ยามเมฆฝนพัดผ่าน - ตอนที่ 222 ไม่ตายแน่นอน
อวิ๋นตั่วพาหัวหมูของตัวเองกลับบ้าน ตอนที่ลุงหูมารับเธอ เขาก็ยังดูแทบ
ไม่ออก จนกระทั่งเธอเดินไปหยุดข้างๆ นั่นแหละ “ลุงคะ หนูอยู่นี่ค่ะ”
ทำเอาลุงหูตกใจแทบแย่ “อวิ๋นตั่ว หนูเป็นอะไร ทำไมกลายเป็นแบบนี้ได้
ล่ะ?”
เธอถอนหายใจยาว “เรื่องมันยาวน่ะค่ะ!”
เธอเอาแต่คิดไปตลอดทางว่าจะอธิบายกับแม่ยังไงดี ที่คิดได้ตอนแรกก็
คือชั่วโมงการงานอาชีพ อาจารย์ให้รวมกลุ่มไปจัดการต้นไม้ที่สนามกีฬาหลัง
โรงเรียน สุดท้ายก็มีเพื่อนไปโดนรังต่อเข้า แล้วตัวเองก็หนีไม่พ้น แต่พอมาคิด
อีกที ถ้าบอกไปแบบนี้แม่ก็ต้องโทรไปถามที่โรงเรียน ถึงตอนนั้นที่โกหกไปก็จะ
ถูกเปิดโปง โทษก็จะหนักขึ้น ถ้าอย่างนั้นก็บอกว่าออกไปกินข้าวกับเพื่อนแล้ว
กลับมาช้า คุณลุงก็เลยไม่เปิดประตูให้ จึงต้องข้ามกำแพงเข้ามา แต่ไม่ทัน
ระวังจนไปโดนตัวต่อเข้า แม่ก็จะต้องถามว่าเพื่อนคนไหน ถ้ารู้ว่าเธอยังยุ่งอยู่
กับเทียนอี้ แบบนั้นก็ต้องระเบิดลงแน่ๆ ไม่ได้หรอก
“ลุงหู วันนี้แม่ตั้งวงไพ่หรือเปล่าคะ?”
“ไม่ครับ”
แย่แล้ว ทำไมวันนี้แม่ไม่เล่นไพ่ล่ะ ถ้ามีวงไพ่ก็ยังพอแอบเข้าห้องไปตอน
ที่แม่อยู่ในห้องเล่นไพ่ได้
คิดไปคิดมา อวิ๋นตั่วก็รู้สึกว่าวันนี้ตัวเองไม่ควรจะกลับบ้าน ถ้ากลับไป
ต้องเจอพายุใหญ่แน่
“ลุงหูคะ วันนี้หนูมีโจทย์ที่ต้องทำ ไปส่งหนูที่บ้านเซียวเซียวนะคะ”
ลุงหู “หนูอยู่คนละห้องกับเซียวเซียวไม่ใช่เหรอครับ?”
“ถึงจะอยู่คนละห้อง แต่ก็ใช้หนังสือเล่มเดียวกันนี่คะ โจทย์พวกนี้คุณครู
ให้พวกเธอทำไปเมื่อสองสามวันก่อน”
ลุงหูเองก็รู้ดี คงเป็นเพราะอวิ๋นตั่วกลัวที่บ้านจะเห็นว่าตัวเองหน้าบวม
แบบนี้แน่ๆ “หน้าหนูไม่เป็นไรแน่เหรอ?”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณหมอดูให้แล้ว” เพื่อให้ดูว่าไม่เป็นไรจริงๆ เธอจึงยิ้ม
ออกมาด้วยท่าทางสบายๆ ลุงหูที่มองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเธอผ่านกระจกมอง
หลัง เห็นแล้วก็อดเสียวสันหลังไม่ได้
อวิ๋นตั่วก็เห็นรอยยิ้มน่ากลัวๆ ของตัวเองเหมือนกัน ดูน่าเกลียดมากกว่า
ร้องไห้อีกแฮะ
ลุงหูหักเลี้ยวรถ ตรงไปที่บ้านของเซียวเซียว
ไปได้ครึ่งทางเธอก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา แม่ของเซียวเซียวมักจะมาเล่นไพ่
นกกระจอกกับแม่ของเธอบ่อยๆ ยังไงเรื่องนี้ก็ต้องถูกเปิดเผยอยู่ดี
เธอถอนหายใจ “ช่างเถอะค่ะ หนูไม่ไปแล้ว กลับบ้านกันเถอะ”
อวิ๋นตั่วคิดว่าทหารมาใช้ขุนพลต้านรับ นํ้ามาใช้ดินต้าน ไม่มีอะไรที่น่า
กลัวหรอก
เมื่อกลับถึงบ้านก็ไม่ต่างจากที่คิดไว้นัก พอทุกคนเห็นหัวที่เหมือนหัวหมู
ของเธอกลับมา ระเบิดก็ลงบ้านทันที
ชูยินถึงกับร้องออกมาไม่หยุด “เกิดอะไรขึ้น! ลูกไปทำอะไรมา!?”
“แม่ ตอนนี้หนูพูดไม่สะดวกนะคะ” อวิ๋นตั่วพูดพึมพำ
และก็เป็นอวิ๋นเฉียวผู้มีประสบการณ์ ที่พอเห็นหน้าน้องสาวก็ดูออก “ถูก
ต่อต่อยมาครับ”
จนคนเป็นแม่ร้องขึ้นมาอีกครั้ง “ต่อต่อย! ทำไมพวกมันต้องต่อยลูกล่ะ
เหล็กในมีพิษหรือเปล่า? ให้ตายเถอะ นี่ลูกไปเรียนหรือเปล่าเนี่ย?”
“แม่ แม่ไม่ต้องตะโกนได้ไหมคะ?” อวิ๋นตั่วพูดได้แค่นั้นจริงๆ
หลังจากที่ชูยินสงบลง เธอก็วิ่งไปโทรศัพท์หาหมอโจว
แต่พอหยิบ
โทรศัพท์ขึ้นมาก็รู้สึกว่าไม่เหมาะ หน้าบวมขนาดนี้ให้หมอโจวมารักษาที่บ้าน
คงไม่เหมาะ ต้องไปโรงพยาบาล
“แม่บ้านหลิว แม่บ้านหลิว ให้ลุงหูไปเตรียมรถ เราจะไปโรงพยาบาล!”
แม่บ้านหลิวก็ตกใจกับใบหน้าของอวิ๋นตั่วจนทำอะไรไม่ถูก ชูยินพูดอะไร
ก็ได้แต่ทำตามไปเท่านั้น
อวิ๋นตั่วพูดพึมพำ ฟังไม่ชัด “แม่ แม่คะ หนูไปหาหมอมาแล้ว”
ชูยิน “ถ้าหาหมอของลูกหมายถึงที่ห้องพยาบาลที่โรงเรียนก็เรียกว่าไป
หาหมอไม่ได้หรอก เรายังต้องไปโรงพยาบาลก่อน อวิ๋นเฉียว ดูแลน้องด้วย แม่
จะไปเก็บเสื้อผ้า”
“ครับ!” อวิ๋นเฉียวก็ไม่ได้เป็นห่วงว่าน้องจะเป็นอันตรายอะไรเลยสักนิด
พอชูยินขึ้นไปชั้นบนเขาก็ตบบ่าน้องสาว “ไม่ต้องห่วงนะ ไม่ตายแน่นอน!”
อวิ๋นตั่ว “รู้แล้วล่ะน่า”
———————————————————
—