม อวิ๋นตั่วยืนอยู่ในห้อง
พอเปิดหน้าต่างก็เห็นทะเลสาบเอ๋อไห่
“หนูชอบที่นี่ค่ะ” อวิ๋นตั่วสูดอากาศสดชื่นนอกหน้าต่าง “ถ้าหนูมีบ้าน
อยู่ที่นี่สักหลัง ก็คงจะดีมากเลย”
อวี่เจ๋อกำลังจัดกระเป๋าให้เธอ นึกไม่ถึงว่าอวิ๋นตั่วคนเดียวจะพกกระเป๋า
เดินทางแบบนี้มาได้ ตลอดทางที่ต้องดูแลสัมภาระพวกนี้ลำบากไม่น้อยเลย ที่
สำคัญก็คือ เจ้าหญิงคนนี้เมื่อเห็นของอะไรตามทางก็อยากได้อยากซื้อไปเสีย
หมด ยิ่งเพิ่มความยุ่งยากมากขึ้นไปอีก พอถึงจุดหมายกระเป๋าเดินทางของ
เธอก็สูงเท่าภูเขา
พอได้ยินอวิ๋นตั่วพูดแบบนี้ออกมา เขาก็อดหัวเราะอย่างปลงๆ
ไม่ได้ “โลภจริงๆ บ้านของเธอยังไม่ดีอีกเหรอ?”
อวิ๋นตั่วเข้ามาช่วยจัดกระเป๋าของเธอ ตอนนี้เพิ่งจะรู้สึกว่าตัวเองเอาของ
มาเยอะมาก
“ของเยอะขนาดนี้ เธอขึ้นรถมาได้ยังไง?” ในที่สุดอวี่เจ๋อก็ปลดปล่อย
ความสงสัยของตัวเองออกมา
“เซียวเซียวกับจื่อเถิงช่วยหนูเอาขึ้นรถค่ะ”
อวี่เจ๋อยืดตัวขึ้นแล้วถาม “เซียวเซียวกับจื่อเถิง แล้วแม่เธอไม่รู้เหรอ?”
อวิ๋นตั่วรู้ว่าตัวเองเผลอหลุดปากไปเสียแล้ว จึงพูดเสริมเข้าไปอีกว่า “รู้
ค่ะ จะไม่รู้ได้ยังไงล่ะคะ พี่คิดดูสิ ของเยอะขนาดนี้ ถ้าคุณแม่ไม่รู้ หนูจะนำ
ออกมาได้ยังไงคะ”
“บอกความจริงมา” อวี่เจ๋อทำหน้าเข้ม
อวิ๋นตั่วนั่งลงบนเก้าอี้ ใช้เท้าขวาเขี่ยเป็นวงบนพื้น
“แม่เธอไม่รู้จริงๆ เหรอ?” อวี่เจ๋อบีบบังคับให้ตอบ
“หนูอายุสิบสี่แล้วนะคะ” อวิ๋นตั่วว่า
“พี่ลืมไปสินะว่าเธออายุสิบสี่แล้ว ตอนเจ็ดขวบก็ออกจากบ้านได้แล้ว
อายุสิบสี่นี่ยิ่งสมเหตุสมผลกว่าเดิมเลย”
“หนูไม่ได้หนีออกจากบ้านซะหน่อย หนูแค่อยากออกมาเที่ยว”
“แล้วทำไมไม่บอกกับที่บ้าน?”
“ก็กลัวพวกเขาไม่อนุญาตน่ะสิคะ” อวิ๋นตั่วเริ่มยิ้มออกมา “แต่หนูบอก
พี่ชายแล้วนะ”
“พี่ชายเธอ ยิ่งไม่น่าเชื่อถือเข้าไปใหญ่เลย” อวี่เจ๋อว่า “เธอนี่มันตัดหัว
นักโทษก่อนรายงานฮ่องเต้*จริงๆ”
“ก็หนูกลัวว่าถ้าขอคุณพ่อคุณแม่แล้วพวกเขาไม่อนุญาต พี่ก็จะไม่พา
หนูไปด้วยน่ะสิคะ” อวิ๋นตั่วกระพริบตา ดูท่าทางน่าสงสาร “ปิดเทอมฤดู
หนาวหนูไม่เคยได้ออกไปเที่ยวเลย อยู่บ้านมันไม่สนุกเลยจริงๆ นะคะ คุณแม่
ก็ใจร้าย ทีแรกคุยกันไว้แล้วว่าจะพาไปอังกฤษ แต่พี่ชายดันไปแอฟริกาแล้ว
พวกเราเลยต้องยกเลิกทริปกะทันหัน”
อวี่เจ๋อมองอวิ๋นตั่ว ไม่รู้จะพูดอะไรไปชั่วขณะ
อวิ๋นตั่วยืดตัวขึ้น แล้วจัดเก็บกระเป๋าเดินทางของตัวเองต่อไป “พี่ดูสิหนู
ออกมาแล้ว พี่อย่าโกรธเลยนะคะ หนูรับรองว่าจะไม่ก่อเรื่องให้พี่เดือดร้อน
โอเคไหมคะ”
อวี่เจ๋อจึงบอกว่า “พี่บอกเธอแล้วว่าพี่มาทำงาน ถ้าเธอมาด้วยพี่ก็ไม่มี
เวลาไปเป็นเพื่อนเธอ แล้วอย่างนี้จะตามพี่มาทำไมกัน?”
“ก็หนูพอใจนี่น่า พี่ก็ทำธุระของพี่ไป หนูก็จะเที่ยวของหนู”
“เด็กคนเดียวอย่างเธอเพ่นพ่านไปทั่ว ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจะทำยังไง?”
“ไม่หรอกค่ะ”
“พี่อยู่ห้องข้างๆ ถ้ามีเรื่องอะไรก็มาหาพี่ อย่าไปไหนตามอำเภอใจนะ”
อวี่เจ๋อจนใจ
อวิ๋นตั่วพยักหน้าแบบว่าง่ายมาก
“อาบนํ้าซะ เดี๋ยวเราไปทานข้าวเย็นกัน โทรบอกที่บ้านด้วยว่าเธอ
ปลอดภัย”
“ค่ะ รับทราบ!” อวิ๋นตั่วยืนขึ้นทำท่าวันทยหัตถ์
อวี่เจ๋อยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี แล้วใช้มือบีบจมูกอวิ๋นตั่ว “ภูเขาเล็กๆ
กองนี้ เธอจัดการเองนะ”
พออวี่เจ๋อเดินออกไป
อวิ๋นตั่วก็มองกระเป๋าเดินทางตัวเองแล้วรู้สึก
กลุ้มใจมาก ของเยอะขนาดนี้ต้องใช้เวลาเก็บไปถึงเมื่อไรกัน? จะเก็บได้
เหรอ? ใช่แล้ว ยังไงซะก็อยู่ไม่นาน ทำไมต้องเก็บด้วยล่ะ? นั่งรถไฟมานาน
ขนาดนี้ เหนื่อยมากจริงๆ ขอนอนก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะ
อวิ๋นตั่วล้มลงบนเตียง พอหัวถึงหมอนก็หลับแล้ว
“อวิ๋นตั่ว อวิ๋นตั่ว”
เสียงอวี่เจ๋อเคาะประตูปลุกเธอ เธอสะลืมสะลือเดินไปเปิดประตู “ทำ
อะไรคะ?”
“ไปทานข้าวเย็นกัน”
ตัดหัวนักโทษก่อนรายงานฮ่องเต้* ใช้เปรียบเทียบคนที่ทำเรื่องบางสิ่ง
โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตก่อน
————————————————–