ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 152 จงใจ
อวิ๋นตั่วนั่งอยู่บนรถของอวี่เจ๋อ เธอกำลังเล่าการผจญภัยกังหันฮอตวีลส์
ให้เขาฟัง
“หนูคิดไม่ถึงเลยจริงๆ นะคะว่าเยว่หยางจะเป็นแบบนั้น พอกังหันฮอต
วีลส์หยุด เขาก็เริ่มด่าคนอื่นเลย ด่าเถ้าแก่สวนสนุก ด่านักออกแบบ ด่าด้วย
คำที่ไม่น่าฟัง ไม่คิดเลยว่าเป็นผู้ชายแท้ๆ จะขี้ขลาดยิ่งกว่าหนูเสียอีก จริงๆ
แล้วถึงจะขี้ขลาดมันก็ไม่ได้น่าขายหน้าอะไรหรอก ชีวิตเรามันก็แบบนี้แหละ
แต่คนคนนี้กลับพยายามทำท่าเหมือนใจกล้า หนูน่ะดูออกตั้งแต่นั่งรถไฟเหาะ
แล้ว ในใจของเขากลัวแทบแย่ แต่กลับบอกว่าตัวเองไม่กลัว ตอนลงมาหนูเห็น
เขาหน้าซีดไปหมดเลย”
“ถ้าอย่างนั้นเธอรู้หรือเปล่าว่าทำไมเขาถึงพาเธอเล่น ทั้งๆ ที่ตัวเองกลัว
ขนาดนั้นน่ะ?”
อวิ๋นตั่วหัวเราะอย่างมีลับลมคมใน “หนูรู้ค่ะ”
“หืม?”
“เพราะหนูเป็นลูกสาวของอวิ๋นอี้ฟานไงคะ”
“กลัวว่ามันจะไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิ”
“ถ้าอย่างนั้นแล้วทำไมล่ะคะ?”
อวี่เจ๋อไม่ได้ตอบคำถาม แต่ย้อนถามอวิ๋นตั่วกลับแทน
“เธอมองเยว่
หยางคนนี้ยังไง?”
อวิ๋นตั่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เขามีความพยายามมาก แต่ก็ให้ความรู้สึกว่า
เป็นคนที่กระหายในความสำเร็จและผลประโยชน์เฉพาะหน้า หนูว่าเขาไม่
เหมาะกับพี่อวี่ซี วันๆ หนูเห็นพี่อวี่ซีเอาแต่ล้อมหน้าล้อมหลังเขา ซื้อนํ้าให้บ้าง
เอาขนมให้บ้าง ทำไมเขาไม่เห็นสนใจพี่อวี่ซีบ้างเลย หนูมีอะไรอยากจะพูด
แต่ไม่รู้ว่าสมควรพูดหรือเปล่า?”
“พูดมาเถอะ!”
“ถ้าอย่างนั้นพี่ต้องเก็บเป็นความลับนะคะ ห้ามให้พี่อวี่ซีรู้เด็ดขาด!”
