ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 15 พี่น้อง ความเหมือนที่ยากจะแยก
“มาหาฉันมีเรื่องอะไร” อวี่เจ๋อที่นั่งคั่นกลางระหว่างสองพี่น้องบ้านอวิ๋น
รู้สึกอึดอัดขึ้นมา
“ฉันไม่ได้มาหานาย เธอต่างหาก” อวิ๋นเฉียวชี้ไปที่อวิ๋นตั่ว “บอกเขาสิ
ว่าเธอมีเรื่องอะไร”
“พี่คะ” อวิ๋นตั่วขยับมือคล้องแขนอวี่เจ๋อ เธอชินกับการอ้อนอี้ฟาน
และอวิ๋นเฉียวด้วยท่าทางแบบนี้ “บอกแม่หนูว่าพี่ไม่อยากสอนพิเศษให้สือเห
ยียนได้ไหม”
อวิ๋นเฉียวเมื่อเห็นท่าทางของน้องสาวแล้วก็ถึงกับต้องปิดหน้าอีกครั้ง เด็ก
คนนี้ไม่รู้จักอายบ้างเลยหรือไงกัน!
อวี่เจ๋อค่อยๆ ดึงมือของตัวเองออกมา แม้แต่เขากับอวี่ซียังไม่ได้สนิทกัน
ขนาดนี้เลย
“สือเหยียน?” เขามองอวิ๋นเฉียวราวกับต้องการคำอธิบาย
“สือเหยียนเป็นลูกสาวของน้าของฉันเอง อายุเท่ากับอวิ๋นตั่ว
แต่
ค่อนข้างหยิ่งๆ สักหน่อย เมื่อวันก่อนเธอมาขอเรียนพิเศษกับอวิ๋นตั่วด้วย โดย
ที่ไม่ได้สนใจอวิ๋นตั่วเลยสักนิด”
“ถ้าเธอไม่อยากเรียนด้วยกัน ทำไมเธอไม่บอกแม่ของเธอเองล่ะ” อวี่
เจ๋อถามอวิ๋นตั่ว
อวิ๋นตั่วมองอวิ๋นเฉียว
ทำให้อวิ๋นเฉียวจำต้องพูดอธิบายแทนน้องสาวอย่างช่วยไม่ได้ “บอกไป
แล้ว แต่ดูเหมือนแม่จะไม่รู้สึกถึงความลำบากใจของน้องสาวเลยสักนิด แม่น่ะ
คิดว่าพวกเธอสนิทกันดี”
“ในเมื่อเป็นแบบนี้ ถ้าฉันปฏิเสธไปมันคงจะไม่เหมาะสมหรือเปล่า ยังไม่
ทันได้เจอหน้านักเรียนก็ปฏิเสธไปก่อนแล้ว แบบนี้มันมีเหตุผลตรงไหนกัน”
“นายบอกว่านายรับเงินเดือนของนักเรียนคนเดียว ก็เลยรับสอนสองคน
ไม่ได้ก็ได้นี่” อวิ๋นเฉียวแนะนำ
“ครอบครัวของนายขี้เหนียวแม้กระทั่งเงินเล็กๆ น้อยๆ หรือไงกัน”
ที่จริงมันไม่ใช่เหตุผลหรอก เพราะชูยินสามารถเพิ่มเงินให้ได้ สำหรับคน
รวยแล้ว เรื่องที่เงินสามารถแก้ไขได้ มันไม่ถือเป็นปัญหาอะไรเลย
“งั้นนายก็บอกว่านายเตรียมสอบมหา
‟ลัยสิ สอนเด็กสองคนมันใช้
พลังงานมากไป”
“ได้ยินมาว่าเธอสอบได้หนึ่งร้อยคะแนนตลอดเลย?”