“ได้สิ”
“เกี่ยวก้อย”
อวิ๋นตั่วยื่นนิ้วก้อยเล็กๆ ออกมา จับมืออวี่เจ๋อมาบังคับเกี่ยวก้อยกัน
จนกระทั่งเกี่ยวก้อยเสร็จ อวิ๋นตั่วถึงได้พูดว่า “หนูรู้สึกว่าพวกเขาสองคน
ไม่เหมาะสมกันค่ะ”
คนฟังชะงักไปเล็กน้อย “เธอยังเด็ก รู้ด้วยเหรอว่าอะไรเหมาะหรือไม่
เหมาะ? พวกเขาคบกันมาสามปีแล้ว ถ้าไม่เหมาะจริงๆ ก็คงเลิกกันไปนาน
แล้วล่ะ”
แต่อวิ๋นตั่วไม่คิดอย่างนั้น “หนูว่าพี่ต่างหากที่ไม่เข้าใจ พี่ไม่ดูซีรี่ย์เกาหลี
ไม่อ่านนิยายรัก หนูจะบอกอะไรให้นะคะ ถึงหนูจะไม่เคยมีประสบการณ์ แต่ก็
เคยได้ยินมา จากประสบการณ์ในการอ่านนิยายรักของหนูแล้ว สองคนนี้ไม่
เหมาะสมกันค่ะ”
“นิยายรักสอนความรักให้เธอได้ด้วยเหรอ?” อวี่เจ๋อรู้สึกว่ามันตลกมาก
จริงๆ “ถ้าอย่างนั้นนิยายพวกนั้น อวี่ซีเป็นคนแนะนำเธอใช่หรือเปล่า? เธอ
อ่านแล้ว อวี่ซีก็ต้องอ่านด้วยแน่ๆ เธอได้ประสบการณ์ แล้วอวี่ซีจะไม่ได้งั้น
เหรอ? ทำไมอวี่ซีไม่เห็นรู้สึกว่าไม่เหมาะสมล่ะ?”
“พี่ไม่เข้าใจ นี่เขาถึงได้ว่าคนที่อยู่ในเหตุการณ์จะไม่อาจเห็นสภาพ
ทั้งหมดได้ยังไงล่ะคะ พี่อวี่ซีน่ะ ถูกความรักบังตา เอาข้อเสียของเยว่หยางมา
คิดเป็นข้อดีไปซะหมด”
“ฟังจากที่เธอพูด เธอจะบอกว่าเยว่หยางไม่มีข้อดีเลยอย่างนั้นเหรอ?”
“ก็ต้องมีอยู่แล้วสิคะ” อวิ๋นตั่วว่า “พี่คิดดูสิคะ เขาอยู่ในหมู่บ้านชนบท
แต่กลับสอบเข้ามหา‟ลัยที่ติดหนึ่งในห้าของประเทศได้ นั่นบอกให้รู้ว่าเขา
พยายามอย่างหนักและก็ฉลาดมากด้วย พี่อวี่ซีบอกว่า
ตั้งแต่เขาได้รับ
เงินเดือน เขาก็แบ่งออกมาส่วนหนึ่ง ส่งไปให้พ่อกับแม่ที่บ้าน นั่นก็หมายถึงว่า
เขาเป็นคนกตัญํูมาก แต่คนสองคนจะรักกันมันก็ต้องมีองค์ประกอบหลายๆ
ไม่ใช่เหรอคะ? ไม่ใช่พอบอกว่าเป็นผู้ชายแล้ว คนๆ นั้นจะเป็นคนดีสักหน่อย
แล้วก็จะคบกันได้เลย ถ้าอย่างนั้นก็คบกับผู้ชายคนไหนก็ได้ คงไม่แตกต่าง
อะไร เพราะในตัวทุกคนย่อมมีข้อดีบ้างอยู่แล้ว ใช่ไหมล่ะคะ?”
“ใช่ ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ นั่นแหละ” อวี่เจ๋อแอบรู้สึกช็อค เขา
คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นตั่วจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา
การตีความเรื่องอารมณ์
ความรู้สึกของอวิ๋นตั่วนั่นดูออกไม่ยากเลยว่าเธอมีจินตนาการเพ้อฝันแนวยูโท
เปียมากแค่ไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่เธอพูดน่ะมีเหตุผล
“เราไปเยี่ยมเยว่หยางที่โรงพยาบาลกันเถอะค่ะ” อวิ๋นตั่วเสนอ
“เธอไม่ชอบเขาไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมยังจะไปเยี่ยมอีกล่ะ?”
“จะยังไงก็ตาม แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บเพราะนั่งกังหันฮอตวีลส์กับหนู ถ้า
ไม่ไปเยี่ยมก็จะเกินไปหน่อย”
“เธอจงใจใช่ไหม?”
“จงใจอะไรคะ?”
“เธอว่าไงล่ะ?”
“แล้วพี่คิดว่ายังไงล่ะคะ?”
————————————————–