สองพี่น้องมองหน้ากัน ไม่ได้พูดตอบอะไรออกมา
ไม่ค่อยมั่นใจสัก
เท่าไหร่เลยกับการพูดนินทาคนที่ได้คะแนนหนึ่งร้อยเต็ม ต่อหน้าอีกคนที่ได้
คะแนนหนึ่งร้อยเต็มเหมือนกัน
“ที่มาก็เพราะเรื่องนี้น่ะเหรอ”
อวิ๋นตั่วพยักหน้า ไม่งั้นจะมาด้วยเรื่องอะไรอีกล่ะ ในใจของอวิ๋นตั่ว เรื่อง
ที่คอยรบกวนจิตใจเธอมาตลอดชีวิตก็คือเรื่องของสือเหยียนนี่แหละ
“ฉันเข้าใจแล้ว”
อวี่เจ๋อขอให้ลุงหูหยุดรถ จากนั้นอวิ๋นตั่วก็ลงจากรถก่อน แล้วหลีกทาง
ให้อวี่เจ๋อลงต่อ ก่อนจะมองอวี่เจ๋อด้วยความคาดหวัง หวังว่าเขาจะให้คำตอบ
แต่นอกจากสี่คำที่ว่า „ฉันเข้าใจแล้ว‟ อวี่เจ๋อก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
แล้วสี่คำนี้มันหมายความว่ายังไงล่ะ?
อวิ๋นตั่วขึ้นรถ แล้วถามอวิ๋นเฉียว “เขารับปากเราแล้วหรือเปล่าคะ”
“ฉันไม่รู้”
“พี่นี่โง่จริงๆ เลย” อวิ๋นตั่วประเมินพี่ชาย
อวิ๋นเฉียวรู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ฉลาด แต่การที่โดนน้องสาวที่สอบได้
27
คะแนนมาประเมินตัวเองแบบนี้ มันพลอยรู้สึกตงิดๆ ในใจ “ไร้จิตสำนึกจริงๆ
ตอนแรกใครกันที่พยายามช่วยเธอแย้งแทบแย่น่ะ แถมยังพยายามขวางสือเห
ยียนอีก หือ?”
“นั่นเพราะพี่ไม่ชอบสือเหยียนต่างหากล่ะ”
“สือเหยียนไม่เคยมีปัญหากับพี่มาก่อน ทำไมพี่ต้องไม่ชอบเธอด้วย”
“ก็เพราะเธออายุยังน้อย แต่กลับรู้เรื่องอะไรมากกว่าพี่ยังไงล่ะ”
อวิ๋นเฉียวเงียบไป เขารู้ว่าถึงแม้น้องสาวจะสอบได้คะแนนไม่ดี แต่กลับ
สามารถอ่านใจคนอื่นได้ดี ไม่รู้ว่าเป็นเพียงคำพูดของเด็กที่ไม่ควรถือสาหรือไม่
แต่ก็ถือเป็นคำพูดที่แทงใจ เขาไม่ชอบสือเหยียนจริงๆ นั่นแหละ ไม่ใช่เพียง
เพราะเธอฉลาดเกินไป แต่เพราะเธอมักจะทำให้คนอื่นรู้สึกอับอายขายหน้า
คนแบบนี้หากจะมีคนเกลียด ก็เป็นเรื่องธรรมดา
“ฉันต้องหาทางหนีปิดเทอมฤดูร้อนนี้ให้ได้” อวิ๋นเฉียวพึมพำกับตัวเอง
อวิ๋นตั่วจ้องพี่ชายเขม็ง ก่อนที่จะขยับเข้าไปคล้องแขนอีกฝ่าย “เราไป
เที่ยวกันดีไหม”
“แม่ไม่ยอมแน่ๆ นอกจากว่าเธอจะสอบปลายภาคได้มากกว่าสือเห
ยียน”
“สือเหยียนสอบได้หนึ่งร้อยคะแนน หนูจะสอบได้มากกว่าเธอได้
ยังไง?”
“ใช่ไหมล่ะ มันยากมากเลยใช่ไหม” อวิ๋นเฉียวเริ่มสร้างแรงบันดาลใจ
“มากกว่าไม่ได้ ได้หนึ่งร้อยเหมือนกันก็ยังดี”
อวิ๋นตั่วตกใจจนแทบจะกลั้นหายใจ คนเราจะสอบได้หนึ่งร้อยคะแนนได้
ยังไงกัน บนกระดาษข้อสอบ ต้องทำได้ถูกต้อง ไม่มีผิดเลยสักข้อ สำหรับเธอ
แล้วเป็นเรื่องที่มนุษย์ธรรมดาทำไม่ได้อย่างแน่นอน
เธอส่ายหน้า “หนูเป็นคน ไม่ใช่เทพเจ้านะ!”
อวิ๋นเฉียวถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง ใช่น่ะสิ หนึ่งร้อยคะแนน
สำหรับพวกเขาพี่น้องแล้ว เป็นเหมือนเทพนิยายที่ไม่มีวันเป็นจริงได้!
————————————————–